วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ในประเทศ
หลักสูตร 4ส 15 ดูงานพื้นที่ภาคกลาง ทฤษฎีและปฏิบัติประยุกต์อย่างกลมกลืน

หลักสูตร 4ส 15 ดูงานพื้นที่ภาคกลาง ทฤษฎีและปฏิบัติประยุกต์อย่างกลมกลืน

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.29 น.
Tag : หลักสูตร 4ส 15
  •  

หลักสูตร 4ส15 สถาบันพระปกเกล้า กับการดูงาน 3 จังหวัดภาคกลาง ตอกย้ำการนำความรู้จากห้องเรียนพบกับความจริง พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองทั้งกับคนในท้องที่และในกลุ่มนักศึกษาเอง

ผอ.สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล ชี้การดูงานคือการต่อยอดจากห้องเรียน ขณะที่นักศึกษาตัวแทนภาครัฐย้ำประโยชน์ที่ได้รับมากมายกว่าที่คิด ด้านนักศึกษาตัวแทนภาคเอกชนเผยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ทั้งในธุรกิจและสังคม


นายศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า กล่าวถึงการศึกษาดูงานในพื้นที่ภาคกลาง ของนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่  15 หรือ 4ส15 ว่าการดูงานในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายของหลักสูตร ที่ต้องการให้นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพความขัดแย้ง สาเหตุ และวิธีแก้ไขปัญหาด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ความขัดแย้งทางการเมือง ความขัดแย้งจากการจัดการฐานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และความขัดแย้งในสังคมพหุลักษณ์

“การดูงานเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษานำความรู้จากในห้องเรียนนำไปใช้กับของจริง ขณะเดียวกันก็ได้เจอของจริงนำมาแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้ที่อยู่ในสถานการณ์จริงรวมทั้งกับนักศึกษาด้วยกันเอง ถือเป็นการต่อยอดจากทฤษฎีและปฏิบัติ และปฏิบัติกลมกลืนกับทฤษฏี นำไปสู่การตัดสินใจในการแก้ปัญหาอย่างสันติวิธีในทุกเหตุการณ์ในอนาคตของทุก ๆ คน จากการลงพื้นที่จริง ทุกเหตุการณ์จริงจึงไม่ชัดเจนทั้งหมด ต้องมีการวิเคราะห์ การถามหาคำตอบจนเป็นองค์ความรู้ที่ดีเป็นอำนาจในการแก้ปัญหาโดยไม่ต้องต่อสู้กัน”

นายศุภณัฐ กล่าวต่ออีกว่าการดูงานและการศึกษาหลักสูตรนี้ทำให้มีเจตคติที่ยอมรับและเห็นคุณค่าของความแตกต่างหลากหลายในสังคม รวมทั้งยึดมั่นสันติวิธีทั้งในสำนึกและพฤติกรรม โดยเน้นการสร้างสันติวัฒนธรรมเพื่อให้เกิดการแปรเปลี่ยนความขัดแย้ง  เพื่อทำให้สังคมไทยพัฒนาเปลี่ยนแปลงได้ก้าวหน้าสู่สันติวิธี มิติเชิงคุณค่าได้ดียิ่งขึ้น

ด้านนายธิติ คุ้มรักษ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญามีนบุรี สำนักงานอัยการสูงสุด หนึ่งในนักศึกษารุ่น 15 จากภาคราชการ กล่าวว่าการเข้าเรียนหลักสูตรนี้ทำให้มีทักษะในการสร้างสันติสุขในสังคม ในมิติของการป้องกัน การจัดการและแก้ไขความขัดแย้ง และแปรเปลี่ยนความขัดแย้งที่เกิดขึ้นแล้วไม่ให้กลายเป็นความรุนแรง ซึ่งประเด็นนี้สำคัญมากเพราะเป็นการแก้ไขปัญหาที่รากเหง้าแทนแก้ที่ปัญหา โดยเน้นแบบยั่งยืน และการเยียวยาสร้างความสมานฉันท์ให้กลับคืนสู่สังคม

“การดูงานครั้งนี้หลายอย่างเป็นความรู้ใหม่ เพราะเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยศึกษาและรับราชการมาก่อน ที่สำคัญสามารถนำไปใช้ได้จริงในการทำงาน เพราะหลักสูตรนี้จากการศึกษาที่ผ่านมายังรู้สึกเสียดายถ้าหากได้ศึกษาหลักสูตรเช่นนี้เมื่อก่อนหน้านี้สัก 10 ปี น่าจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมได้มากกว่าที่ผ่านมา ที่สำคัญในหลักสูตรและการดูงานมีความครบถ้วนทุกสถานการณ์ในเรื่องความขัดแย้ง นับเป็นความหวังของสังคมในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในหลาย ๆ เรื่องในหลายพื้นที่ หลักสูตรนี้จึงเหมาะสมกับผู้นำทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างแท้จริง” นายธิติ กล่าว

ด้านนายพลัฏฐ์ ยิ้มประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ ไมนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด หนึ่งในนักศึกษารุ่น 15 จากภาคเอกชน กล่าวว่าในการศึกษาและการดูงานครั้งนี้ ได้นำความรู้และประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากการแลกเปลี่ยนกับบุคคลจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งในชั้นเรียนและในพื้นที่มาวิเคราะห์ เพื่อหาแนวทางแก้ไขความขัดแย้งและสร้างสันติสุข ในสังคมอย่างเป็นระบบพร้อมนำเสนอต่อสังคมและผู้เกี่ยวข้องเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการแก้ไขปัญหา จากผู้เข้ารับการอบรมที่มีภูมิหลังที่แตกต่างกัน สะท้อนถึงความหลากหลายในสังคม อันจะนำไปสู่การเกิดเจตนารมณ์ร่วมที่จะสานต่อพลังในการเสริมสร้างสังคมสันติสุขในรูปของเครือข่ายผู้เข้ารับการศึกษาอบรมอย่างมีประสิทธิภาพ

“หลายอย่างสามารถนำมาปรับใช้ในธุรกิจที่ทำอยู่ อย่างเช่น ศาสตร์พระราชา ที่เมื่อนำไปประยุกต์ใช้ทำให้โครงการสามารถผ่านพ้นวิกฤติได้ จากการทำงานในภาคเอกชนและมุมมองแบบวิศวะที่เป็นวิทยาศาสตร์ ก็ได้เรียนรู้ว่า ในทางสังคมการแก้ปัญหาความขัดแย้งนั้นไม่สามารถชี้ถูกหรือผิดได้ทุกเรื่องเช่นวิทยาศาสตร์ ที่เมื่อหนึ่งบวกหนึ่งต้องได้สองทุกครั้ง เพราะการพูดคุย การรับฟัง การยอมรับ และการยืดหยุ่นในการแก้ปัญหากลับสามารถแก้ปัญหาได้ดีกว่าการชี้ไปเลยว่าต้องทำเช่นนี้ หรือบอกว่าทำเช่นนี้ผิดเป็นต้น” นายพลัฎฐ์ กล่าว

-(016)

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

พิธา ปิยบุตร ลุยสกลนคร ลั่นตอนนี้ไม่ใช่การเมือง 3 ก๊ก แต่เป็นการเมือง 2 ขั้ว ขั้วเดิม-ขั้วใหม่

แม่ทัพภาค 2 เยี่ยมครอบครัว พล.ต.ศตวรรษ วีรบุรุษช่องบก ย้ำกองทัพไม่ทอดทิ้ง

(คลิป) ปะทะรอบ 3 หรือไม่? ชายแดนไทย–เขมร ความขัดแย้งที่ยังไม่จบ

(คลิป) เปิดผล นิด้าโพล ครั้งสุดท้าย! พิธา มีผลเล็กน้อย คะแนนพรรคส้มร่วงทุกพื้นที่

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved