วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569
ฝุ่นพิษยังเกินมาตรฐาน 6 จังหวัด ส่วน กทม.และปริมณฑล เกินค่าใน 4 พื้นที่ ขณะที่สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 จ.แม่ฮ่องสอน เริ่มเกินค่าเพิ่มสูงขึ้นจากสาเหตุการเผาวัชพืช-ป่า เกิดควันไฟปกคลุมทั่วพื้นที่
เมื่อวันที่ 3 มกราคม ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ เวลา 07.00 น.สรุปดังนี้ ภาพรวมปริมาณฝุ่น PM2.5 ในประเทศไทย อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ พบเกินค่ามาตรฐานใน จ.นนทบุรี กทม. จ.สมุทรสาคร จ.ลำพูน และ จ.สมุทรสงคราม
ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 1 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 5.2-38.5 ไมโครกรัม (มคก.)/ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 10.1-29.1 มคก./ลบ.ม.ภาคกลางและตะวันตก เกินค่ามาตรฐาน 1 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 18.0-42.8 มคก./ลบ.ม.ภาคตะวันออก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 10.5-28.4 มคก./ลบ.ม.ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 13.9-23.1 มคก./ลบ.ม.ส่วน กทม.และปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร เกินค่ามาตรฐาน 4 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 18.3-41.6 มคก./ลบ.ม.
สำหรับคำแนะนำทางสุขภาพ ประชาชนทั่วไป ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง ถ้ามีอาการทางสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์ โดยสามารถติดตามสถานการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ Air4Thai.com และ airbkk.com แอปพลิเคชัน Air4Thai และ AirBKK
ผลการคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 4-10 มกราคม 2569 พื้นที่ กทม.และปริมณฑล มีแนวโน้มลดลงวันที่ 6-9 มกราคม 2569 และยังคงต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ ส่วนพื้นที่ภาคกลางและตะวันตก มีแนวโน้มลดลงวันที่ 6-9 มกราคม 2569 และยังคงต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ ส่วน 17 จังหวัดภาคเหนือ มีแนวโน้มลดลงวันที่ 6-9 มกราคม 2569 และยังคงต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวโน้มลดลงวันที่ 6-9 มกราคม 2569 และยังคงต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ ภาคตะวันออก มีแนวโน้มลดลงวันที่ 6-9 มกราคม 2569 และยังคงต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ ภาคใต้ ดีอย่างต่อเนื่อง
จากการตรวจสอบข้อมูลจุดความร้อน (hotspot) ผ่านดาวเทียม ไม่พบจุดความร้อนที่ดาวเทียมตรวจพบค่าความร้อนสูงผิดปกติจากค่าความร้อนบนผิวโลกบริเวณพื้นที่ กทม.
ส่วนสำนักสิ่งแวดล้อม ได้ประสานแจ้งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มงวดการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง เพื่อเป็นการบรรเทาความรุนแรงของสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสุขภาพอนามัยของประชาชน และขอเชิญชวนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและทุกภาคส่วน โดยช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและลดกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดฝุ่นละออง เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ “5 วิธีลดฝุ่น คุณก็ทำได้” 1.หมั่นทำความสะอาดบ้านด้วยวิธีเช็ดฝุ่น 2.งดเผาขยะ งดจุดธูป 3.ปลูกต้นไม้ช่วยดูดซับมลพิษดักจับฝุ่นละออง 4.เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ และ 5.ดับเครื่องยนต์ขณะจอดรถ ตรวจสภาพเครื่องยนต์ไม่ให้มีค่าควันดำ เกินมาตรฐาน
ด้านสถานการณ์มลพิษในอากาศของพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน เริ่มมีค่าเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ยังอยู่ในระดับไม่กระทบต่อสุขภาพ คาดการณ์ว่าอีกไม่นานอาจจะส่งผลกระทบอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม พบว่าในหลายพื้นที่เริ่มมีการเผาวัชพืช และเผาป่าบางจุดในพื้นที่ห่างไกล หลายแห่งซึ่งจากสภาพอากาศในตอนกลางวันซึ่งค่อนข้างร้อน ส่งผลให้ควันไฟที่ถูกเผา เริ่มลอยปกคลุมบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงแล้ว
ขณะที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน) รายงานสรุปสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เวลา 07.00 น.พื้นที่รับผิดชอบ พบว่าค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ระหว่าง 4.5-42.5 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีมาก ถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ พบพื้นที่ซึ่งค่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยพบค่ามลพิษเกินค่ามาตรฐานใน จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย และ จ.ลำพูน ส่วน จ.แม่ฮ่องสอน วัดค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 มคก./ลบ.ม.ได้ 32.7 ใกล้เกินค่ามาตรฐาน หมายเหตุ ค่ามาตรฐาน PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ต้องไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม.
อย่างไรก็ตาม พบว่าในหลายพื้นที่เริ่มมีการเผาวัชพืชและเผาป่าบางจุดในพื้นที่ห่างไกล หลายแห่งซึ่งจากสภาพอากาศในตอนกลางวันที่ค่อนข้างร้อน ส่งผลให้ควันไฟที่ถูกเผา เริ่มลอยปกคลุมบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงแล้ว
ข้อแนะนำ ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ประชาชนทั่วไปควรลดระยะเวลาในการทำกิจกรรม หรือออกกำลังกายกลางแจ้ง หากมีความจำเป็นควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น PM2.5 ประชาชนกลุ่มเสี่ยงหากมีอาการผิดปกติให้รีบปรึกษาแพทย์ ขอความร่วมมืองดเผาในที่โล่งทุกพื้นที่ โดยเฉพาะเกษตรกรงดเผาวัชพืช เศษกิ่งใบลำไย ตอซังข้าวและเศษวัสดุทางการเกษตร รวมถึงประชาชนควรงดเผาในที่โล่งต่างๆ และงดเผาในพื้นที่ป่า เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่าลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)
ทั้งนี้ ในส่วนของ จ.แม่ฮ่องสอน แต่ละปีในห้วงฤดูแล้ง จะได้รับผลกระทบค่ามลพิษที่เกินค่ามาตรฐานในระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพต่อเนื่องมานานหลายสิบปี และมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ต้องเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลทุกแห่งของจังหวัด การแก้ไขปัญหาไฟป่านั้นมีการเพิ่มงบประมาณในการแก้ไขต่อเนื่องทุกปี แต่ยังไม่สามารถหยุดยั้งไฟป่าได้ แม้ว่าจะมีการถอดบทเรียนการแก้ปัญหาไฟป่าจากหน่วยงานรัฐ ทุกปี แต่ปัญหาก็ยังคงอยู่ และส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างหนัก
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศเย็นถึงหนาว กับมีลมแรง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอุณหภูมิลดลง 2–4 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลง 1–3 องศาเซลเซียส เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบนแล้ว ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมทั้งระวังอันตรายจากอัคคีภัยเนื่องจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง
สำหรับภาคใต้ตอนล่างมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อ่าวไทยตอนบนและห่างฝั่งทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1–2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่างควรระมัดระวังคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี