​สกร.รวมใจพื้นที่สูง – มอแกน พัฒนาการศึกษาเด็กในถิ่นทุรกันดาร ก้าวข้ามข้อจำกัดด้วยครู ศศช. ทั่วประเทศ

​สกร.รวมใจพื้นที่สูง – มอแกน พัฒนาการศึกษาเด็กในถิ่นทุรกันดาร ก้าวข้ามข้อจำกัดด้วยครู ศศช. ทั่วประเทศ

วันจันทร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นางเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นประธานการประชุม“การประชุมปฏิบัติการจัดทำแผนการดำเนินงานการจัดการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ของศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยมอแกน ในพื้นที่โครงการ กพด. และ ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” ในพื้นที่สูง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” ณ โรงแรมไมด้า ดอนเมือง แอร์พอร์ต แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

นางเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดี สกร. กล่าวชื่นชมผลงานของคณะครูและผู้บริหารทุกคน โดยเฉพาะการร่วมรับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการประชุมวิชาการ กพด. ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของครู ศศช. ที่แม้จะทำงานในสภาพแวดล้อมที่จำกัด ทั้งด้านบุคลากร งบประมาณ สัญญาณสื่อสาร และสภาพพื้นที่ แต่ทุกคนก็สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเข้มแข็งและงดงาม หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นคือ ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านโอโลคีบน จ.เชียงใหม่ ที่นำผลผลิตท้องถิ่นอย่าง “ใบพลู” มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า ถ่ายทอดทักษะชีวิตและทักษะอาชีพจากบริบทจริงของชุมชน เกิดเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เด็กลงมือทำด้วยตนเองอย่างแท้จริง สอดคล้องกับแนวคิดด้านเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


ต่อเนื่องจากชิ้นงานใบพลู อธิบดียังกล่าวถึงอีกหนึ่งโครงงานที่โดดเด่น คือ โครงงาน “ปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร” ของนักเรียนระดับประถม ศศช.บ้านพะอัน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เด็กๆได้เรียนรู้การจัดการขยะอินทรีย์จากเศษอาหารที่มีอยู่จริงในชุมชน นำมาทำปุ๋ยหมักเพื่อลดปัญหาขยะและนำกลับมาใช้ประโยชน์ในการปลูกผักและพืชสวนของศูนย์การเรียน เป็นการเรียนรู้ที่แสดงให้เห็นว่า แม้เป็นชุมชนเล็กๆ และอยู่ห่างไกล แต่เด็กๆ สามารถสร้างคุณค่าจากสิ่งรอบตัวได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมตั้งแต่วัยเยาว์

และต่อจากโครงงานปุ๋ยหมัก ยังมีอีกหนึ่งผลงานที่มีคุณค่าทางวิชาการและการประยุกต์ใช้ คือ โครงงานการผลิต “เชื้อราไตรโคเดอร์มา” ของผู้เรียนระดับมัธยมศึกษา ศศช.บ้านเดลอปอบอ อ.อุ้มผาง จ.ตาก ที่นักเรียนได้ทดลองเพาะเลี้ยงเชื้อราไตรโคเดอร์มา ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ใช้ควบคุมโรคพืชตามธรรมชาติ นำไปใช้ป้องกันเชื้อราในพืชผักท้องถิ่น ช่วยลดการใช้สารเคมี และสร้างองค์ความรู้ด้านเกษตรปลอดภัยให้เกิดขึ้นจริงในชุมชน ผลงานนี้ไม่เพียงเปิดโลกด้านวิทยาศาสตร์ให้แก่เด็กในพื้นที่สูง แต่ยังเป็นตัวอย่างของการเรียนรู้ที่ประยุกต์สู่การดำรงชีวิตใกล้ตัวอย่างแท้จริง ครูและนักเรียนร่วมกันค้นคว้า ทดลอง และนำผลลัพธ์ไปใช้จริงในพื้นที่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิตตามแนวคิดของ สกร.

อธิบดี สกร. กล่าวว่า โครงงานทั้งสามชิ้น - ใบพลูเพิ่มมูลค่า ปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร และไตรโคเดอร์มา เป็นภาพสะท้อนพลังการศึกษาในพื้นที่สูง ที่แม้จะมีข้อจำกัด แต่ก็เต็มไปด้วย “ศักยภาพที่งดงาม” และเป็นตัวอย่างของการจัดการเรียนรู้ที่ยึดบริบทจริงเป็นฐาน ซึ่ง สกร. จะสนับสนุนให้เกิดขึ้นในทุกศูนย์การเรียนทั่วประเทศ

สำหรับการประชุมปฏิบัติการจัดทำแผนครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน จาก 14 จังหวัดทั้งภาคเหนือและภาคตะวันตก อาทิ เชียงใหม่ ตาก น่าน แม่ฮ่องสอน พังงา เชียงราย พะเยา แพร่ ลำพูน ลำปาง กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเต็มไปด้วยความตั้งใจของผู้ปฏิบัติงานทุกระดับที่ต้องการจัดทำแผนงานให้ตอบโจทย์บริบทพื้นที่และนโยบายของสกร.อย่างแท้จริง

การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ ได้แก่ ดร.อภิสิทธิ์ พึ่งพร ผู้อำนวยการโครงการส่วนพระองค์ 905 ที่ได้อธิบายแนวพระราชดำริและกรอบการดำเนินงานของโครงการ กพด. รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตในพื้นที่สูง และพลวิชญ์ ขยันงาน ผู้ชำนาญการด้านความรับผิดชอบต่อสังคม บมจ.ไทยคม ที่ได้แบ่งปันแนวคิดการพัฒนาชุมชน ทักษะชีวิต และความยั่งยืนที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในพื้นที่ทุรกันดาร

“แผนปฏิบัติงานที่ดีไม่ใช่เพียงการเขียนแผนให้สมบูรณ์เท่านั้น แต่ต้องนำไปขับเคลื่อนในระดับสถานศึกษาให้เห็นผลต่อผู้เรียนอย่างแท้จริง และในทุกๆที่ ไม่ว่าจะอยู่แห่งใดก็ตาม ที่นั่น สกร. จะทำให้กลายเป็นพื้นที่ที่มีประสิทธิภาพ ด้วยฝีมือของครู ศศช. และทีมงาน สกร. ทุกระดับ อธิบดีจะอยู่เคียงข้างและสนับสนุนอย่างเต็มที่ในทุกโอกาส

ด้าน นางยุพิน บัวคอม รองอธิบดี สกร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกหน่วยงานควรทบทวนทิศทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2560–2569) ซึ่งเน้นการพัฒนาแบบองค์รวมทั้งด้านสุขภาพ การศึกษา ศักยภาพวิชาการและจริยธรรม อาชีพ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การสืบทอดวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น การเชื่อมโรงเรียนสู่ชุมชน และการยกระดับสถานศึกษาเป็นศูนย์บริการความรู้ เพื่อให้ศูนย์การเรียนชุมชนทุกแห่งสามารถพัฒนาอย่างยั่งยืนและเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในปีงบประมาณต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top