ดับแล้ว5บาดเจ็บ15
พายุ‘คาจิกิ’กระหน่ำ
แม่ฮ่องสอนอ่วมหนัก
กรมอุตุฯ เตือน 4 จังหวัดภาคเหนือ ฝนหนัก จ.สุโขทัย อ่วม! น้ำยมทะลักท่วม ส่วนแม่ฮ่องสอน พบตายแล้ว 1 เป็นหญิงสูงอายุ น้ำป่าซัดถนน-คอสะพานขาด ด้าน ปภ.สรุปฤทธิ์ ‘คาจิกิ’ ส่งผลมีผู้เสียชีวิต 5 ราย เจ็บ 15 สูญหาย 7 ยังเกิดสถานการณ์ใน 8 จังหวัด ส่งผลกระทบ 1,600 ครัวเรือน ทุกฝ่ายเร่งมือช่วยเหลือ
เมื่อวันที่ 28สิงหาคมกรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศว่า ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย และน่าน ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ตอนบนของภาคเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาว และเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
ที่ จ.สุโขทัย วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์น้ำในแม่น้ำยม ว่ามีระดับเพิ่มสูงขึ้นมีความ เร็วและแรงทำให้ทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัย ให้ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำยม ซึ่งปริมาณน้ำได้ลอดใต้พนังกั้นน้ำที่ชุมชนคูหาสวรรค์ ต.ธานี อ.เมือง จ.สุโขทัย ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนบริเวณชุมชนคูหาสุวรรณ
นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รอง ผวจ.สุโขทัย พร้อมด้วยนางพัฒสอน ดอนพิมพา นายกเทศบาลมืองสุโขทัยธานี ได้ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยและหาแนวทางแก้ไขและป้องกัน โดยพบว่าบริเวณพนังกั้นน้ำใกล้ร้านอาหารเฟื่องฟ้าจุดนี้เมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นจุดที่น้ำยมไหลทะลักเข้าท่วม และกัดเซาะพนังจนเป็นโพรงกว้างทำให้พนังกั้นน้ำบริเวณนี้เอียงเป็นระยะทางกว่า 5 เมตร และได้มีการซ่อมแซมโดยใช้บิ๊กแบ๊กกว่า 100 ลูก เเรียงกั้นไว้ แต่เนื่องจากโพรงอาจจะขยายเป็นมุมกว้างขึ้นและกระแสน้ำไหลแรงจึงทำให้น้ำจากแม่น้ำยมไหลรอดใต้โพรงบริเวณนี้อีก จนน้ำท่วมชุมชนดังกล่าว
ส่วนที่ จ.แม่ฮ่องสอน นายเอกวิทย์ มีเพียร ผวจ.แม่ฮ่องสอน สรุปความเสียหายจากความเสียหายจากเหตุอุทกภัย น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ ซึ่งทำให้เกิดน้ำปาไหลากใน อ.เมือง อ.ปางมะผ้า อ.ขุนยวม และอ.แม่สะเรียง รวม 13 ตำบล 61 หมู่บ้านประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนมาก ถนนหลายเส้นทางได้รับความเสียหาย มีผู้สูญหาย 2 รายในพื้นที่บ้านห้วยโป่ง ต.ห้วยโป่ง อ.เมืองคือนายวรรณโณ (สงวนนามสกุล) และ น.ส.ศิริพร (สงวนนามสกุล) โดยมีปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ชุดปฏิบัติการพิเศษ ร้อย อส.จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เร่งออกค้นหาผู้สูญหายสองราย ซึ่งคาดว่าจะถูกน้ำป่าพัดไป
สำหรับเส้นทางสัญจรหลักได้รับความเสียหาย เส้นทางหมายเลข 108 เชื่อมต่อระหว่าง อ.เมือง กับ อ.ขุนยวมโดยเฉพาะจุดคอสะพานห้วยโป่ง เสียหายกว่า 100 เมตร รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรได้ ทำให้ อ.เมือง ถูกตัดขาด ขณะนี้ทุกภาคส่วนกำลังเร่งช่วยเหลือสร้างสะพานเบลีย์ชั่วคราวเพื่อใช้สัญจร
ส่วนบริเวณบ้านผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน มีพื้นที่เสียหาย 2 จุด คือจุดแรกที่สะพานข้ามแม่น้ำแม่สะมาด ทรุดตัว ระยะทาง 60 เมตร และจุดที่ 2 แยกทางหลวงหมายเลข 108 บ้านน้ำเพียงดิน ระหว่างบ้านห้วยแก้ว ต.ผาบ่อง อ.เมือง คอสะพานขาด จังหวัดได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการซ่อมแซม
ผวจ.แม่ฮ่องสอน กล่าวต่อว่า อุทกภัยครั้งนี้เกิดจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้พื้นดินชุ่มน้ำ ประกอบกับสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงชัน จึงเกิดน้ำป่าไหลหลากสร้างความเสียหายบนเส้นทางและพื้นที่ราบเชิงเขา ขณะนี้ทุกภาคส่วนได้เร่งมือในการช่วยเหลือ ส่วนประชาชนที่จะเดินทางมายัง จ.แม่ฮ่องสอน ยังสามารถเดินทางผ่านถนนทางหลวงสาย 1095 เชียงใหม่ ปาย ปางมะผ้า แม่ฮ่องสอน ที่ยังเดินรถได้ตามปกติ
ด้านรายงานความเสียหายเบื้องต้นพบว่ามีผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย อายุ 83 ปี และมีผู้บาดเจ็บอีก 1 รายเป็นหญิงอายุ 70 ปี สภาพแขนหัก นอกจากนี้ยังมีบ้านเรือนเสียหาย 12 หลัง รถยนต์เสียหาย 3 คัน และจักรยานยนต์อีกหลายคัน ส่วนการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างยากลำบากเนื่องจากเส้นทางหลักในเขต อ.เมืองถูกตัดขาด ต้องใช้เส้นทางอ้อมผ่าน อ.ขุนยวม เส้นทุ่งบัวตอง-บ้านห้วยหมากลาง เท่านั้น ซึ่งในพื้นที่ประสบภัยยังคงขาดแคลนน้ำดื่มและอาหาร
ที่กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีปภ.เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากพายุ“คาจิกิ”โดยนายสหรัฐ เปิดเผยว่าช่วงระหว่างวันที่ 24 สิงหาคมถึงปัจจุบัน เกิดสถานการณ์อุทกภัยและดินสไลด์รวม 12 จังหวัด (จ.พะเยา น่าน แพร่ ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ เลย และนครพนม) รวม 28 อำเภอ 76 ตำบล 238 หมู่บ้าน เบื้องต้นประชาชนได้รับผลกระทบ 1,808 ครัวเรือน 6,354 คน มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ผู้บาดเจ็บ 15 ราย สูญหาย 7 และยังคงมีสถานการณ์ใน 8 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ เชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน และอุตรดิตถ์ รวม 21 อำเภอ 66 ตำบล 209 หมู่บ้าน เบื้องต้นประชาชนได้รับผลกระทบ 1,647 ครัวเรือน 5,781 คน บางพื้นที่มีการติดตามแก้ไขปัญหาต่อเนื่อง เช่น จ.แม่ฮ่องสอน ที่เส้นทางสัญจรและคอสะพานได้รับผลกระทบจากน้ำกัดเซาะ ทำให้รถไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ และบางพื้นที่ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ได้แก่ จ.แพร่และสุโขทัย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี