วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ในประเทศ
‘หลังคาโบกี้รถไฟ’ ไม่รองรับแรงกระแทกแนวดิ่ง ‘ผู้รับสัมปทาน-ผู้เดินรถ’ ต้องรับผิดชอบ

‘หลังคาโบกี้รถไฟ’ ไม่รองรับแรงกระแทกแนวดิ่ง ‘ผู้รับสัมปทาน-ผู้เดินรถ’ ต้องรับผิดชอบ

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.46 น.
Tag : ‘หลังคาโบกี้รถไฟ’ ไม่รองรับแรงกระแทกแนวดิ่ง ‘ผู้รับสัมปทาน-ผ
  •  

‘หลังคาโบกี้รถไฟ’ ไม่รองรับแรงกระแทกแนวดิ่ง เดินรถในพื้นที่ก่อสร้างเสี่ยงสูง ‘ผู้รับสัมปทาน-ผู้เดินรถ’ ต้องรับผิดชอบ 

15 มกราคม 2569 นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้ เหตุเครนถล่ม “ทับรถไฟ-ถนนพระราม 2” สูญเสียซ้ำซาก “บริษัทรับสัมปทาน-ผู้ดูแลการเดินรถไฟ” ต้องรับผิดชอบทั้งคู่ เหตุพื้นที่ก่อสร้างที่ใช้เครนถือว่ามีความเสี่ยงสูง ประชาชนไม่มีทางเลือกจึงต้องฝากชีวิตไว้กับผู้รับผิดชอบการเดินรถ ระบุถึงเวลายกเครื่องมาตรฐานความปลอดภัยเชิงระบบ โดยเฉพาะการก่อสร้างซ้อนทับพื้นที่สาธารณะและเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ต้องมีผู้มีอำนาจสั่งการหน้างาน พร้อมตั้ง “คนนอก” เป็นคณะผู้ตรวจสอบความปลอดภัยโครงการแทนคนที่ผู้รับสัมปทานหามาเอง และเพิ่มความถี่การตรวจสอบ


ดร.ภานุเดช ชุ่มเย็น อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า การก่อสร้างที่มีการใช้เครนเข้ามาเกี่ยวข้องถือเป็นการก่อสร้างที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะในกรณีที่การดำเนินงานซ้อนทับกับโครงสร้างสาธารณะที่มีประชาชนใช้งานอยู่ในชีวิตประจำวัน เช่น ระบบขนส่งสาธารณะ ถนน หรืออาคารบ้านเรือน ซึ่งจำเป็นต้องมีการควบคุมความปลอดภัยที่รัดกุมและเข้มงวดเป็นพิเศษ ดังนั้น เหตุการณ์เครนถล่มทับขบวนรถไฟที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา จนเป็นเหตุมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก และเหตุเครนถล่มบริเวณถนนพระราม 2 กรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันภายในระยะเวลาใกล้เคียง สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำในเชิงระบบ โดยเห็นว่าทั้งผู้รับสัมปทานโครงการและหน่วยงานที่รับผิดชอบการเดินรถไฟควรมีความรับผิดชอบร่วมกัน ไม่อาจโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียวได้ 

ทั้งนี้ กรณีเครนถล่มทับรถไฟ นอกจากการดำเนินการตามกฎหมายต่อบริษัทผู้รับสัมปทานการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมาแล้ว หน่วยงานที่รับผิดชอบการเดินขบวนรถไฟสายดังกล่าวก็ควรมีส่วนรับผิดชอบเช่นกัน เนื่องจากเป็นที่ทราบว่าในระยะทางข้างหน้ามีการดำเนินงานก่อสร้างซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงสูง การอนุญาตให้ขบวนรถไฟเดินผ่านพื้นที่ดังกล่าวในขณะที่ยังเปิดให้บริการตามปกติ โดยที่ผู้โดยสารไม่สามารถมีส่วนร่วมในการตัดสินใจหรือหลีกเลี่ยงความเสี่ยงได้ สะท้อนให้เห็นว่าทั้งผู้รับสัมปทานโครงการและผู้เดินรถต่างมุ่งปฏิบัติตามภารกิจของตนเองเป็นหลัก โดยยังขาดกลไกกำกับดูแลด้านความปลอดภัยเชิงระบบที่ให้ความสำคัญกับหลักการความปลอดภัยต้องมาก่อน

