แก้ตัวน้ำขุ่นๆ! กองทัพไทยซัดเขมรไร้ความโปร่งใส ปมกระสุนตกช่องบก

แก้ตัวน้ำขุ่นๆ! กองทัพไทยซัดเขมรไร้ความโปร่งใส ปมกระสุนตกช่องบก

วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569, 21.48 น.

“เอโอที” ร่วมกัมพูชาสอบเหตุ กระสุนปืนค. เข้ามาฝั่งไทย ย้ำต้องชัดเจน“ ผอ. ศูนย์แถลงข่าวฯ ”เผย วิญญูชนมองออก ชี้งาน“ข่าวกรอง”ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด หวังสร้างดราม่าภายในประเทศ  พร้อมระบุเตรียมสรุปเหตุการณ์กัมพูชาละเมิดแจงผู้ช่วยทูตนานาชาติศุกร์นี้ พร้อมทำสมุดปกขาวแจงโลก

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าว สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กล่าวถึงเหตุการณ์กระสุนปืนค.เข้ามาตกในพื้นที่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานีว่า จากคำแถลงการณ์ร่วม เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ระบุว่าจะต้องไม่ทำการยั่วยุ หรือไม่ใช้อาวุธ ซึ่งอยู่ในหมวดมาตรการลดความตึงเครียด แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กัมพูชาเป็นฝ่ายผิดเต็มๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่เรายอมรับไม่ได้ และหน่วยในพื้นที่ก็มีมาตรการเตรียมการป้องกันอยู่แล้วเพราะเราได้ควบคุมพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ไม่เหมือนการปะทะในรอบแรก ซึ่งตอนนั้นอยู่ในพื้นที่ที่ยังเสียเปรียบมากๆ


“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถามว่าผิดไหมก็ต้องตอบว่าผิดแน่ๆเพราะเป็นการกระทำที่ข้ามแดนมา โดยฝ่ายเขาไม่สามารถควบคุมกำกับดูแลหน่วยทหารของเขา จนทำให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา ซึ่งเรื่องนี้กองทัพบกได้มีการออกแถลงการณ์ไปแล้วโดยเน้นย้ำว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้วฝ่ายเราอดทนอดกลั้นขั้นสูงสุดเพราะเมื่อมีอาวุธมาลงแล้วฝ่ายเราบาดเจ็บ ถ้าฝ่ายเราตอบโต้ตามสัดส่วนตนประเมินว่าก็จะสามารถทำได้เลย แต่มันอาจจะขยายการปะทะออกไป ”

ในขณะเดียวเราเลือกใช้กลไกที่กำหนดเอาไว้ในถ้อยแถลง โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้มีการพูดคุยตรวจสอบข้อมูล มีการส่งหนังสือประท้วงจาก กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม กองทัพบก โดยหน่วยในพื้นที่ ไปยังกัมพูชา ประณามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เหมาะสม และมีอันตราย ชี้ให้เห็นว่ากัมพูชาผิดถ้อยแถลง เขาจึงต้องสอบสวนและขอโทษกลับมา

และแม้เราจะมีมาตรการปกป้องตัวเองแต่ก็ต้องระมัดระวังว่าจะเป็นจุดที่เป็นเครื่องมืออะไร หรือไม่ก็ต้องคิดหลายแบบเพราะการตอบโต้ด้วยกำลังทหารไม่ใช่เรื่องยากพร้อมปฎิบัติ แต่ขณะเดียวกัน เราก็สามารถ นำข้อผิดพลาดเหล่านี้เอาไปบอกกับนานาชาติได้ว่าเขาไม่ทำตามถ้อยแถลง

พลอากาศเอก ประภาส กล่าวว่า กองทัพภาคที่ 2 กำลังรอคำตอบจากฝ่ายกัมพูชาว่าผลการสอบสวนเป็นอย่างไร โดยมี AOT รับทราบข้อมูลการสอบสวนดังกล่าวด้วยส่วนการแสดงความเสียใจหรือขอโทษนั้นหน่วยระดับพื้นที่ได้มีหนังสือแจ้งมาแล้ว อย่างไรก็ตามเขาจะต้องมีหนังสือตอบกลับในระดับของกระทรวงกลาโหมและกระทรวงต่างประเทศกลับมาด้วย แต่ ผล การตรวจสอบที่ออกมาจะต้องมีความโปร่งใสชัดเจนว่าเป็นอาวุธอะไรตั้งยิงตรงไหนแล้ว ข้ามเข้ามาได้อย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่าทางศูนย์ประสานงานได้มีการคุยกับ มาลี โซเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาหรือไม่ พลเอกประภาสกล่าวว่าตามข้อ 16 ของแถลงการณ์ร่วมมีกลไกดังกล่าวอยู่ โดยใช้ผู้ช่วยทูตทหารที่อยู่ในกรุงพนมเปญพยายามที่จะติดต่อซึ่งทางฝ่ายไทยพร้อมแล้ว ขณะนี้รอฝ่ายกัมพูชาอยู่ ซึ่งในฝ่ายกัมพูชามีการบริหารงานโดยผู้นำคนเดียวเมื่อสั่งการอะไรมาก็ต้องทำตามนั้น

ส่วนกรณีที่นางมาลีอ้างว่าเป็นการเผาขยะแล้วเศษกระสุนกระเด็นมานั้น ผู้อำนวยการศูนย์ แถลงข่าว ฯกล่าวว่า โดยวิญญูชน ถ้าเป็นไฟเผาแล้วกระเด็นมาขนาดนี้ เป็นไปได้หรือไม่ ซึ่งจริงหรือไม่เราไม่รู้ แต่ที่ผ่านมาการแถลงหรือตอบของฝ่ายนั้นค่อนข้างจะเชื่อถือไม่ได้

พร้อมระบุว่า ในวันศุกร์นี้จะศูนย์แถลงข่าวฯจะมีการชี้แจงผู้ช่วยทูตที่กองทัพอากาศโดยจะทำเป็น fact sheet เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนถึงเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นตรงช่องบก รวมทั้งหมด 13 ข้อ รวมถึงเฟ็กนิวส์ทั้งหมด โดยเน้นย้ำเรื่องหลักการของการปฎิบัติการทางอากาศ ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นไปตามหลักกฏหมายสากล และทางศูนย์แถลงข่าวจะมีการทำ สมุดปกขาว สรุปเหตุการณ์ทั้งหมด300- 400 หน้า รวมถึงแนวทางที่เราจะดำเนินการต่อไปในอนาคตเพื่อชี้แจงนานาชาติต่อไป

ส่วนที่มีการวิเคราะห์ว่าการยิงปืนเข้ามาฝั่งเราเพื่อสร้างสถานการณ์ให้นำไปสู่การเปิดเวที เจบีซี ผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวฯ กล่าวว่า ไม่มีทาง เพราะรัฐบาลรักษาการไม่สามารถที่จะทำข้อตกลงอะไรได้ แต่กรณีที่จะพูดคุยกันปกติไม่มีข้อตกลงใดๆทางกระทรวงต่างประเทศก็บอกว่าพร้อมคุย 

อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นฝ่ายเรามีข่าวกรองที่รับทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากอะไร มีเหตุการณ์อลหม่านอย่างไรมีการตำหนิติเตียนกันอะไรต่างๆว่าทำอย่างนั้นได้อย่างไร ทำให้เห็นว่าเขาดำเนินการไม่เรียบร้อย ส่วนปประสงค์ที่จะเปิดศึกรอบสามนั้นตนมองว่ายังไม่มีเหตุผลอะไรเพราะขณะนี้กัมพูชา ได้รับผลกระทบต่อด้านเศรษฐกิจและนานาชาติกำลังจับตามอง เจตนาจริงๆน่าจะเป็นเรื่องของกการสร้างสภาวะแวดล้อมให้อินฟลูเอ็นเซอร์ดราม่าว่าเกิดอะไรตรงนั้นตรงนี้ เป็นลักษณะของการโฆษณาชวนเชื่อให้กับคนในชาติ แต่ดราม่าตรงนั้นยืนยันว่าไม่มีผลอะไร

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top