กรมอุตุฯเตือนทั่วไทยมีฝนหนัก เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ส่วนจ.เชียงใหม่ อ่วมน้ำป่าดอยอินทนนท์ หลากท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ขณะที่แม่สาย เจ้าหน้าที่ระดมฟื้นฟูพื้นที่ เตือนยังเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำ ด้านภูกระดึง จ.เลย น้ำทะลักท่วมบ้านเรือนแล้ว 130 หลัง ส่วนสมุทรปราการ ฝนถล่มทำน้ำท่วมสาหัส
เมื่อวันที่ 27พฤษภาคม กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศว่า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้น สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกัน โดยการปรับปรุงระบบทางระบายน้ำในแปลงเพาะปลูก เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้
ที่ จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลางดึกที่ผ่านมาได้เกิดน้ำป่าไหลหลากจากดอยอินทนนท์ ทะลักลงลำน้ำแม่กลาง ก่อนจะสมทบกับลำน้ำแม่หอย และลำน้ำแม่ยะ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่บ้านแม่กลางบ้านลุ่ม หมู่4 ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินหนีน้ำ โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในท้องถิ่น และกู้ภัย เข้าช่วยเหลือ ส่วนที่จุดตรวจวัดบ้านน้ำลัด พบว่าปริมาณน้ำในลำน้ำแม่กลาง เพิ่มสูงขึ้น วัดได้ 3.863 เมตร (ระดับวิกฤตอยู่ที่ 4.5 เมตร) โดยมวลน้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมผิวถนนบางจุดแล้ว
ทั้งนี้ได้มีการแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และขอให้ผู้ใช้เส้นทางสัญจร ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง หรือหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวเพื่อความปลอดภัยส่วนสถานการณ์น้ำตกแม่กลาง ดอยอินทนนท์ ปรับระดับขึ้นสูง และไหลแรง จึงมีการแจ้งประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำ ให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ
ด้าน พล.ต.จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ยังคงระดมกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 37 ร่วมกับโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช และทหาร ร.17 พัน.3บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.แม่สาย และเทศบาล ต.แม่สายช่วยเหลือฟื้นฟูประชาชนในชุมชนต่างๆ ที่ประสบอุทกภัย หลังจากระดับน้ำลดลงจนสู่ภาวะปกติแล้ว แต่มีดินโคลนตามถนน อาคารบ้านเรือน และพื้นที่สาธารณะ พร้อมกับมีการทำความสะอาดและเก็บขยะ ตักดินที่ทับถมออกจากบ้านเรือนประชาชนพร้อมกันนั้นยังมีการจัดชุดแพทย์เดินเท้าจากโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช เข้าตรวจสุขภาพประชาชน และมีการแจกจ่ายยาสามัญประจำบ้าน เพื่อช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้ผู้ประสบภัย
อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสถานการณ์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่สถานีบ้านโจตาดา เมียนมา พบว่าระดับน้ำสูง 513.61เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ทางอำเภอแม่สาย ได้แจ้งเตือนให้เฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำสาย อาจจะล้นตลิ่ง ให้มีการเตรียมความพร้อมรับมือ รวมถึงพื้นที่ลุ่มน้ำอื่นๆ ที่มีโอกาสเกิดน้ำล้นตลิ่ง หรือน้ำท่วมฉับพลัน เช่นเดียวกัน
นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีปภ.ได้ประสานให้นายชรินทร์ ทองสุข ผวจ.เชียงราย กำชับนายอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 18 อำเภอติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะ อ.แม่สาย มีโอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมซ้ำ เนื่องจากสภาพลำน้ำมีความตื้นเขินเนื่องจากทางการเมียนมายังไม่ขุดลอกลำน้ำสายตามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างไทย-เมียนมา ที่จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนช่วงฤดูฝน
ส่วนที่ จ.เลย หลังจากมีฝนตกหนักติดต่อกัน ทำให้พื้นที่ อ.ภูกระดึง ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำพอง ไหลไปยัง จ.ขอนแก่น และหนองบัวลำภู มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรใน ต.ศรีฐาน บ้านทานตะวัน 30 หลังคาเรือน บ้านนาโก 15 หลังคาเรือน บ้านน้ำพอง 25 หลังคาเรือน บ้านแสนสุข 6 หลังคาเรือน ใน ต.ภูกระดึง บ้านนายางเหนือ 13 หลังคาเรือน บ้านนายาง 7 หลังคาเรือน บ้านห้วยคะมะ 1 หลังคาเรือน บ้านหนองขอน 1 หลังคาเรือน บ้านทุ่งใหญ่ (เขต อบต.) 8 หลังคาเรือนบ้านสงป่าเปลือย 8หลังคาเรือน รวมประมาณเกือบ 130 หลังคาเรือน
ทั้งนี้ ได้มีการแจ้งเตือนให้ประชาชนพื้นที่เสี่ยง ที่อาศัยตามลำน้ำพอง (เลย, ขอนแก่น และหนองบัวลำภู ช่วงวันที่ 27 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป ให้เฝ้าระวังน้ำท่วม แนะนำให้ยกของขึ้นที่สูง นอกจากนี้ยังมีประกาศด่วนจากจังหวัดเลย ผ่านCell Broadcast และ SMS ให้ประชาชนพื้นที่เสี่ยงริมแม่น้ำพอง ต.ภูกระดึง และ ต.ศรีฐาน อ.ภูกระดึงจ.เลย ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางไปในพื้นที่ปลอดภัย
ที่ จ.สมุทรปราการ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมาถึงเช้า ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมขังตามถนนสายหลัก กระทบต่อการจราจรอย่างหนักในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน โดยถนนที่พบปัญหาน้ำท่วม อาทิ ถนนพุทธรักษา (แพรกษา) บริเวณหน้าตลาดรัศมีอนันต์ น้ำท่วมขังในช่องทางซ้ายสุด ระดับน้ำสูงประมาณ 30 เซนติเมตร รถสามารถวิ่งได้ในช่องทางที่เหลือ ส่วนถนนสุขุมวิท บริเวณแยกหอนาฬิกา พบระดับน้ำท่วมขังสูงประมาณ 10เซนติเมตร รถเล็กยังสามารถสัญจรผ่านได้ ขณะที่ถนนศรีนครินทร์ บริเวณทางเข้าไอมอลล์ น้ำท่วมสูง 20 เซนติเมตร รถยังวิ่งได้ 2 ช่องทาง
อย่างไรก็ตาม จุดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือถนนสุขุมวิทฝั่งขาเข้าบางปู โดยเฉพาะตั้งแต่หน้าเมืองโบราณจนถึงบางปู ช่องทางซ้ายมีน้ำท่วมขังเสมอฟุตปาธ รถต้องเบี่ยงไปใช้ช่องทางขวาทั้งหมด ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างรุนแรง ท้ายแถวยาวกว่า 10 กิโลเมตร
นอกจากนี้บริเวณถนนแพรกษา ซอยโรงเรียนปทุมคงคา มีน้ำท่วมขังสูง ทำให้การนำรถเข้าไปส่งนักเรียนเป็นไปด้วยความยากลำบาก ขณะที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู ฝั่งเหนือ ก็ประสบปัญหาน้ำท่วมเช่นเดียวกัน ส่งผลให้พนักงานจำนวนมากประสบความลำบากในการเดินทางเข้าโรงงานทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เทศบาลแต่ละพื้นที่ ได้เร่งสูบน้ำเพื่อระบายออกจากถนนคาดการณ์ว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในวันเดียวกันนี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี