วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
“สมเด็จพระราชินี” เสด็จฯ เปิดโครงการ “สสธวท...สตรีทรงพลัง” ในวาระครบ 50 ปี พระราชทานพระราชดำรัส “ท่ามกลางโลกที่ผันแปรอย่างรวดเร็ว สตรีจำเป็นต้องปรับตัวให้เท่าทันบริบทใหม่”
วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 13.03 น. สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโครงการ “สสธวท...สตรีทรงพลัง” ในวาระครบ 50 ปี สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และ 10 ปี เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนประเทศไทย (AWEN Thailand) ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงาน ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังโถงหน้าห้องจัดงาน ฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดแสดงพระราชกรณียกิจที่ทรงช่วยเหลือราษฎรทุกหมู่เหล่าโดยไม่แบ่งแยก ทรงฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม อันเป็นมรดกของชาติ ทรงพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรให้ดีขึ้น ทรงเป็นแบบอย่างของสตรีไทย ด้วยฉลองพระองค์ทั้งแบบไทยและแบบสากลสู่สายตาชาวโลก ด้วยพระราชกรณียกิจนานัปการเป็นที่ประจักษ์ชัด ทำให้หน่วยงานต่าง ๆทั่วโลกต่างแซ่ซ้องสรรเสริญ และได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลเป็นจำนวนมาก และนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้า ฯพระบรมราชินี จัดแสดงพระราชกรณียกิจและพระปรีชาสามารถในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านการทหาร ด้านการบิน ด้านกีฬา ทั้งยังทรงให้ความสำคัญการพัฒนาสตรีไทย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของสตรีและเด็กอย่างต่อเนื่อง ทรงอนุรักษ์และเผยแพร่อัตลักษณ์ของชาติ ด้วยฉลองพระองค์ผ้าไทย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั้งในและต่างประเทศ เคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็น “ขัตติยนารีผู้กล้าสง่างามกลางปวงชน” รวมถึงนิทรรศการประวัติความเป็นมา และผลการดำเนินงานของสหพันธ์สมาคมนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (สสธวท.) และเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนประเทศไทย (AWEN Thailand)

เสร็จแล้ว เสด็จเข้าห้องแกรนด์ บอลลรูม พระราชทานพระราชวโรกาสให้ คณะกรรมการสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และคณะกรรมการเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนประเทศไทย (AWEN Thailand) เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลเข็มเกียรติคุณ สูจิบัตร หนังสือ และของที่ระลึก จากนั้น พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กราบบังคมทูลรายงานความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ฯ และเบิกผู้ให้การสนับสนุนการจัดงาน ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานรางวัลเข็มเกียรติคุณ และโล่เกียรติคุณ
เสร็จแล้ว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระราชดำรัสเปิดงาน ฯ ว่า
“ข้าพเจ้ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มาร่วมในพิธีเปิดงาน "สสธวท...สตรีทรงพลัง" ซึ่งจัดขึ้นในวาระครบ 50 ปี สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และครบ 10 ปี เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน ประเทศไทย ในวันนี้. ขอแสดงความชื่นชมกับสตรีทุกท่าน ที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติในครั้งนี้.
ท่ามกลางโลกที่ผันแปรอย่างรวดเร็ว สตรีจำเป็นต้องปรับตัวให้เท่าทันบริบทใหม่ พร้อมก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในทุกมิติของสังคม สตรีนักธุรกิจและสตรีนักวิชาชีพไทยต่างมีส่วนอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของสังคม ด้วยความรู้ ความสามารถประสบการณ์ และวิสัยทัศน์อันกว้างไกล

ด้วยศักยภาพและบทบาทอันโดดเด่นนี้ คำว่า "สตรีทรงพลัง" จึงมิใช่เพียงถ้อยคำยกย่องหากแต่เป็นภาพสะท้อนแห่งคุณค่าและพลังในการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยื่น
นับเป็นเรื่องดีที่งานนี้ได้จัดขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนเคล็ดลับ แนวคิด และประสบการณ์จากสตรีทรงพลัง ผู้มีบทบาทและประสบความสำเร็จในหลากหลายสาขา อันจะจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและต่อยอดความร่วมมือให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น
น่าชื่นชมอย่างยิ่งที่สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้ยืนหยัดดำเนินภารกิจอย่างมั่นคงตลอด 5 ทศวรรษ ด้วยวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ จนเป็นพลังหลักในการส่งเสริมศักยภาพสตรีไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการสร้างเวทีแห่งโอกาสพัฒนาองค์ความรู้ และผลักดันบทบาทสตรีนักธุรกิจและนักวิชาชีพให้เป็นกำลังสำคัญของประเทศอันเป็นคุณูปการต่อความเข้มแข็งและความยั่งยืนของสังคมไทย
ส่วนเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเชียน ประเทศไทย ตลลอด 10 ปีที่ผ่านมา ได้แสดงบทบาทโดดเด่นในการเชื่อมโยงความร่วมมือของสตรีในภูมิภาค สร้างเครือข่ายแห่งการแลกเปลี่ยนและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ก่อเกิดพลังทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศ อันสะท้อนถึงความเป็นผู้นำและพลังแห่งความร่วมมือที่ขับเคลื่อนความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

ขอให้การจัดงานในวันนี้เป็นอีกก้าวคัญที่จุดประกายให้สตรรไทยได้ร่วมกันสร้างอนาคตของประเทศ ด้วยพลังแห่งความรู้ ความสามารถ และคุณธรรม เพื่อความเจริญวัฒนาและผาสุกของสังคมโดยยั่งยืน
บัดนี้ได้เวลาอันสมควรแล้ว ข้าพเจ้าขอเปิดงาน "สสธวท...สตรีทรงพลัง" ขอให้การจัดงานประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ทุกประการ และขออวยพรให้ทุกท่านมีพลังกาย พลังใจ ปัญญาเต็มเปี่ยมสืบไป“
ต่อจากนั้น ทอดพระเนตรการแสดงการขับร้องเพลงสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วีดิทัศน์ 50 ปี สหพันธ์ ฯ วีดิทัศน์ 10 ปี เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนประเทศไทย และวีดิทัศน์การเปิดตัวหนังสือ “คัมภีร์สตรีทรงพลัง” จัดทำขึ้นเพื่อบอกเล่าข้อคิด บทเรียน และประสบการณ์ของสตรี จำนวน 153 คน ในการนำธุรกิจอาชีพการงานให้ก้าวหน้าไปพร้อมกับการสร้างสรรค์สังคมที่ดี มีจำนวน 3 เล่ม เล่มที่ 1 คัมภีร์...สตรีทรงพลัง : วัยก้าวหน้า เล่มที่ 2 คัมภีร์...สตรีทรงพลัง : วัยพัฒนา และเล่มที่ 3 คัมภีร์...สตรีทรงพลัง : วัยวัฒนา แล้วทอดพระเนตรการเสวนาสตรีทรงพลังของสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพที่ประสบความสำเร็จ จำนวน 10 คน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเป็นแบบอย่างแก่บุคคลทั่วไป สมควรแก่เวลา จึงเสด็จออกจากห้องแกรนด์ บอลรูม ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

ในวาระที่สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ หรือ สสธวท. เป็นองค์กรภาคธุรกิจและสังคมที่ก่อตั้งขึ้น และมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมศักยภาพของสตรีไทย ให้มีบทบาทที่เท่าเทียม มีคุณค่า และสามารถขับเคลื่อนสังคม มาครบ 50 ปี โดยมีสมาคมสมาชิก 24 แห่งทั่วประเทศ และเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนประเทศไทย (AWEN Thailand) ซึ่งก่อตั้งขึ้น เพื่อดึงศักยภาพสตรีในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน มาครบ 10 ปี ประกอบกับในเดือนมีนาคมนี้ เป็นเดือนที่องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้ วันที่ 8 มีนาคมของทุกปี เป็นวันสตรีสากล จึงเป็นที่มาของการจัดโครงการ “สสธวท...สตรีทรงพลัง”
ในครั้งนี้ เพื่อเป็นเวทีในการแสดงพลังสตรีไทย โดยมีกิจกรรมเชิงวิชาการ แลกเปลี่ยนความรู้ความสามารถ ในการสร้างแรงบันดาลใจขับเคลื่อนให้สตรีไทยได้มีบทบาทสำคัญต่อประเทศชาติ ทั้งภาคธุรกิจและสังคมให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับประเทศและระดับสากลโดยทั่วกัน