ดร.ภานุเดช กล่าวอีกว่า โครงสร้างหลังคาของตู้โดยสารรถไฟไม่ได้ถูกออกแบบทางวิศวกรรมมาเพื่อรองรับแรงกระแทกในแนวดิ่งจากวัตถุภายนอกที่ตกกระแทกโดยตรง แต่ถูกออกแบบมาให้รองรับแรงตามสภาพการใช้งานปกติ หรือแรงตามแนวรางเป็นหลัก บริเวณดังกล่าวจึงมีความเปราะบางต่อการกระแทกจากวัตถุแข็งภายนอกเป็นอย่างยิ่ง  การปล่อยให้มีกิจกรรมก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับการยกเครนหรือวัตถุหนักในพื้นที่ซ้อนทับกับแนวเดินรถ ขณะยังเปิดให้มีการเดินรถตามปกติ จึงควรต้องมีมาตรการควบคุมความเสี่ยงที่เหมาะสมและรัดกุมกว่าปกติ ซึ่งประเด็นดังกล่าวเป็นพื้นฐานด้านความปลอดภัยที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบการเดินขบวนรถไฟย่อมทราบดีอยู่แล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับปรุงมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการก่อสร้างเชิงระบบ รวมถึงการกำหนดบทลงโทษและแนวทางความรับผิดที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวต่อไปว่า หนึ่งในปัญหาสำคัญที่มักเกิดขึ้นในระบบนิเวศการก่อสร้างของไทย คือความไม่ชัดเจนว่าใครหรือหน่วยงานใดเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด ในการประสานและสั่งการด้านความปลอดภัยในพื้นที่ที่มีการก่อสร้างซ้อนทับกับบริการสาธารณะซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ฯลฯ กรณีเครนถล่มทับรถไฟที่ จ.นครราชสีมา เป็นตัวอย่างที่สะท้อนปัญหาดังกล่าวอย่างชัดเจน เนื่องจากเกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบตารางการเดินรถไฟ บริษัทผู้รับสัมปทานโครงการและผู้รับเหมาช่วงหลายรายภายใต้สัมปทานเดียวกัน ส่งผลให้ในระหว่างการปฏิบัติงานหน้างานอาจเกิดความสับสนว่าใครเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการสั่งการด้านความปลอดภัย ฉะนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกำหนดบทบาท อำนาจหน้าที่ และผู้รับผิดชอบในพื้นที่ให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถสั่งการหรือระงับกิจกรรมที่มีความเสี่ยงได้ทันทีในระหว่างการดำเนินงานก่อสร้าง

มากไปกว่านั้น กระบวนการตรวจสอบความปลอดภัยโครงการก่อสร้างมักดำเนินการโดยคณะผู้ตรวจสอบที่จัดตั้งขึ้นโดยบริษัทผู้รับสัมปทานโครงการเอง ซึ่งอาจก่อให้เกิดข้อจำกัดด้านความเป็นอิสระและความเป็นกลางตามมาตรฐานวิชาชีพ ในขณะที่แนวปฏิบัติในหลายประเทศให้ความสำคัญกับการใช้หน่วยงานหรือผู้ตรวจสอบจากองค์กรภายนอกที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการ ดังนั้นจึงควรมีการจัดตั้งหรือมอบหมายหน่วยงานอิสระภายนอกเข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบด้านความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้สอดคล้องกับหลักสากล พร้อมทั้งเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบตลอดช่วงระยะเวลาการก่อสร้าง เนื่องจากโครงการสัมปทานรถไฟมักใช้ระยะเวลาดำเนินงานยาวนานและมีระดับความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละช่วงของงาน

เมื่อมีการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภายนอกแล้ว ควรมีการติดตามและตรวจสอบอย่างต่อเนื่องว่าบริษัทผู้รับสัมปทาน หรือผู้รับเหมาช่วงได้ปฏิบัติตามข้อแนะนำและมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดหรือไม่ เนื่องจากในทางปฏิบัติพบว่า การทำงานที่อาศัยประสบการณ์หรือความคุ้นเคยจากโครงการที่ผ่านมา อาจนำไปสู่การผ่อนปรนหรือการไม่ปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างครบถ้วน ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน

นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดเรื่องวัฒนธรรมเชิงอำนาจในการทำงานของไทย ซึ่งไม่เอื้อต่อการสื่อสารด้านความปลอดภัยจากระดับปฏิบัติการไปยังผู้บริหารหรือผู้ควบคุมงาน เนื่องจากผู้ปฏิบัติงานอาจกังวลที่จะถูกมองว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาหรือทำให้งานล่าช้า ขณะเดียวกัน ขั้นตอนการรายงานที่ซับซ้อนและใช้ระยะเวลานานก็อาจทำให้การตัดสินใจแก้ไขหรือระงับกิจกรรมที่มีความเสี่ยงไม่สามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงที ทั้งที่สถานการณ์บางกรณีจำเป็นต้องมีคำสั่งการในทันทีเพื่อป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

รักษาการผู้ว่าฯ รฟท.เร่งดูสัญญารถไฟทางคู่ 3-4 ผิดเงื่อนไขหรือไม่ จ่อฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย

'หมอเจษฎ์'แจง3เคสสูญหาย'เครนถล่มรถไฟ' ปลอดภัยดีอยู่ในความดูแลแพทย์

'พิพัฒน์'ตั้งคกก. 2 ชุดสอบเคสสีคิ้ว-พระราม2 ใน 7 วัน สั่งหยุดอีก 13 โครงการ'อิตาเลียนไทย'

'ชูวิทย์'พูดกลางรายการดัง ยังมีอีก'สส.ส้ม'ไม่เมาเหล้าก็เมายา

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved