รอบรั้วเมืองใต้ : 15 มกราคม 2568

รอบรั้วเมืองใต้ : 15 มกราคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.
Tag :

รอบรั้วเมืองใต้ในหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับนี้ ผู้เขียนขอเข้าร่ายข่าวสังคม  ชมคนที่ควรชม ข่มคนที่ควรข่ม ตามวิสัยคนหนังสือพิมพ์อาชีพ ที่เห็นมาอย่างไร ก็เขียนไปอย่างนั้น...เหลือเวลาเพียง สามสัปดาห์ ก็จะถึงวันเลือกตั้ง ผู้แทนราษฎร ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นวันชี้ชะตา ของนักเลือกตั้ง และชี้ชะตา ของประเทศไทย ว่าการเลือกตั้ง ในครั้งนี้ ประเทศไทย จะสามารถพ้นจากปลักตมของการซื้อเสียง ได้หรือไม่ เพราะการเลือกตั้ง ในครั้งนี้มีการร่ำลือ ที่หนาหู เหลือเกินถึงการใช้เงิน ในการซื้อเสียงในทุกพื้นที่ มีการโจมตี และเปิดโปง กันเองของพรรคการเมือง และนักการเมืองที่อ้างว่าเป็นพรรคการเมืองที่สีขาวในพรรคไม่มีสีเทา และเป็นพรรคการเมืองที่ทำการเมืองโดยสุจริต.....และ แน่นอน  การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการแยกฝ่าย อย่างชัดเจน ระหว่างพรรคเทพ ที่เป็นสีขาว กับพรรคมาร ที่เป็น สีเทา อย่างน้อยก็เห็นอยู่ 2 พรรคใหญ่ ที่ประกาศ ต่อสังคม อย่างชัดเจน ว่าไม่เอา สีเทา หลังเลือกตั้งไม่ร่วมสังฆกรรม กับพรรคการเมืองที่เป็น สีเทา เช่น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคแม่ธรณีบีบมวยผม หรือประชาธิปัตย์ และณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุธ หัวหน้าพรรคส้ม หรือพรรคประชาชน  ก็ดีนะ เป็นการทำการเมือง ที่แยกข้าง แยกฝ่าย ที่ชัดเจน จะได้รู้กันว่าสุดท้าย ประชาชน จะเลือกพรรคการเมืองและนักการเมือง ที่เป็นสีขาว หรือเป็นเทพ หรือเลือกสีเทา ที่เป็นมาร เป็นผู้แทน ของประชาชน และเป็นผู้บริหารประเทศและ หวังว่า เรื่องการเมืองสุจริต และการเมืองสีขาว ไม่ใช่วาทกรรม ในการหาเสียง หลังเลือกตั้ง มีการหาเหตุผล ในการกลืนน้ำลาย เพื่อร่วมรัฐบาล กับพรรคการเมืองที่เป็นสีเทา.....แต่ดูจากการเลือกตั้งท้องถิ่น หรือการเลือกตั้ง องค์การบริหารส่วนตำบล ที่เรียกว่า อบต. ที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 แล้ว ค่อนข้างหมดหวัง เพราะมีการซื้อเสียง กันทั้งประเทศ หลายพื้นที่ ซื้อ หนักกว่าการเลือก สส. เพราะมีการซื้อเสียง หัวละ 3- 4 พันบาท ที่สำคัญเงินที่ใช้ในการซื้อเสียง ครั้งนี้เป็นเงินสีเทา ส่วนที่มีตำบล ที่มีการโหวตโน เบื้องลึก มาจากการมีผู้สมัครคนเดียว และไม่มีการซื้อเสียง ประชาชน ถึงถูกผู้มีสิทธิ์ ในการลงคะแนน ใช้วิธีการสั่งสอน ด้วยการโหวตโน  ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจ ที่บางตำบล ที่มีผู้สมัครคนเดียว ต้องใช้เงินในการซื้อเสียง หรือจ้าง ให้ผู้มีสิทธิ์ ไปเลือกตั้ง เพื่อให้คะแนน ผ่านเกณฑ์ ตามที่ กฎหมาย ของการเลือกตั้ง กำหนด เห็นการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่ผ่านมาแบบสดๆร้อน จึงกล้าที่จะฟันธง ได้เลยว่า การเลือก สส ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569เงิน จะสะพัด ทั้งประเทศ ทั้งเงินเทา และไม่เทา ตราบใดที่ยังเป็นธนบัตร ที่ใช้ชำระหนี้ตามกฎหมายได้ ไม่มีใครรังเกียจ ว่าเงิน ที่ได้รับจากหัวคะแนน จะเป็นเงินเทา หรือไม่เทา และหากคนจน ยังเต็มแผ่นดิน พรรคการเมืองบ้านใหญ่ ที่มีความพร้อม ทั้งบารมี-อิทธิพล และกระสุน จะเป็นฝ่ายที่ได้ชัยชนะ ในการ เลือกตั้งครั้งนี้ วันนี้การเมืองของประเทศไทย ยังมาไม่ถึงจุดหมาย ที่คนส่วนใหญ่ จะมีสำนึกทางการเมือง ในการไม่รับเงิน เพื่อการซื้อเสียง.....สนามเลือกตั้ง อบต. ที่ สงขลา มีเรื่องที่น่าสนใจ คือเรื่องโหวตโน ที่ อบต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ ซึ่งมีผู้สมัคร 2 คน อีกคนที่เป็นตัวเก็งถูก ยิงตาย ชาวบ้านจึงให้บทเรียน ด้วยการโหวตโน ทำให้ กกต. ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ และผู้สมัครคนเดิม หมดสิทธิ์ ในการลงสมัคร ในครั้งนี้ ...... ส่วนที่ อบต.เขาแดง อำเภอสะบ้าย้อย  สงขลา มีผู้สมัคร 3 คน แต่ประชาชน เลือกที่จะโหวตโน ทำให้ต้องมีการเลือกใหม่ และผู้สมัครเก่า ทั้ง 3 คน หมดสิทธิ์ ในการลงเลือกตั้ง เรื่องนี้ต้องมีนัย ที่สำคัญ ว่ามีสาเหตุ อะไร ที่ประชาชน ผู้มีสิทธิ์ จึง เลือกที่จะโนโหวต โดยไม่เลือก ผู้สมัคร แม้แต่คนเดียว เรื่องนี้กกต.สงขลา ต้องถอดบทเรียน.....ยังแสบสันต์ แบบไม่หยุดพัก เมื่อรัฐมนตรี นายหนึ่งของกัมพูชา แสดงความคิดเห็น ในเรื่องการเมืองการเลือกตั้ง ของประเทศไทย โดยมีการชี้แนะ ให้คนไทย เลือกพรรคการเมืองบางพรรคเพื่อที่จะไม่ต้องสู้รบกับกัมพูชา หากเลือกพรรคการเมืองบางพรรค จะเกิดการสู้รบ ทำให้ไม่มีความสงบ เรื่องนี้ เป็นการก้าวก่ายทางการเมือง ที่ผิดหลักกฎหมาย และหลักจริยธรรม ที่ รัฐบาล โดยรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ ต้องประท้วง และกล่าวโทษ ต่อกัมพูชา ให้ประเทศต่างๆได้รับรู้ อย่าปล่อยให้พฤติกรรมเลวทราม หายไปกับสายลมแสงแดดเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา ยังไม่จบสิ้น แม้ว่าการสู้รบ จะจบลง เพราะจีน เป็นผู้บงการ ให้สองพ่อลูก ของตระกูลฮุน ทั้งฮุนเซ็น และฮุนมาเน็ต ต้องหยุดการสู้รบ กับทหารไทย แต่เรื่องผลประโยชน์ ในการค้าชายแดน ที่หลังมีการปิดด่าน-ปิดพรมแดน มีขบวนการกองทัพในการขนสินค้า ทั้งจากฝั่งกัมพูชา และฝั่งประเทศไทย ข้ามแดน กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ถ้ายังเป็นแบบนี้ ต่อให้ปิดด่านอีกกี่ปี กัมพูชาไม่อดยากปากแห้ง เช่นเดียวกับพ่อค้าไทย ที่ได้กำไร มากขึ้น เพราะเป็นการค้าขายที่ไม่ต้องจ่ายภาษี ให้กับรัฐบาล เรื่องนี้ หน่วยงานความมั่นคงอย่างกองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาคที่ 2  อย่าทำเป็นหลับตามองไม่เห็น คนในพื้นที่รู้เห็น อย่าให้ต้องเป็นข่าวฉาวโฉ่ที่จะทำให้ กองทัพ ที่มีคะแนนบวก ต้องเสียหาย เพราะพรรคการเมืองบางพรรค ที่ถามว่า ทหารมีไว้ทำอะไร รอที่เปิดแผล ของกองทัพอยู่ ติติงมาด้วยความเป็นห่วง

ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์


โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top