วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เดินหน้ากวาดล้างโรงงานเถื่อน! ล่าสุด นำกำลังบุกค้นโรงงานรีไซเคิลใน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี หลังสายลับชี้เป้า พบกองวัสดุอันตราย “แบตเตอรี่เก่า” มหึมากว่า 54 ตัน พร้อมเครื่องจักรหนัก คาดเอี่ยวกลุ่มทุนจีนลักลอบประกอบกิจการ
วันที่ 16 มกราคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส., พ.ต.อ.พิบูลย์ เวียงจันทร์ รอง ผบก.ปทส., พ.ต.อ.วิศิษฐ์ พลบม่วง รอง ผบก.ปคม.รรท.รอง ผบก.ปทส., พ.ต.อ.ณัฐพล อะกะเรือน ผกก.2 บก.ปทส., พ.ต.ท.กรกช ยงยืน รอง ผกก.2 บก.ปทส.เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ธิติพงษ์ ทองพันช่าง สว.กก.2 บก.ปทส. และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 2 กก.2 บก.ปทส.ร่วมกันจับกุม/กล่าวโทษ บริษัทแห่งหนึ่ง ม.5 ต.บ้านธาตุ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ตามหมายค้นของศาลจังหวัดสระบุรี ที่ 2/2569 ลง 12 ม.ค.2569พร้อมตรวจยึดของกลาง
1. กองวัสดุแบตเตอรี่ใช้แล้ว วัตถุอันตรายประเภทที่ 3 ตาม พรบ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 มาตรา 23 น้ำหนักรวม 54,643.6 กิโลกรัม
2. โฟร์คลิฟท์ จำนวน 1 คัน 30 แรงม้า
3. รถแบคโฮ จำนวน 1 คัน 200 แรงม้า
4. เอกสาร บัตรช่างน้ำหนัก แบตเตอรี่ แสดงน้ำหนัก 32,940 กิโลกรัม
สถานที่จับกุม บริษัทแห่งหนึ่ง ม.5 ต.บ้านธาตุ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสสำคัญว่า มีโรงงานลักลอบรับซื้อและสะสมวัตถุอันตรายประเภทแบตเตอรี่เก่าโดยผิดกฎหมาย ซึ่งอาจมี “กลุ่มทุนจีน” อยู่เบื้องหลังการดำเนินงาน เพื่อนำมาคัดแยกและรีไซเคิลโดยไม่ผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง สร้างความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน จึงดำเนินการขอหมายค้น เข้าตรวจค้น บริษัทแห่งหนึ่ง ม.5 ต.บ้านธาตุ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจค้น พบ นายวัชธนพงษ์ฯ อายุเพียง 20 ปี รับเป็นผู้ดูแลสถานที่ โดยภายในโรงงานพบของกลางจำนวนมาก ได้แก่ กองแบตเตอรี่เก่าใช้แล้ว (วัตถุอันตรายชนิดที่ 3) น้ำหนักรวมกว่า 54,643 กิโลกรัม (เกือบ 55 ตัน)
จากการตรวจสอบ นายวัชธนพงษ์ฯ ไม่สามารถนำเอกสารใบอนุญาตมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ เจ้าหน้าที่พิจารณาแล้ว จะได้ดำเนินการกล่าวโทษข้อหาหนัก ได้แก่
1. กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 มาตรา 23 ประกอบบกำหนดโทษ มาตรา 73 ฐาน มีวัตถุอันตรายประเภทที่ 3 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่
2. ตั้งและประกอบกิจการโรงงาน ลำดับประเภทที่ 106 บทย่อยคัดแยกโลหะ ตะกั่ว ทองแดง เศษอื่นๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 12 และบทกำหนดโทษมาตรา 50 พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
3. ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 33 วรรค 1 ประกอบ มาตรา 71 พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมในส่วนของกลาง คณะเจ้าหน้าที่ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรีตรวจยึดและอายัด ตามกฎหมายไว้ในที่เกิดเหตุ เนื่องจากของกลาง มีจำนวนมาก ไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปเก็บรักษาที่ทำการพนักงานสอบสวน และมอบหมายให้ นายวัชธนพงษ์ฯ เป็นผู้รับอายัด จนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือมีคำสั่งจากพนักงานสอบสอบสวนผู้รับผิดชอบเป็นอย่างอื่น

การร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าว ตามฐานความผิด ข้อ 1 และ ข้อ 2 ดังกล่าวข้างต้น มอบหมายให้ เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปทส. และตามฐานความผิด ตามข้อ 3 มอบหมายให้ เจ้าพนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตูมเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปทส. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เตือนภัย
1. แบตเตอรี่เก่า คือ “วัตถุอันตราย” ไม่ใช่แค่ขยะ แบตเตอรี่รถยนต์ หรือแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด เมื่อเสื่อมสภาพแล้ว ถูกจัดเป็น “วัตถุอันตรายชนิดที่ 3” ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 เนื่องจากภายในประกอบด้วย:
• ตะกั่ว: โลหะหนักที่มีพิษร้ายแรงต่อระบบประสาท
• กรดซัลฟิวริก: มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง
2. ความผิดเกิดขึ้นเมื่อ “ครอบครองเพื่อการค้า/อุตสาหกรรม” กฎหมายไม่ได้จับกุมประชาชนทั่วไปที่มีแบตเตอรี่เก่าลูกเดียววางไว้ในบ้านเพื่อรอเปลี่ยน แต่จะมีความผิดเมื่อ:
• มีการกักเก็บสะสมในปริมาณมาก
• มีไว้เพื่อการค้า การรับซื้อ หรือเตรียมเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล (ทุบ, แกะ, หลอม)
• โดยไม่มีใบอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม
3. อันตรายจากการกำจัดที่ไม่ถูกวิธี (โรงงานเถื่อน) โรงงานที่ไม่มีใบอนุญาต มักใช้วิธีการรีไซเคิลที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น:
• ทุบเปลือกแบตเตอรี่: ทำให้ “น้ำกรด” ไหลลงสู่ดินและแหล่งน้ำธรรมชาติ
• หลอมตะกั่วเอง: ก่อให้เกิด “ไอระเหยตะกั่ว” ฟุ้งกระจายในอากาศ รัศมีหลายกิโลเมตร ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งและทำลายสมองเด็กอย่างถาวร
ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.ธิติพงษ์ ทองพันช่าง สว.กก.2 บก.ปทส. โทร.089-2688524
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี