ไฟไหม้บ้านเรือนไทย 'ธีระชัย แสนแก้ว'ฉายาอีโต้อีสานกลางดึก

ไฟไหม้บ้านเรือนไทย 'ธีระชัย แสนแก้ว'ฉายาอีโต้อีสานกลางดึก

วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 21.02 น.

ที่อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา เกิดเหตุไฟไหม้บ้านเรือนไทยหลังใหญ่อย่างปริศนา ทรบว่าเป็นบ้านของนายธีระชัย แสนแก้ว หรืออีโต้อีสาน ตร.เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุยังไม่ฟันธงเกิดจากอะไรแน่ เจ้าตัวอยู่ต่างประเทศทราบเรื่องแล้ว

วันที่ 13 พฤษภาคม 2568  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 13.30 น. นายบัณฑูร นริศรางกูร  นายอำเภอไชยวานพร้อมด้วย พ.ต.อ.รัฐพลชัย เพ็ญสงคราม ผกก.สภ.ไชยวาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบบ้านเลขแห่งหนึ่ง ต.ไชยวาน อ.ไชยวาน จ.อุดรธานีซึ่งเป็นบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ ปลูกด้วยเสาไม้ขนาดเสา 15 ต้น เป็นบ้านไม้ทั้งหลัง ในพื้นที่ 3 ไร่  หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาเวลา 21.00 น. ร.ต.อ.วิจิตร หาญซุยชาย รอง สว.(สอบสวน) สภ.ไชยวาน รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้เป็นบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ โดยไฟกำลังลุกไหม้หนักบริเวณชั้น 2 ของบ้าน โชคดีที่มีชาวบ้านเห็นเปลวไฟแจ้งรถดับเพลิงของเทศบาลไชยวานที่อยู่ใกล้ๆ สามารถดับไฟเอาไว้ได้ โดยทราบว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านของนายธีระชัย แสนแก้ว ฉายา “อีโต้อีสาน” ส.ส.พรรคเพื่อไทย เขต 7 จ.อุดรธานี แต่ได้ยกให้น้องชายดูแลแทน


โดยการเข้าตรวจสอบครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุอย่างละเอียด เบื้องต้น ตำรวจยังไม่ฟันธงว่าเกิดจากลอบวางเพลิงหรือสาเหตุอื่น เพราะจากการตรวจสอบพบว่าบ้านหลังดังกล่าวถูกตัดไฟมาแล้วประมาณ 2 เดือน

นายชัยสิทธิ์ แสนแก้ว น้องชายนายธีระชัย บอกว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของพี่ชายคือนายธีระชัย ได้ยกให้น้องชายคือนายอุทัย แสนแก้วและตนเองดูแล บ้านหลังนี้ถูกตัดไฟ มีแต่หลานชายคือนายชัยศิริ หรือ เอ แสนแก้ว อายุ 35 ปีลูกชายนายอุทัยเป็นคนอยู่ หากจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรคงเป็นไปไม่ได้ เพราะบ้านหลังนี้ถูกตัดไฟมา 2-3 เดือนแล้ว แต่คาดว่าน่าจะเกิดจากนายเอ จุดเทียนทิ้งเอาไว้ ช่วงเกิดเหตุคือเวลาประมาณสามทุ่ม นายเอได้ไปต่อเครื่องเสียงให้กับญาติ อีกบ้านหลังหนึ่ง แต่อย่างไรแล้วก็ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป และตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับนายเอหลานชายก็หลังเกิดเหตุก็ไม่อยู่แล้ว

พ.ต.อ.รัฐพลชัย เพ็ญสงคราม ผกก.สภ.ไชยวาน เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาเวลา 21.10 น. ตำรวจสภ.ไชยวานรับแจ้งมีเหตุไฟไหม้บ้านเรือนไทย จึงประสานรถดับเพลิงมาดับไฟ โชคดีที่ดับไว้ทันก่อนวอดไปทั้งหลัง ไฟไหม้ไปประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ความเสียหายประมาณ 300,000 บาท วันนี้ได้ให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบเพราะยังคงสงสัยเกี่ยวกับการเกิดไฟไหม้ รายงานสืบสวนของตำรวจทราบว่า บ้านหลังนี้ถูกตัดไฟแต่มีคนอยู่ สาเหตุน่าจะเกิดจากคนแยกเป็น 2 อย่าง เจตนากับประมาท ส่วนจะเป็นฝีมือคนลอบวางเพลิงหรือเผลอเรอจุดเทียนเอาไว้แล้วลืม ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อให้กระจ่างว่าสาเหตุไฟไหม้เกิดจากอะไรกันแน่

นายบัณฑูร นริศรางกูร นายอำเภอไชยวาน  เปิดเผยว่า รับแจ้งเมื่อคืนตนเองก็เดินทางมาดูที่เกิดเหตุทันที ก็ได้แจ้งเทศบาลนำรถดับเพลิงมาดับเพลิงเพราะอยู่ใกล้มาได้เร็ว ส่วนเรื่องไฟไหม้จะเกิดสาเหตุอะไรกันแน่ ไฟฟ้าลัดวงจรน่าจะตัดไป น่าจะเกิดจากบุคคลอย่างที่ผกก.ว่าไว้ ส่วนจะเกิดจากเจตนาหรือประมาทก็ให้ตำรวจสืบสวนต่อไป

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อนายธีระชัย แสนแก้ว ส.ส.พรรคเพื่อไทย ทราบว่าเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศ  บอกกับนักข่าวว่า ทราบเรื่องแล้วที่ไฟไหม้บ้านเรือนไทยที่อ.ไชยวาน บ้านหลังนี้สร้างมาหลายสิบปีแล้ว ตอนนั้นก็สร้างเป็นล้าน สมัยอยู่กับคุณแม่ หลังจากคุณแม่เสีย ตนเองไม่ได้อยู่จึงยกบ้านให้น้องชาย 2 คนดูแล ส่วนสาเหตุไฟไหม้บ้านเรือนไทยครั้งนี้ หลานชายอยู่บ้านหลังดังกล่าวแต่บ้านถูกตัดไฟ สาเหตุอาจจะจุดเทียนแล้วออกไปทำธุระ พอเทียนหมดคนไม่อยู่ทำให้ไฟลามเพราะเป็นบ้านไหม้ทั้ง  ตนเองคิดว่าไม่น่าจะใช่การวางเพลิงแน่นอน หลังจากกลับวันที่ 19 พ.ค.68 ตนเองจะเดินทางกลับไปดูบ้านเรือนไทยอีกครั้ง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top