วันเสาร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569
วันนี้ 9 มกราคม พ.ศ. 2569 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ร่วมกับ ตำรวจสอบสวนกลาง(CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร.,พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร., พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท., พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์ รอง ผบก.ปอท., พ.ต.อ.กฤษฎาพร ปานโปร่ง และ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ รอง ผบก.ปอท., ว่าที่ พ.ต.อ.นิธิ ตรีสุวรรณ ผกก.3 บก.ปอศ.รรท.ผกก.2 บก.ปอท. ได้สั่งการให้
เจ้าหน้าที่ชุดควบคุมตัว บก.ปอท. ประกอบด้วย พ.ต.ท.อัมรินทร์ เลิศอาวาส รอง ผกก.(สอบสวน) กก.2 บก.ปอท., พ.ต.ท.หญิง สินีนาฏ เชิดชูตระกูลทอง รอง ผกก.2 บก.ปอท., พ.ต.ต.ศุภเดช ธนชัยศิริ, พ.ต.ท.ธนนชัยย์ ศรีบุญจันทร์ สว.กก.2 บก.ปอท., พ.ต.ต.ลัทธพล อัครปัญญา สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ปอท., ร.ต.อ.สหรัฐ พันธุ์เพชรนิล รอง สว.กก.2 บก.ปอท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอท. ร่วมกับเจ้าพนักงานตำรวจ ตม.จว.เชียงใหม่, กก.สส.บก.ตม.5 และ กก.1 บก.สส.สตม. ร่วมกันควบคุมตัว บุคคลตามหมายจับสัญชาติจีน จำนวน 3 คน
.jpg)
1. นายหยาง (Mr.Yang) สัญชาติจีน อายุ 41 ปี ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้ควบคุม และรับผิดชอบ การดำเนินงานรายวัน
2. นายหวัง (Mr.Wang) สัญชาติจีน อายุ 46 ปี ทำหน้าที่รับผิดชอบด้านการเงิน, บุคคล และ ธุรการ
สถานที่ควบคุมตัว บริเวณคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านห้วยขวาง กทม.
.jpg)
3. นายลี่ (Mr.Li) สัญชาติจีน อายุ 46 ปี ทำหน้าที่รับผิดชอบด้านการตลาด
สถานที่ควบคุมตัว บริเวณบ้านพัก ในพื้นที่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่
.jpg)
โดยทั้งสามรายถูกเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 6 ม.ค.69 เนื่องจาก เป็นบุคคลตามหมายจับของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ เขตฉางอัน สาธารณะรัฐประชาชนจีน โดยกระทำความผิดฐาน รับฝากเงินจากประชาชนโดยผิดกฎหมาย และต่อมาถูกยกเลิกหนังสือเดินทาง สาธารณะรัฐประชาชนจีน
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากข้อมูลจากการสืบสวนของสาขาฉางอัน สำนักงานความปลอดภัยสาธารณะ เทศบาลฉือเจียจวง พบว่า ตั้งแต่เดือนกันยายน 2558 กลุ่มผู้ถูกควบคุมตัว ได้ร่วมกันจดทะเบียนก่อตั้งบริษัท Jihui (Hainan) Enterprise Management Consulting Co.,Ltd. ทำการระดมทุนจากประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยโฆษณาชวนเชื่อว่าจะนำเงินไปลงทุนในหุ้นของบริษัทที่เตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ภายใน3-5 ปี และการันตีผลตอบแทนสูง โดยได้มีการพัฒนาแอปพลิเคชันชื่อ "Jihui Jinfu" เพื่อใช้เป็นแพลตฟอร์มการลงทุน และสร้างความน่าเชื่อถือ โดยอ้างว่าจะให้ผลตอบแทน ไม่ต่ำกว่า 12% ต่อปี จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้หลงเชื่อโอนเงินลงทุนกว่า 8,000 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 1,600 ล้านหยวน (ประมาณ 7 พันล้านบาท)
.jpg)
สำหรับพฤติการณ์ในการก่อเหตุของขบวนการนี้ เริ่มต้นจากการสร้างภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือด้วยการ โฆษณาชวนเชื่อระดมทุนจากประชาชน โดยอ้างว่าเป็นธุรกิจการลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีศักยภาพสูง และอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Pre-IPO) โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุ ได้หลอกลวงเหยื่อว่าหากร่วมลงทุนกับบริษัทฯ ภายใน 3-5 ปี เมื่อบริษัทเข้าตลาดหุ้นสำเร็จ มูลค่าหุ้น จะพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว
นอกจากนี้กลุ่มผู้ก่อเหตุยังได้สร้างแอปพลิเคชันหลอกลงทุนชื่อ "Jihui Jinfu" ขึ้น และหลอกลวงเหยื่อโดยการันตีว่าหากลงทุนในแอปฯ ดังกล่าวภายในระยะเวลา 1 ปี การันตีผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า 12% เมื่อเหยื่อหลงเชื่อและดาวน์โหลดแอปพลิเคชันและโอนเงินลงทุน เงินทั้งหมดไม่ได้ถูกนำไปบริหารสำหรับการลงทุนที่แท้จริงแต่อย่างใด ทว่ากลับถูกควบคุมแบบเบ็ดเสร็จโดย "ฝ่ายการเงินของสำนักงานใหญ่ Jihui" เมื่อยอดเงินปรากฏในระบบ ฝ่ายการเงินจะรวบรวมข้อมูล และรายงานตรงไปยังระดับหัวหน้าสั่งการ 3 ราย ได้แก่ นายหยาง ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการดำเนินการรายวัน, นายลี่ ทำหน้าที่ดูแลเรื่องการตลาด หาลูกค้า และ นายหวัง ผู้ทำหน้าที่ดูแลเรื่องการเงิน และงานธุรการ เพื่อรับทราบและจัดการโยกย้ายถ่ายเทเงินทุนดังกล่าว จนกระทั่งท้ายที่สุด เมื่อถึงกำหนด จ่ายผลตอบแทน บริษัทฯ กลับไม่สามารถชำระเงินคืนได้ตามสัญญา สร้างความเสียหายรวมมูลค่ากว่า 1,600 ล้านหยวน (หรือกว่า 7 พันล้านบาท) และมีประชาชนในประเทศจีนตกเป็นเหยื่อกว่า 8,000 ราย
ต่อมาเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 สำนักงานความปลอดภัยสาธารณะ เทศบาลฉือเจียจวง ได้อนุมัติหมายจับนายหยาง, นายหวัง และ นายลี่ ในข้อหา "รับฝากเงินจากประชาชนโดยผิดกฎหมาย" เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
.jpg)
หลังจากก่อเหตุ นายหยาง , นายหวัง และ นายลี่ ได้เดินทางหลบหนีออกจากประเทศจีน และแยกย้าย ไปในหลายประเทศ ก่อนจะเดินทางเข้ามาพำนักอยู่ที่ประเทศไทย โดยได้แยกย้ายกันหลบหนีไปกบดาน ในหลายจังหวัด นอกจากนี้ยังพบมีการตบตาเจ้าหน้าที่โดยการขอวีซ่าประเภทนักเรียน อ้างว่าเดินทาง เข้าประเทศไทย มาเพื่อศึกษาในสถานศึกษาอีกด้วย
ต่อมา ทางการจีนได้ทำการเพิกถอนเอกสารการเดินทางของกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมด จากนั้นได้ประสาน ข้อมูลระหว่างกัน จนตรวจสอบพบว่ากลุ่มผู้ร่วมก่อเหตุทั้งสามคนได้เดินทางเข้ามาพำนักอยู่ที่ประเทศไทย ก่อนที่หมายจับและการเพิกถอนเอกสารเดินทางจากสาธารณะรัฐประชาชนจีน จะมีผลบังคับใช้
.jpg)
จากข้อมูลดังกล่าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย ซึ่งต่อมา ได้อนุมัติคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการสืบสวนติดตามที่พักอาศัยอย่างต่อเนื่อง เมื่อทราบแน่ชัดถึงสถานที่พักอาศัย และหลบซ่อนตัว เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออำนาจศาลออกหมายค้นและเข้าตรวจค้นบ้านพักเป้าหมาย ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ กรุงเทพฯ
ต่อมาในวันที่ 9 ม.ค.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นเข้าตรวจสอบที่พักของผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คน และสามารถควบคุมตัว นายหยาง (Mr.Yang) สัญชาติจีน อายุ 41 ปี และ นายหวัง (Mr.Wang) สัญชาติจีน อายุ 46 ปี ได้ที่ห้องพักบริเวณคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านห้วยขวาง กทม. และ ควบคุมตัว นายลี่ (Mr.Li) สัญชาติจีน อายุ 46 ปี บริเวณบ้านพัก ในพื้นที่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่
.jpg)
โดยเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและคำสั่งให้เดินทางกลับออกไปนอกราชอาณาจักรให้ทราบ จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวไว้เพื่อรอผลักดันส่งกลับไปยังสาธารณะรัฐประชาชนจีน เพื่อดำเนินคดีต่อไป
จากการตรวจค้นทั้ง 2 จุด เบื้องต้นยังไม่พบพยานหลักฐานว่ามีการก่อเหตุในไทยหรือมีความเชื่อมโยง กับผู้เสียหายในไทยแต่อย่างใด นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานกับแผนกกงสุลตำรวจ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ให้ทราบถึงการควบคุมตัว เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
.jpg)
การควบคุมตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุชาวจีนทั้งขบวนการรวม 3 ราย ในครั้งนี้ สะท้อนความสำเร็จ ของความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นไปตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ประกาศจุดยืนที่ชัดเจนในการปิดช่องว่าง ไม่เปิดโอกาสให้ประเทศไทยตกเป็นที่พักพิงของผู้กระทำความผิด ข้ามชาติ การปฏิบัติการในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ยังเป็นการตัดตอนโอกาส ที่กลุ่มคนร้ายจะเข้ามาสร้างความเสียหายรูปแบบอื่นๆในประเทศไทย สร้างความเชื่อมั่นด้านการ บังคับใช้กฎหมายให้กับประชาชนทั้งสองประเทศ
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นายหลี่ฯ ยังให้การปฏิเสธว่าไม่ทราบเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้น โดยให้การว่าตนเป็นเพียงบัญชีม้าของบริษัทฯ เท่านั้น ส่วนนายหยาง และ นายหวัง เบื้องต้นทราบถึงคดีที่เกิดขึ้นในประเทศจีน โดยหลังจากเกิดเหตุ ได้หลบหนีเข้ามาในไทย พักอาศัยอยู่ในคอนโดอย่างระมัดระวังตัว โดยไม่ออกไปไหน ไม่สุงสิงกับใคร ซื้อข้าวของเครื่องใช้ สิ่งอุปโภคบริโภคมากักตุนไว้ที่ห้องพักคราวละมากๆ เพื่อหวังหลบหนีการควบคุมตัว ของเจ้าหน้าที่
.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี