วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569
สกู๊ปปีใหม่
“ชัชชาติ” ส่งสัญญาณไปต่อหลังเลือกตั้งสนามใหญ่จบ
เตรียมนโยบายพาเมืองสู่ศรีวิไลซ์
… “ชัชชาติ” พอใจ 3 ปี 7 เดือน ทำได้ครบถ้วนตามที่สัญญา เตรียมส่งต่องานอนาคต โดย ผุด 3 เมกะโปรเจกต์ให้ผู้ว่าฯ คนใหม่สานต่อ สร้างสะพานข้ามเจ้าพระยา แลนด์มาร์คกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้งสนามใหญ่บอกประชาชนสู้อีกสมัย หรือไม่ ถ้าสู้ก็พร้อมทำนโยบายอีก 4 ปี พาเมืองสู่ระดับโลก ..
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เผยถึงการทำงานในปีสุดท้ายก่อนจะหมดวาระในเดือนพฤษภาคม 2569 ว่า ผ่านมา 3 ปี 7 เดือน เหลือเวลาอีก 5 เดือน เตรียมส่งต่องานให้กับผู้ว่าฯ ท่านต่อไป ภาพรวม ที่ผ่านมามีโครงการตามนโยบาย 226 โครง และเพิ่มเป็น 244 โครง วันนี้ได้ดำเนินไปเกือบหมดแล้ว มีเพียง 8 โครงที่ไม่ได้ทำหรือทำแล้วไม่ทำต่อ ที่สำคัญสิ่งไหนอันไหนไม่เวิร์กเราก็ยอมรับและปรับเปลี่ยนใหม่ แต่ทั้งหมดที่กล่าวถึงถือว่าทำได้มากกว่า 95% พอใจพอสมควร เพราะอย่างน้อยๆทำได้ครบถ้วนตามที่สัญญากับประชาชนไว้
หากพูดถึงภาพรวมนโยบาย 9 ด้าน 9 ดี
ด้าน “เดินทางดี”
“คนชอบพูดว่าทำไมไม่ทำเมกะโปรเจกต์ โครงการขนาดใหญ่ จริงๆ ผมว่าไม่มีใครทำเมกะโปรเจกต์ได้ใหญ่เท่าเราแล้ว การจ่ายหนี้บีทีเอส 70,929 ล้าน ทำให้เราได้ขบวนรถ และส่วนต่อขยายมา รวมการโอเปอเรตย้อนหลังไป 5 ปี ซึ่งไม่มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไหนที่ลงทุนด้วยเงินตัวเองมากถึง 7 หมื่นล้าน ถ้ามองเผินๆ อาจว่าไม่ใช่ แต่จริงๆเป็นผลงานของ กทม.“
ผลงาน “เดินทางดี” ที่ผ่านมา (1) ชำระหนี้ BTS ค่า O&M และ E&M จนถึงปัจจุบัน (รวม 70,929 ล้านบาท) จบปัญหาหนี้สิน BTS ทั้งหมด พร้อมเริ่มศึกษาแนวทางการดำเนินการหลังหมดสัญญาสัมปทานปี 2572 (2) เปิดถนนใหม่เชื่อมถนนวิภาวดี และ พหลโยธิน ช่วยระบายการจราจร(3)ปรับปรุงทางเท้าไปแล้ว 1,100++ กม. และ ปรับปรุงทางเดินเท้ารอบสถานี และทางเดินริมคลอง เรื่องนี้ประชาชนชอบ (4) ผายปากทางแล้วเสร็จ 103 จุด (5)เริ่มใช้งาน Adaptive signaling (สัญญาณไฟอัตโนมัติ) 72 ทางแยก เช่น ถนนพระราม 4 ถนนสุขุมวิทตลอดเส้น ทำให้การจราจรดีขึ้น (6) เริ่มใช้งาน Covered Walkway สาทร ให้เดินได้อย่างสะดวกมากขึ้น ไม่ร้อน ไม่เปียก ประชาชนตอบรับดี
(7) เรื่องแก้น้ำท่วม ทำได้ค่อนข้างดี การรับมือปัญหาน้ำเหนือ และ น้ำหนุน ได้ถอดบทเรียนจากสถานการณ์น้ำปี 65 ที่มีปริมาณน้ำฝนสูงนำมาสู่การปรับปรุงระบบระบายน้ำ จุดเสี่ยงจาก 737 จุด ดำเนินการไปแล้ว 595 จุด พร้อมกับปรับปรุงแนวฟันหลอริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่องเหลือเพียง 15 จุดจาก 120 จุด ซึ่งทุกจุดอยู่ในระบบแผนที่ทำให้ กทม. สามารถเตรียมการปิดล้อมเรียงกระสอบทราบได้ทัน
งานที่จะทำในปี 69 1. Skywalk ราชวิถี จุดเชื่อมต่ออนุสาวรีย์ เป็นจุดเปลี่ยนถ่ายการสัญจรหลักของ กทม. อยู่ระหว่างการปรับปรุงทั้ง Skywalk และ จุดเปลี่ยนถ่ายรถเมล์ด้านล่าง คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปีหน้า 2. ทางยกระดับลาดกระบังที่ถล่มไป คาดว่าจะซ่อมและเปิดกลับมาใช้ได้ภายในปี 69 3. อุโมงค์ระบายน้ำหนองบอน และ ทางลอดทวีวัฒนา ก็คาดว่าจะแล้วเสร็จแล้วเปิดให้บริการได้ 4. ปรับปรุงศาลารอรถเมล์ 300 หลัง ป้ายดิจิทัล 500 ป้าย 5. ดำเนินการก่อสร้างสะพานเกียกกายต่อเนื่อง 6. ขยายถนนพุทธมณฑลสาย 1 แล้วเสร็จ เปิดถนนเชื่อมต่อพุทธมณฑล 2 และ 3 7. ผายปากทาง แล้วเสร็จ 11 จุด อยู่ระหว่างดำเนินการ 19 จุด
ด้าน “ปลอดภัยดี”
ผลงานปี 68 คือ 1. การรับมือเหตุการณ์แผ่นดินไหว แก้ไขปัญหาตึกถล่ม ดูแลเหตุการณ์ถนนทรุด เป็นระบบและจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ทำได้ดี พอใจในระดับหนึ่ง และมีการเตรียมมาตรการรองรับภัยพิบัติที่มีแนวโน้มความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต 2. จบคดีรถดับเพลิงและรถบรรทุกน้ำ 139 สามารถนำมาปรับปรุงใช้ได้ (คดีค้างตั้งแต่ปี 2546-2547) สู้คดีจนเสียแค่ค่าจอดรถ (ใช้เงินประมาณ 316 ล้านบาท) 3. ทางแยกทางข้าม ปรับปรุงทางม้าลาย 882 แห่ง และจัดทำทางม้าลายใหม่ 1,185 แห่ง 4. ปรับลดความเร็วในเมือง จาก 80 กม./ชม. เป็น 60 กม./ชม. อัตราการเสียชีวิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 5. ปรับปรุงสถานีดับเพลิงแล้ว ทุ่งมหาเมฆ บางซ่อน ถนนจันทน์ หนองจอก บางบอน 6. แจกถังดับเพลิงลักษณะใช้มือจับแล้ว 37,590 ถัง 7. ตรวจสอบประปาหัวแดง 24,575 จุด 7. พัฒนา Risk map รวมแผนที่ความเสี่ยง และ อุปกรณ์ช่วยเหลือ
งานที่จะทำในปี 69 คือ 1. ก่อสร้างและปรับปรุงสถานีดับเพลิงแล้วเสร็จอีก 4 แห่ง ดอนเมือง พระโขนง ประเวศ หนองแขม 2. เริ่มก่อสร้างโครงการศูนย์ฝึกดับเพลิงและกู้ภัยที่ย้ายมาก่อสร้างที่บริเวณหนองจอก คาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มใช้งานได้ปี 70
ด้าน “โปร่งใสดี”
“ถ้าดูโพลของประชาชนล่าสุด เรามีจุดอ่อน 2 เรื่อง เศรษฐกิจ และความโปร่งใส ซึ่งเราได้มีการปรับปรุงหลายด้านโดยการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เช่น การขออนุญาตก่อสร้างออนไลน์ ทำให้ติดตามได้ดีขึ้น จะเป็นตัวหนึ่งที่ช่วยลดทุจริตในเรื่องนี้ที่เป็นเมนพอยท์ที่คนบ่นเยอะ คนที่ใช้บอกว่าดีมาก ลดการเจอหน้าการเรียกรับเงิน หัวใจสำคัญของการกำจัดคนทุจริต หลายคนบอกทำไมผู้ว่าฯไม่ไล่ออก กทม.มีการตรวจสอบทางวินัยไล่ออกได้ไม่รวดเร็ว และเอาผิดอาญาไม่ได้ เราจึงต้องร่วมมือกับหน่วยงานนอก ป.ป.ช. ป.ป.ท. ได้ไล่ออกข้าราชการไปแล้ว 28 ราย“
ผลงานปี 68 คือ 1. ใช้งานระบบขออนุญาตก่อสร้างออนไลน์ได้อย่างเต็มระบบตั้งแต่ ระบบขออนุญาต 14 วันโดยสำนักการโยธา และ การขออนุญาตที่สำนักงานเขต ทุกเคสมีการบันทึกเข้าสู่ระบบทั้งหมด 2. เปิดเวปไซต์ติดตามการทำงานของ กทม. open-contracting ติดตามการใช้งบประมาณ งบลงทุนทั้งหมด และ openpolicy ติดตามความคืบหน้านโยบายทั้งหมดของ กทม. 3. ลดต้นทุนในการจัดซื้อจัดจ้างอย่างต่อเนื่อง เช่น ต้นทุนการฝังกลบขยะลดลงจาก 600 เหลือ 500 บาทต่อตัน ประหยัดต้นทุนได้หลายร้อยล้านต่อปี ต้นทุนการจัดซื้อถังดับเพลิงจากถังละ 1,000 กว่าบาท เหลือเพียงถังละ 800 กว่าบาท 4. ร่วมมือกับ ป.ป.ช. ป.ป.ท. ลงโทษข้าราชการทุจริต 28 ราย
งานที่จะทำในปี 69 คือ 1. พัฒนา Dashboard ติดตามกระบวนการการสอบสวน ทางวินัย ให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น ป้องกันการขยายเวลาสอบสวนโดยไม่จำเป็น 2. พัฒนาระบบ gov.bangkok เป็นเวปไซต์ศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลและบริการทั้งหมดของ กทม.เพื่อความสะดวกของประชาชน 3. ยกระดับมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลของ กทม. ให้สอดคล้องกับ Open Contracting Data Standard
ด้าน “สิ่งแวดล้อมดี”
ผลงานค่อนข้างชัดเจน ปี 68 คือ 1. เริ่มโครงการคัดแยกขยะ 100% (ไม่เทรวม) ปรับค่าธรรมเนียม 20 บาทสำหรับประชาชนที่คัดแยกขยะ และ 60 บาทสำหรับประชาชนที่ไม่คัดแยก พร้อมขึ้นค่าเก็บขยะสำหรับผู้ที่ผลิตขยะในปริมาณมาก 2. ยกระดับมาตรการฝุ่น ประกาศเขตควบคุมมลพิษ ยกระดับมาตรฐานควันดำ ขยายเขตพื้นที่ Low Emission Zone ครบ 50 เขต ร่วมมือกับจังหวัดนครนายก ลดการเผาพื้นที่เกษตรอย่างเป็นระบบ 3. เริ่มเก็บค่าธรรมเนียมน้ำเสียครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เฉพาะในพื้นที่ให้บริการ เดือนตุลาคมมีผู้ใช้งาน 803 ราย ชำระแล้ว 448 ราย คิดเป็นเงิน 3,703,792.71 บาท 4. ถนนสวย 50 เขต 57 เส้นทาง รวมระยะทางประมาณ 130 กม. 5. สวน 15 นาที 395 แห่ง
งานที่จะทำในปี 69 1. เปิดเตาเผาขยะอีก 2 แห่งที่ หนองแขม และ อ่อนนุช ลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ พร้อมหยุดการดำเนินการหลังหมดสัญญาโรงหมักปุ๋ย 600 ตัน(ปี 69) และ 1,000 ตัน(ปี 70) ที่ส่งกลิ่นเหม็น 2. ปรับปรุงสวนลุมแล้วเสร็จ ตั้งแต่ สะพานเขียวและส่วนที่เชื่อมเข้าสวนลุม Hawker Center และสวนสุนัข 3. เปิดใช้งานห้องปลอดฝุ่นครบทุกห้องสำหรับชั้นอนุบาลแล้วเสร็จทั้ง 1,557 ห้อง (ปัจจุบันแล้วเสร็จแล้วประมาณ 20%) 4. รถขยะไฟฟ้า คาดว่าจะสามารถทยอยเริ่มใช้งานได้ภายในปี 69 นี้
ด้าน “สุขภาพดี”
ผลงานปี 68 คือ 1. เปิดสถานพยาบาลแห่งใหม่เพิ่มเติมที่ โรงพยาบาลสายไหม โรงพยาบาลดอนเมือง และ Wellness Clinic ให้บริการตรวจสุขภาพประชาชน 2. เปิดให้บริการศูนย์พักพิงสุนัขประเวศ ให้บริการการรับเลี้ยงและช่วยเหลือหมาแมวจรจัดแบบครบวงจร 3. ปรับปรุงศูนย์บริการสาธารณสุข 4. เปิดบริการศูนย์สาธารณสุข (ศบส.) นอกเวลาทำการ 5. เพิ่ม ศบส. พลัส มีเตียงพักคอยให้ผู้ป่วยดูอาการเบื้องต้น 6. ออกข้อบัญญัติเรื่องจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง 7. วิ่งล้อมเมือง จัดแล้วมากกว่า 30 ครั้ง ผู้เข้าร่วมงาน 60,000+ คน
งานที่จะทำต่อปี 69 คือ 1. ตรวจสุขภาพประชาชนครบ 1,000,000 คน 2. เดินหน้าจดทะเบียนและฝังชิปหมาแมว เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนเชื่อว่าจะช่วยให้เรามีระเบียบหมาจรจัดมากขึ้น
ด้าน “เรียนดี”
เรื่องการศึกษาประชาชนก็เห็นว่าทำได้ดีขึ้นจาก 40% เป็น 50% ผลงานปี 68 คือ 1. ขยายผลห้องเรียนดิจิทัลครบ 437 โรงเรียน เริ่มการเรียนการสอนผ่าน Laptop ให้นักเรียนได้เรียนรู้ตามความเร็วช้าของตัวเอง 2. แผนการสอนกลางสำหรับเด็กเล็ก ที่ศูนย์เด็กเล็กทุกแห่งใน กทม. 3. ลดภาระผู้ปกครองและลดเด็กหลุดจากระบบ ด้วยการขยายอนุบาลเริ่มตั้งแต่ 3 ขวบเพื่อมีเด็กเข้า สู่ระบบเพิ่มขึ้น 9,457 คน 4. จัดทำหนังสือนิทาน 3 เล่ม สำหรับเด็กแรกเกิด 15,000 ชุด ใน 8 รพ. กทม. 5. เพิ่มเงินเดือนครูในรอบ 12 ปี ตามคุณวุฒิ และประสบการณ์
งานที่จะทำปี 69 คือ 1. Platform Next Leam รวบรวมหลักสูตรออนไลน์ และ พื้นที่เรียนรู้เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต อัพสกิลให้อยู่กับโลกอนาคตได้ 2. ออกข้อบัญญัติศูนย์เด็กเล็ก เพื่อสนับสนุนศูนย์เด็กนอกชุมชน
ด้าน “เศรษฐกิจดี”
ผลงานปี 2568 8คือ 1. ประกาศใช้ระเบียบหาบเร่แผงลอยใหม่พร้อม Set Zero ปรับให้หาบเร่แผงลอยเข้าสู่ระบบ 100% 2. ปรับปรุงระบบการลงทะเบียนโรงเรียนฝึกอาชีพ ให้ง่ายขึ้น เป็นสมัครออนไลน์รวมในที่เดียวพร้อมเก็บข้อมูลผู้เรียนเพื่อพัฒนาหลักสูตร
งานที่จะทำปี 69 1. ปรับโฉมตลาดใหม่ให้ดูทันสมัย และรองรับผู้ค้าได้มากขึ้น เช่น ตลาดรัชดา2 (ตลาดพลูบริเวณ ฉ.เล้ง) ตลาดสิงหา (ตลาดบริเวณพระโขนง) Hawker Center สวนลุมพินี
ด้าน “สังคมดี”
ผลงานปี 2568 คือ 1. พัฒนาย่านสร้างสรรค์ โดยเฉพาะ ทรงวาด บรรทัดทอง ตลาดพลู คลองบางหลวง น่าจะได้นะ รางวัลย่านที่ Cool ที่สุดจาก Timeout ได้ทั้ง ทรงวาดและบรรทัดทอง 2. ปรับปรุงลุมพินีสถานแล้วเสร็จเปิดใช้งานพื้นที่สาธารณะเพิ่มเติมในเมือง 3. Bangkok Design Week / Mega mat หน้าศาลาว่าการ ได้รับรางวัลจากเวทีนานาชาติหลายเวที 4. Street Art ทุกพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ 160++ ชิ้น และ จะสร้าง Community ของศิลปิน Street Art
งานที่จะทำปี 69 เปิดให้บริการประปาแม้นศรีพื้นที่ดูแลคนไร้บ้านแบบครบวงจรตั้งแต่การดูแลชั่วคราวไปจนถึงการหางาน จะเปิดเดือนมกราคมนี้
ด้าน “บริหารจัดการดี”
”การบริหารจัดการเป็นเรื่องสำคัญ หัวใจคือทำอย่างไรให้ระบบราชการมีประสิทธิภาพ ตอบสนองประชาชนได้ อยากให้ กทม. เป็นต้นแบบการบริหารจัดการระบบราชการ โดยไม่ต้องไปเปลี่ยนกฎหมาย ใช้ตัวชี้วัดกำหนดแผนงานให้มีผลงานชัดเจน ภายใต้กฎหมายที่มีเราสามารถปฏิรูประบบราชการได้ การบริหารจัดการเป็นเรื่องที่จะทำให้เมืองช้าลง หรือมีประสิทธิภาพ เราต้องใช้งบประมาณน้อยที่สุดแต่ให้ได้ผลงานมากที่สุด คอนเซ็ปต์ กทม. ทำน้อยให้ได้มาก หวังให้ขยายผลไปทุกจังหวัดทั่วประเทศได้ ก็จะทำให้ประเทศเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น“
ผลงานปี2568 คือ 1. นำเสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ.กทม. 28 ที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั่วไปโดยจัดทำเป็นเว็บไซต์เพื่อรับฟังความคิดเห็นโดยเฉพาะ 2. กำหนดตัวชี้วัดพร้อมติดตามการทำงานผ่าน policy.bangkok ให้หน่วยงาน และสำนักงานเขตรายงานเข้ามาเป็นประจำ 3. ปรับโครงสร้างการบริหารภายในองค์กร 4. Traffy Fondue ดำเนินการแล้ว 933,872 เรื่องร้องเรียน
งานที่จะทำปี25 69 ออกข้อบัญญัติเกี่ยวข้องกับควบคุมอาคารเพื่อปลดล็อกกฎระเบียบที่ทำให้การปรับปรุงอาคารแถวเก่าใน กทม. ที่ทำได้ยาก ทั้งนี้ ประชาชนสมารถติดตามรายละเอียดทั้งหมดได้จาก openpolicy.bangkok.go.th (ขณะนี้นโยบายอัพเดทขึ้นไปแล้ว 150++ นโยบาย และนโยบายที่เหลืออยู่ระหว่างการอัพโหลดคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยังได้กล่าวถึง“เมกะโปรเจกต์ที่วางแผนไว้” ว่า มีเมกะโปรเจกต์ 3 โครงการ ที่เตรียมส่งต่อให้ผู้บริหารชุดใหม่ เป็นโครงการที่อยากทำ แต่รอส่งต่อให้ผู้ว่าฯ คนต่อไปว่าจะทำหรือไม่ คือ
1.สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา แห่งใหม่ ที่จะเป็นแลนด์มาร์คสัญลักษณ์ของกรุงเทพฯ เป็นสะพานคนเดิน เหมือนเมืองใหญ่ทั่วโลก จุดโครงการจะอยู่บริเวณท่าน้ำสวัสดี ตรงทรงวาด เชื่อมไปฝั่งตรงข้าม ตรงคลองสาน มีการศึกษาโดยอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และออกแบบโดยมีต่างชาติมาประกวดแบบ วงเงินระดับพันล้าน รอส่งต่อให้ผู้ว่าฯ คนต่อไปว่าจะทำหรือไม่
“กรุงเทพฯเราไม่มีแลนด์มาร์คใหม่เลย มีแต่แลนด์มาร์คเก่าที่บรรพบุรุษให้มาซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่า หน้าที่เราอาจจะต้องสร้างอะไรใหม่ๆให้กับเมือง”
2. ศูนย์ราชการฝั่งธนบุรี พื้นที่บริเวณสำนักการศึกษาและโรงพยาบาลตากสิน เขตคลองสาน มีการออกแบบไว้แล้ว เพราะฝั่งธนไม่มีศูนย์ราขการ หอศิลป์ หรือพื้นที่กิจกรรมสร้างสรรค์ เป็นโครงการที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก 2,000 กว่าล้าน แบบเป็นอาคารสูง นอกจากเป็นหอศิลป์ ด้านบนจะเปิดเป็นสตรีทฟู้ด เปิดโอกาสให้คนตัวเล็กตัวน้อยได้เข้ามาใช้พื้นที่ ดาดฟ้าเป็นหอชมเมืองวิวฝั่งกรุงเทพฯ ที่มีพระบรมมหาราชวัง แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์สเคปของกรุงเทพฯ ที่สวยงาม
3. ปรับศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) ลานคนเมือง สู่พื้นที่สาธารณะ ออกแบบไว้แล้ว โดยให้มหาวิทยาลัยศิลปากรมาช่วย โดยจะปรับปรุงลานคนเมืองที่ทรุดโทรมเป็นพื้นที่สาธารณะเชื่อมโยงผู้คน อาคารปรับเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีความเคลื่อนไหว ประวัติศาสตร์เมือง มีฮอลล์ที่รองรับคนได้ 100-300 คน ด้านในมีศูนย์บริการชุมชนโดยรอบ รวมพื้นที่ออกกำลังกาย และมีสำนักงานของกทม.ที่รับผิดชอบดูแลเกี่ยวข้องกับพื้นที่นี้อยู่ด้วย รวมถึงมีพื้นที่สำหรับรับแขกบ้านแขกเมือง และห้องทำงานผู้ว่าฯกทม.เล็กๆที่สะดวกกับภารกิจในเมืองชั้นใน แต่ยังมีปัญหาอยู่ 3 เรื่อง คือ 1. การย้ายไปศาลาว่าการที่ดินแดง ซึ่งยังปรับปรุงอยู่จะเสร็จปี 69 2. เจ้าหน้าที่ยังไม่อยากย้ายก็ต้องทำความเข้าใจ และสนับสนุนเรื่องรถเดินทาง 3. เรื่องเศรษฐกิจในพื้นที่ ร้านค้ารอบๆ กังวลว่าย้ายไปหมดแล้วเศรษฐกิจจะแย่ แต่เราเชื่อว่าเมื่อเปลี่ยนฟังก์ชั่น ตรงนี้จะเป็นเซ็นเตอร์เมือง จะมีนักท่องเที่ยวมา เศรษฐกิจจะดีขึ้นด้วยซ้ำ
นอกจากนี้ ยังมีโครงการอุโมงค์ระบายน้ำประเวศ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล และ โครงการที่ กทม.เสนอทำเขื่อนปิดปากแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อป้องกันเรื่องน้ำทะเลหนุนสูงขึ้น เหมือนที่เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์กทำ เป็นพื้นที่นอก กทม. ซึ่งเขื่อนนี้จะช่วยได้หลายจังหวัด เป็นโครงการใหญ่ต้องขออนุมัติจากรัฐบาล กทม.ได้เสนอ สนทช.เป็นเจ้าภาพในการศึกษา
เมื่อถามว่าปีสุดท้ายแล้วจะให้คะแนนตัวเองจากการทำงานที่ผ่านมาเท่าไรจาก 10 คะแนน ผู้ว่าฯชัชชาติบอกว่า การให้คะแนนเป็นหน้าที่ของประชาชนว่าจะพอใจหรือไม่ เพราะประชาชนคือผู้รับบริการ
“แต่สิ่งที่ประชาชนไม่พอใจเราต้องเคารพและปรับปรุง เพราะทุกอย่างขึ้นกับประชาชน ที่สำคัญจากนิด้าโพล มี 2 เรื่อง คือ เรื่องปากท้อง ซึ่งก็ไม่ง่าย เพราะเราไม่ได้มีเงินหรือทรัพยากรเหมือนรัฐบาลกลางที่จะไปทำคนละครึ่งแจกประชาชน เราคงต้องทำในแง่การให้ความรู้ เตรียมพื้นที่ต่างๆ กระตุ้นเศรษฐกิจ จัดย่านเศรษฐกิจ ทำให้เมืองสนุกสนาน ดึงนักท่องเที่ยวมา รวมถึงทำทางเท้า ให้คนรู้สึกว่าเมืองน่ามาเดิน และ เรื่องคอรัปชั่น เราร่วมมือกับ ACT ตั้งแต่แรก ปีนี้มี 59 โครงการ จาก 58 หน่วยงาน ส่งไปเปิดเผยข้อมูลโครงการก่อสร้าง“
ส่วนเรื่องตัดสินใจจะลงผู้ว่าฯกทม.อีกสมัยหรือไม่น้้น นายชัชชาติกล่าวว่า “ คิดอยู่ว่าเรามีอะไรที่ดีที่จะเสนอประชาชน เหมือนสมัยแรกที่เราทำเรื่องเส้นเลือดฝอย ถ้าเราจะลงต่อต้องมีคำตอบที่ดีมากๆ ซึ่งตอนนี้ก็มีไอเดียอยู่แล้ว กำลังพัฒนาเป็นนโยบายขึ้นมา ไม่ใช่ว่าเราคิดถึงเรื่องแพ้ชนะอย่างเดียว แต่เราคิดว่ามีอะไรที่จะเสนอได้ต้องเสนอให้ประชาชนเลือก เพราะ 4 ปีต่อไปสำคัญมากๆ สำหรับกรุงเทพฯ ที่จะก้าวไปเป็นเมืองระดับโลก ถ้าจะลงต่อต้องมั่นใจว่าเรามีนโยบายที่ตอบโจทย์เมืองได้จริงๆ มองทะลุไปถึงอนาคต ต้องตกผลึกก่อนว่า ในเงื่อนไขที่มีอยู่ เราจะพาเมืองนี้ต่อไปอย่างไร หัวใจหลัก คือเราจะทำอะไร ให้เป็นเมืองที่อยู่รอดได้ ในอนาคต แน่นอนต้องมองเรื่องเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต ประชาชนซึ่งต้องทำให้เมืองมีประสิทธิภาพ โดยดึงคนเก่งมาอยู่กับเมืองเรา แต่หน้าที่ตรงนี้ตอนนี้คือทำให้ดีที่สุด พร้อมจะส่งต่องานให้กับผู้ว่าฯ คนใหม่“
ทั้งนี้ นายชัชชาติ ยืนยันว่าจะไม่เดินเข้าไปสนามใหญ่ แม้จะมีคนอยากให้เป็นนายกฯ โดยกล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมเจียมเนื้อเจียมตัว การเมืองใหญ่เหนื่อยนะ การเมืองท้องถิ่นสำคัญ เป็นพื้นฐานที่จะเปลี่ยนชีวิตคนได้เร็วกว่า เราสร้างตรงนี้มา ซึ่งยังมีงานที่จะต้องทำต่อไปถ้าประชาชนไว้วางใจ ส่วนเรื่องตัวเลือกในแข่งขัน มีเยอะๆมากๆหลายคนจะดีกับประชาชน เพราะประชาชนจะได้คิดคำนวนเลือกเป็นตัวแทน ส่วนตัวเองขอตัดสินใจหลังเลือกตั้งใหญ่แล้ว ว่าจะลงต่อไหม“
พรสวรรค์ จรเจริญ สัมภาษณ์
036
/////
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี