แม่ทัพ2ยันยิงได้ทันที
หากทหารกัมพูชาล้ำแดนซุกระเบิด
‘บิ๊กอ้วน’เตือนอินฟลูฯ
อย่าใช้รถดูดส้วมตอบโต้
ทำไทยต้องขึ้นศาลโลก
“ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดฯ”แถลงฉะ“กัมพูชา” ไม่จริงใจแก้ขัดแย้งลอบวาง“ทุ่นระเบิดสังหาร เป็นเหตุให้ทหารไทยเหยียบระเบิดรอบ 3 หลังมีข้อตกลงหยุดยิง โฆษก ทบ.ยันมีหลักฐานทั้งคลิปภาพเสียงทหารเขมรลอบเข้ามาวางระเบิดเขตไทย เป็นระเบิดสังหาร PMN -2 ของใหม่ ไม่ใช่ตกค้างจากสงคราม กระทุ้งเขมรคิดถึงศักดิ์ศรีทหารเคารพกติกามทภ.2 ลั่นพบทหารเขมรแอบมาวางระเบิดเขตไทยอีกยิงทันที หลังพบแนวโน้มเขมรแอบเข้ามาวางเพิ่มอีก ย้ำทุ่นระเบิดที่ทหารเหยียบล่าสุดเป็นระเบิดวางใหม่ เจออีก 3 ลูกใกล้แนวรั้วลวดหนาม “ภูมิธรรม”บอกระเบิดเก่าใหม่ ยังเป็นข้อถกเถียง อยู่ที่หลักฐาน ปัดตอบทบ.หนุนสร้างรั้วถาวรที่บ้านหนองจาน เตือนอินฟลูฯเตรียมรถดูดส้วมฉีดใส่ม็อบเขมร ระวังเป็นเหตุพาไทยขึ้นศาลโลก ขอไม่อยากพูดมาก กลัวทัวร์ลงหาว่า “เป็นคนไทยใจเขมร”
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.อ.ศิวะ หว่างอากาศ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ระบุถึงกรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลบริเวณด้านทิศตะวันตกของปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ที่ฝ่ายกัมพูชาลอบวางว่า เหตุเกิดเวลา 15.45 น.เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ระหว่างที่ทหารไทยกำลังปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนตามเส้นทางที่ปฏิบัติประจำวัน นับเป็นเหตุการณ์ครั้งที่ 3 หลังจากฝ่ายไทย และ กัมพูชามีข้อตกลงหยุดยิงร่วมกันจากที่ประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย-กัมพูชา
ศูนย์ปฎิบัตการทุ่นระเบิดฯประณามเขมร
การกระทำของฝ่ายกัมพูชาครั้งนี้ ปรากฏชัดเจนว่า กัมพูชายังคงจงใจละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ถือเป็นการลอบโจมตีกำลังพลฝ่ายไทยด้วยเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรม ที่มุ่งคุกคามฝ่ายไทยและรุกล้ำอาณาเขตของไทยอย่างชัดเจน
“ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดฯขอประณามการกระทำของฝ่ายกัมพูชาว่าแสดงออกถึงความไม่จริงใจในการร่วมกันแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งระหว่างประเทศทั้งสอง เป็นอุปสรรคสำคัญในการนำไปสู่การสร้างสันติภาพในภูมิภาค รวมทั้ง เป็นการบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อทุกประเด็นที่กัมพูชาเคยให้คำมั่นต่อประชาคมโลกในทุกกรอบเวทีประชุมต่าง ๆ ที่ผ่านมา”พ.อ.ศิวะกล่าว
ทบ.แจงยิบหลักฐานทั้งคลิปและวัตถุพยานอื้อ
ส่วนกรณีกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ออกมาปฏิเสธต่อเหตุการณ์ที่ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิด โดยระบุว่า กัมพูชายืนยันว่าไม่ได้มีการใช้หรือวางทุ่นระเบิดใหม่ และยังคงปฏิบัติตามพันธกรณีในอนุสัญญาออตตาวา ว่าด้วยการห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคลนั้นพล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ออกมาตอบโต้ว่า พื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา จะมีผู้เกี่ยวข้องอยู่เพียงสองฝ่ายคือ ไทยและกัมพูชา ที่ผ่านมามีเพียงฝ่ายไทยที่เป็นผู้ประสบเหตุมาโดยตลอด ประกอบกับเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม จากการสถาปนาความมั่นคงโดยหน่วยทหารช่าง บริเวณพื้นที่ภูมะเขือตรวจพบทุ่นระเบิดPMN-2 ทั้งที่เตรียมไว้รอนำไปติดตั้ง และที่ติดตั้งแล้ว บริเวณแนววางกำลังเดิมของฝ่ายกัมพูชาเป็นจำนวนมาก
อีกทั้งเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ตรวจพบทหารกัมพูชา 2–3 นาย แต่งกายลักษณะหน่วย BHQ ปฏิบัติการดักซุ่มตรวจการณ์ฝ่ายไทย บริเวณทิศตะวันตกของเนิน 350 ใกล้ปราสาทตาควาย จึงยิงขับไล่ไป เมื่อเข้าตรวจสอบพื้นที่พบทุ่นระเบิดPMN-2 จำนวน 1 ทุ่น จากนั้นพบเพิ่มอีก 2 ทุ่นรวมเป็น 3 ทุ่นอยู่ในบริเวณดังกล่าว รวมถึงพบหลักฐานจากการโพสต์ภาพในสื่อออนไลน์ โดยอินฟลูเอนเซอร์เขมรที่ไปถ่ายทำคอนเทนต์บริเวณปราสาทตาควาย และนำไปเผยแพร่เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม โดยในภาพปรากฏเห็นพวงทุ่นระเบิด PMN-2 ร่วมอยู่ด้วย
นอกจากนี้ ยังมีคลิปจากแหล่งข่าวไม่เปิดเผย พร้อมเสียงสนทนาของทหารเขมรที่กำลังเก็บและเคลื่อนย้าย ทุ่นระเบิดPMN-2 เพื่อไปวางในพื้นที่ใหม่ รวมทั้งคลิปจากโทรศัพท์ที่ทหารกัมพูชาทิ้งไว้ในพื้นที่ภูมะเขือ ซึ่งไทยตรวจพบเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 โดยหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมของกองทัพเรือ (TMAC) เมื่อตรวจสอบในโทรศัพท์พบคลิปวิดีโอและภาพถ่ายที่ชัดเจนว่า ทหารกัมพูชากำลังถือทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 พร้อมเสียงสนทนาเป็นภาษาเขมร ระบุเป็นการสาธิตวิธีการใช้งาน ก่อนนำไปลักลอบฝังในพื้นที่ชายแดนไทย
ฉะเขมรอ้างไปคุยจีบีซีแค่ซื้อเวลา
พล.ต.วินธัยกล่าวต่อว่า ประกอบกับท่าทีในการประชุม GBC เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา เขมรไม่ยอมรับข้อเสนอของไทยในการร่วมกันเก็บกู้ทุ่นระเบิด ทั้งที่กัมพูชามีภาพลักษณ์ในสายตานานาชาติว่าเป็นประเทศต่อต้านการใช้ทุ่นระเบิด และได้รับทุนสนับสนุนจำนวนมากในแต่ละปี และล่าสุดในเวทีการประชุม RBC แม้กัมพูชาจะเริ่มรับข้อเสนอ แต่ก็พยายามยื้อโดยขอให้ไปหารือรายละเอียดอีกครั้งในเวที GBC ลักษณะเหมือนเป็นการซื้อเวลา อีกทั้งกระทรวงกลาโหมกัมพูชายังปฏิเสธอีกว่า ได้เตือนไทยและประชาคมระหว่างประเทศหลายโอกาสแล้วว่า พื้นที่บางส่วนในเขตแดนของกัมพูชายังมีวัตถุระเบิดตกค้างจากสงครามกลางเมืองในอดีต
ยันเป็นทุ่นระเบิดใหม่ไม่ใช่ตกค้าง
พล.ต.วินธัย กล่าวว่า ซึ่งต่อกรณีนี้ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะหน่วยงาน TMAC ของไทย เคยเก็บกู้ทุ่นระเบิดตกค้างจากสงครามในอดีตเสร็จสิ้นแล้วเมื่อปี ค.ศ. 2019 รวม 1,300 ลูก และในจำนวนนั้น ไม่พบว่ามีทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 แต่อย่างใด จึงยืนยันได้ว่า ทุ่นระเบิดที่ใช้กันช่วงสงครามกลางเมืองของกัมพูชา ไม่ได้มีชนิด PMN-2 อยู่ในช่วงเวลานั้นแน่นอน
นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตที่แตกต่างกันชัดเจน ระหว่างทุ่นระเบิดที่เคยใช้ในสงครามภายในของกัมพูชากับทุ่นระเบิด PMN-2 โดยทุ่นระเบิด PMN-2 มีลักษณะเป็นพลาสติกแข็ง ผิวมันวาว มีตัวอักษรและตัวเลขพิมพ์อยู่ด้านข้าง อ่านง่าย คมชัด ทั้งหมดนี้จึงยืนยันได้ว่าเป็นทุ่นระเบิดรุ่นใหม่
ย้ำรายงานออตตาวาซุกระเบิด3.7พันลูก
ตลอดจนการไม่ให้ความร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดโดย TMAC ในอดีต ซึ่งกัมพูชามักไม่ให้ความร่วมมือในหลายพื้นที่ใกล้แนวเส้นเขตแดน ถือเป็นข้อพิรุธที่สะท้อนถึงความไม่โปร่งใสของกัมพูชา รวมถึงเอกสารรายงานที่ส่งถึงอนุสัญญาออตตาวา วันที่ 31 ธันวาคม 2024 ระบุชัดกัมพูชายังคงครอบครองทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 และชนิดอื่นรวมกว่า 3,700 ลูก โดยอ้างว่าเก็บไว้เพื่อการฝึกตามมาตรา 3 ของอนุสัญญาฯ แต่กลับลักลอบนำทุ่น PMN-2 มาวางในเขตอธิปไตยของประเทศไทย
“กองทัพบกจึงขอเรียกร้องให้ทหารเขมรยึดมั่นศักดิ์ศรีการเป็นทหาร คำนึงถึงเกียรติยศขององค์กร การพยายามปฏิเสธในสิ่งที่ได้ทำไปแล้ว ขณะที่ไทยมีพยานหลักฐานบ่งชี้ชัดเจน ถือเป็นเรื่องที่น่าละอายอย่างยิ่ง จึงอยากให้เขมรเคารพข้อตกลงที่มีระหว่างกัน และยึดมั่นในกฎกติกาสากลอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่เพียงแค่คำพูดเท่านั้น แต่ควรแสดงออกผ่านการกระทำด้วย” พล.ต.วินธัย กล่าว
มทภ.2ย้ำทุ่นระเบิดใหม่เจอเพิ่ม3ลูก
วันเดียวกัน ที่สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 รับมอบสิ่งของสนับสนุนให้ทหารปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ก่อนให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์ชายแดนปัจจุบันยังต้องเฝ้าระวัง กำลังทหารทั้งสองฝ่ายยังตรึงกำลังกันอยู่ เรื่องพลทหารเหยียบกับระเบิดขาขาด เราไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่น้องทหารทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว ซึ่งมันเกิดขึ้นได้ เป็นความเสียสละของน้องทหารทุกคน ฝ่ายเราเตรียมความพร้อมปฏิบัติทั้งดีและไม่ดี ทั้งตอบโต้ ถ้าคุยดีเราก็ดีด้วย ถ้าไม่ดีเราก็พร้อมทำหน้าที่ต่อ ทหารเราได้ขวัญกำลังใจจากคนไทยที่อยู่แนวหลัง ฝากขอบคุณทุกคน ยืนยันพร้อมทำหน้าที่รักษาอธิปไตย
พล.ท.บุญสินกล่าวว่า ทุ่นระเบิดที่พลทหารเหยียบ เป็นทุ่นระเบิดที่เขมรลักลอบมาวางใหม่ และจากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบทุ่นระเบิดเพิ่มอีก 3 ลูก เป็นเจตนาวางใกล้โซนรั้วลวดหนามที่ฝ่ายไทยคุมพื้นที่อยู่ เป็นการแอบวางเข้ามาในแนวรั้วลวดหนาวฝั่งไทย ทั้งนี้เราไม่ประมาท และมีแนวโน้มกัมพูชาอาจลักลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิดเพิ่มอีก ซึ่งเป็นจุดที่เราเคยตรวจสอบแล้ว เราจึงต้องไม่ประมาทสำหรับมาตรการจัดการเรื่องนี้ สิ่งที่เราทำอย่างเร่งด่วนคือประท้วงกัมพูชาทำผิดข้อตกลง และเงื่อนไขสัญญาออตตาวา ส่วนทางทหารมีแผนรับมืออยู่แล้ว
ลั่นเจอเขมรแอบมาวางใหม่ยิงได้เลย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าฝ่ายทหารกัมพูชาลักลอบเข้ามาวางระเบิดในฝั่งของเรา แล้วเราพบเห็น แม่ทัพภาคที่ 2 ตอบว่า ถ้าเราเห็นเราสามารถยิงได้ ซึ่งตนได้สั่งการไปแล้วว่าถ้าพบเห็นสามารถยิงได้ เพราะถือว่าละเมิดรุกล้ำอธิปไตยของเรา ส่วนการแก้ปัญหาขั้นตอนต่อไปหลังประชุม RBC แล้ว จะเป็นการประชุม GBC ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรงกลาโหมต้นเดือนกันยายน แต่ในส่วนปฏิบัติการทางทหารเราเตรียมแผนไว้เรียบร้อยแล้ว
“อ้วน”บอกว่าตามหลักฐานเก่า-ใหม่
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกฯ กล่าวถึงกรณีพลทหารเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล บริเวณปราสาทตาควาย ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งพบเป็นระเบิดใหม่ว่า ตอนนี้ยังถกเถียงกันอยู่ แต่ตนได้คุยกับพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ในฐานะรักษาราชการแทนรมว.กลาโหมแล้ว ท่านบอกว่าเรื่องนี้ต่างฝ่ายต่างเก็บหลักฐาน โดยจะนำเข้าไปสู่วงประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ที่จะประชุมกันวันที่ 10 กันยายนนี้ ซึ่งเป็นเรื่องตกค้างตั้งแต่ครั้งที่แล้ว แต่เขาปฏิเสธและตอนนี้เพิ่งยอมรับให้เข้าไปเป็นหนึ่งในประเด็นที่จะคุยในวงประชุมดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายกัมพูชาออกมาแถลงแสดงความเสียใจ แต่ยืนยันระเบิดที่พลทหารเหยียบนั้นเป็นระเบิดเก่าไม่ใช่ของใหม่ที่กัมพูชาไปวางไว้ นายภูมิธรรมกล่าวว่า อยู่ที่ข้อเท็จจริงและหลักฐาน
ตปท.ชมยึดกม.ผลีผลามซ้ำรอยพระวิหาร
ถามว่า ไทยจะยกระดับมาตรการให้มากกว่านี้หรือไม่ เนื่องจากมีเสียงวิจารณ์ว่าทำได้แค่ประท้วง นายภูมิธรรมกล่าวว่า ต้องเข้าใจกระบวนการแก้ปัญหาระหว่างประเทศ ซึ่งเมื่อเราทำตามกระบวนการทั้งหมด นานาชาติก็ชื่นชมสิ่งที่เราทำ ทั้งนี้ จากที่ตนได้คุยกับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงได้ร่วมรับประทานอาหารกับเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทยเมื่อคืนที่ผ่านมา เห็นว่าทุกคนชื่นชมว่าเราทำตามในกระบวนการทางกฎหมาย จึงต้องให้ความสำคัญและระมัดระวัง เพราะหากผลีผลามไปจะเกิดเช่นเดียวกับกรณีปี 2554 ที่เราเสียเขาพระวิหาร ฉะนั้น ไม่เกี่ยวว่าเรามีแต่ประท้วง แต่นี่ทำให้เรายืนอยู่ในจุดที่ได้รับความเห็นใจและได้รับการสนับสนุนจากนานาชาติ เพราะเราปฏิบัติตามกฎหมายทุกอย่าง
ปัดตอบทบ.หนุนสร้างรั้วถาวรบ้านหนองจาน
เมื่อถามว่า รัฐบาลมองอย่างไรถึงกรณีพล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ออกมาระบุว่ากองทัพมีแนวคิดให้สร้างรั้วถาวรที่ชายแดนบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว หากเวทีจีบีซีมีการแบ่งเขตแดนชัดเจน นายภูมิธรรมกล่าวว่า รัฐบาลยังไม่ได้มอง เพราะยังไม่ได้เสนอเรื่องมาให้รัฐบาลพิจารณา แต่ตนเข้าใจ ผบ.ทสส.ว่าท่านอยากทำให้ได้รับความสบายใจในการแก้ไขปัญหา ซึ่งในความเป็นจริงถ้าตรงไหนมันชัดแล้วก็สร้างได้ แต่หากตรงไหนยังไม่ชัด ต้องเคลียร์ให้ชัดก่อน ไม่เช่นนั้นจะกระทบปัญหาต่างๆได้อีก อย่างไรก็ตาม ชายแดนขณะนี้ตลอดแนวมีส่วนชัดเจนแล้ว และยังไม่ชัดอยู่ ต้องไปว่าตามกระบวนการต่อไป
เตือนอินฟลูฯอย่าใช้รถดูดส้วมพ่นใส่เขมร
นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงกรณีมีอินฟลูเอนเซอร์รายหนึ่งเตรียมนำรถดูดส้วมไปฉีดใส่มวลชนชาวกัมพูชาที่แนวชายแดนบ้านหนองจาน เป็นห่วงภาพลักษณ์ประเทศไทยต่อนานาชาติหรือไม่ว่า เราต้องมองอย่างแยกแยะ แต่หากพูดถึงท่าทีรัฐบาลทั้งหมด เป็นบวกอยู่แล้ว แต่กรณีนี้เป็นเรื่องความรู้สึก และความคิดเห็นรายบุคคล ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้น อยากให้ประชาชนช่วยกันห้ามปรามว่าอย่าไปทำแบบนั้น
ห่วงเป็นเหตุให้ไทยถูกลากไปศาลโลก
“ความจริงผม ไม่อยากพูด เพราะเดี๋ยวทัวร์ก็มาลงผมอีกว่าเป็นคนไทยใจเขมร แต่สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราต้องระมัดระวัง เพื่อให้นานาชาติเข้าใจ เพราะการต่อสู้ขณะนี้ หากทำไม่ดี จะเป็นผลผูกพันกับเรื่องของดินแดนและอีกหลายอย่าง และจะลากเราเข้าไปสู่ศาลโลกด้วย ซึ่งจะยิ่งเป็นปัญหา เราไม่อยากเข้าศาลโลก เพราะเราไม่ได้รับรองศาลโลก” นายภูมิธรรม กล่าว และว่า เท่าที่คุยกับกระทรวงกลาโหม ไม่มีอะไรน่าหนักใจ เป็นการพูดคุยความเข้าใจกัน ซึ่งทั่วโลกก็เข้าใจดีว่าไม่ใช่บทบาทหรือความต้องการของรัฐบาลไทย แต่เป็นเรื่องของประชาชน ที่เป็นส่วนหนึ่งในสังคม
รบ.ซัดรบ.เขมรไม่จริงใจพิการรายที่6
ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ คณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) กล่าวว่า รัฐบาลไทยขอประณามกัมพูชาอย่างรุนแรงหลังเหตุการณ์ทหารไทย “พลทหาร อดิศร ป้อมกลาง” ประจำการพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการเหยียบทุ่นระเบิด PMN-2 เมื่อวันพุธที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา จนต้องเสียขาและทุพพลภาพถาวร นับเป็นรายที่ 6 ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 และอีก2 นายได้รับบาดเจ็บ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค Regional Border Committee (RBC) ระหว่างกองทัพภาคที่ 2 ของไทยกับภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา สะท้อนถึง “ความไม่จริงใจ” ของเขมรไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง อีกทั้งละเมิดอธิปไตยไทยชัดแจ้ง เนื่องจากจุดลาดตระเวนที่เกิดเหตุอยู่ในดินแดนของไทย และสองเดือนที่ผ่านมา มีกำลังพลไทยเหยียบกับระเบิดถึง 6 ครั้ง ถือเป็นการกระทำโดยเจตนา ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและอนุสัญญาออตตาวาขัดหลักกฎหมายมนุษยธรรมสากล และไร้มนุษย์ธรรมอย่างชัดแจ้ง
ดักคอเขมรอย่าแถหลักฐานมัดคอชัด
ส่วนการแถลงข่าวของรัฐบาลกัมพูชาวันนี้ ปฏิเสธว่าเป็นกับระเบิดเก่าในสมัยสงครามนั้น นายจิรายุกล่าวว่า เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ถูกเก็บกู้กับระเบิดไปหมดแล้ว อีกทั้งกับระเบิดที่พบก็เป็นรูปแบบใหม่ที่มีเทคโนโลยีหลบเลี่ยงเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด ซึ่งรัฐบาลกัมพูชาจำนนต่อหลักฐาน ที่พบมาโดยตลอดแต่ยังใช้วิธีปฏิเสธอย่างไม่มีความรับผิดชอบ เพื่อไม่ต้องรับผิดชอบกับอนุสัญญาออตตาวา
“รัฐบาลไทยยืนยันตามข้อมูลจากกองทัพบกว่า ทุ่นระเบิด PMN-2 ที่พบเป็นการวางใหม่ ไม่ใช่ของเก่าตกค้างจากสงคราม พร้อมมีหลักฐานชัดเจนจากกองทัพบก ที่เผยว่ามีการโพสต์ภาพในสื่อสังคมออนไลน์โดยอินฟลูเอนเซอร์ฝ่ายกัมพูชาบริเวณปราสาทตาควายที่มีภาพทุ่นระเบิด PMN-2 และคลิปจากโทรศัพท์ที่ทหารกัมพูชาทิ้งไว้ในพื้นที่ภูมะเขือที่สอนการวางทุ่นระเบิดดังกล่าว รวมถึงมีการตรวจพบทหารกัมพูชาปฏิบัติการดักซุ่มตรวจการณ์ฝ่ายไทย บริเวณทิศตะวันตกของเนิน 350 ใกล้ปราสาทตาควาย” นายจิรายุกล่าว
เปิดไทม์ไลน์ทหารเหยียบระเบิด6ครั้ง
ทั้งนี้ รายงานโดยกองทัพบกพบว่า สองเดือนที่ผ่านมา มีกำลังพลไทยเหยียบกับระเบิดถึง 6 ครั้ง ครั้งแรก เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 บริเวณช่องบก จ.อุบลราชธานี วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ที่ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์วันที่ 9 สิงหาคม 2568 ที่รอยต่อโดนเอาว์-กฤษณา จ.ศรีสะเกษ วันที่ 12 สิงหาคม 2568 ที่ปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ และล่าสุด วานนี้ วันที่ 27 สิงหาคม 2568 ที่ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์
“ขอย้ำว่า ประเทศไทยจะดำเนินการทุกช่องทาง ทั้งตอบโต้ที่เหมาะสมและ ทางการทูต กฎหมายระหว่างประเทศ และกลไกทวิภาคี เพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบจากฝ่ายกัมพูชาและเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและความปลอดภัยของประชาชนไทยอย่างถึงที่สุด” นายจิรายุกล่าว
“มาริษ”พบปธ.ออตตาวาฟ้องเขมรซุกระเบิด
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมตามเวลาท้องถิ่น นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศหารือทวิภาคีกับนางสาว อิชิกาวะ โทมิโกะ เอกอัครราชทูต/ผู้แทนถาวรญี่ปุ่นประจำการประชุมด้านการลดอาวุธ ประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ครั้งที่ 22 (อนุสัญญาออตตาวา) โดยมีนางสาวแคโรลีน-เมลานีเรกิมบัล หัวหน้าสำนักงานกิจการลดอาวุธแห่งสหประชาชาติ (UNODA) ณ นครเจนีวา ร่วมหารือด้วย โดยนายมาริศได้นำข้อมูลสำคัญและพัฒนาการล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ของทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้นพบทุ่นระเบิดที่เขมรลอบวางไว้ในพื้นที่อธิปไตยของไทย ส่งผลให้ทหารไทยบาดเจ็บและทุพพลภาพจำนวนมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติและอนุสัญญาออตตาวาอย่างร้ายแรง เพียงไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ฝ่ายไทยยังได้พบทุ่นระเบิด PMN2ที่เพิ่งวางไว้ใหม่ในพื้นที่อธิปไตยไทย หลังทหารเขมรรุกล้ำเข้าไปในดินแดนไทยเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม และเมื่อเช้าวันนี้ (27 สิงหาคม 2568)
นายมาริษย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความน่าเชื่อถือของอนุสัญญาออตตาวา พร้อมกับแจ้งการดำเนินการต่อไปของไทย และความคาดหวังของไทยในการให้เขมรกลับสู่การดำเนินการตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาและร่วมมือกับไทยในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดต่อไป
รวมพลังปกป้องบ้านหนองจาน
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ทหารกองกำลังบูรพา ฉก.อรัญประเทศ ตำรวจ สภ. โคกสูงฝ่ายปกครองอำเภอโคกสูง รวมทั้งชาวบ้านจำนวนมากจัดสถานที่พร้อมตั้งโรงทานรับคลื่นประชาชนที่จะเดินทางมาให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณบ้านหนองจาน หรืออดีตศูนย์อพยพบ้านหนองจาน ซึ่งคาดว่าช่วงเที่ยงถึงบ่ายจะมีมวลชนจากหลากหลายจังหวัดเดินทางมาที่บ้านหนองจานจำนวนมากโดยเฉพาะนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือกัน จอมพลังจะเดินทางมาที่บ้านหนองจานตามคำเชิญหรือคำขู่ของมวลชนเขมร
จากนั้นที่จุดตรวจ ส.40 บ้านหนองจานกลุ่มมวลชนหลายร้อยคนจากหลายพื้นที่ในประเทศไทยเดินทางมารวมพลังแสดงสัญลักษณ์ด้วยการร้องเพลงชาติไทยผ่านเครื่องขยายเสียงดังกึกก้องไปทั่วถึงฝั่งกัมพูชา นอกจากนั้นยังมีการจัดพิธีสดุดีไว้อาลัยทหารกล้า 15 คนที่เสียสละลมหายใจ ร่างกายความสบายมาปกป้องอธิปไตยของชาติไทย ทำให้บรรยากาศที่บ้านหนองจานคึกครื้นเป็นพิเศษในวันนี้ โดยคนที่เข้ามาในพื้นที่วันนี้ มีกลุ่มน้ำไม่อาบ นำทีมโดย เม ลาย นำรถดูดส้วม มาแสตนบายที่หน้าด่าน ตามคำท้าของฝ่ายเขมร
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี