วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
รวบ99เขมรหนีอดตาย
ลักลอบข้ามแดนเข้าไทย
รวบ 99 เขมรหนีอดอยาก ลอบข้ามแดนเข้าไทย หลังประสบวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรง ขาดรายได้-อาหาร ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ ด้าน ฉก.นาวิกโยธินตราด ตะเพิดชาวจีน ลอบรื้อรั้วลวดหนามบ้านท่าเส้น จ.ตราด โดยพลการ พร้อมผลักดันออก เร่งปรับปรุงรั้วให้กลับสู่สภาพเดิม
เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า ทางกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน (ฉก.นย.) จันทบุรี บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จันทบุรี และฝ่ายปกครอง เข้าจับกุมแรงงานต่างด้าว สัญชาติกัมพูชา 99 ราย แบ่งเป็นชาย 52 หญิง 37 และเด็ก 10 ราย บริเวณพื้นที่หมู่ 4 บ้านแหลม ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นผลจากการลาดตระเวนและซุ่มตรวจช่วงเวลากลางคืนอย่างเข้มงวด จนพบกลุ่มแรงงานต่างด้าวดังกล่าว เดินลัดเลาะผ่านภูมิประเทศตามช่องทางธรรมชาติ จึงเข้าควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวนขั้นต้น ณ ที่ตั้งกองบังคับการร้อย ทพ.นย.บ้านแหลม
สอบสวนผู้ถูกจับกุม รับสารภาพว่า เดินทางมาจากพื้นที่ตอนในของประเทศกัมพูชา และพยายามลักลอบออกนอกประเทศ เนื่องจากประสบภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ ขาดแคลนอาหาร และไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ จึงจำเป็นต้องหลบหนีเพื่อเอาชีวิตรอด
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติต่อผู้ถูกควบคุมตัวทุกคนตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 ก่อนคุมตัวส่งให้ ตม.จันทบุรี และตำรวจ สภ.บ้านแปลง รับไว้ดำเนินคดีต่อไป
สำหรับสถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันด้านเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงานผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง และเป็นความท้าทายด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน ที่ต้องเฝ้าระวังและควบคุมเข้มงวด
พล.ร.ต.ปารัช กล่าวถึงกรณีที่ปรากฏข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับกรณีการตรวจพบการรื้อแนวรั้วลวดหนามในพื้นที่ชายแดนบ้านท่าเส้น จ.ตราด เมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ฉก.นย.ตราด) ได้วางไว้เพื่อกำหนดแนววางกำลัง (Troop Deployment Line) ใช้ควบคุมพื้นที่ตามข้อตกลงร่วม (Joint Statement) ที่ รมว.กลาโหมของทั้งสองฝ่าย ได้ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ว่าสำนักงานโฆษกกองทัพเรือ ขอชี้แจงว่าจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่ากลุ่มบุคคลที่ทำการรื้อถอนแนวรั้วลวดหนาม เป็นบุคคลสัญชาติจีน ซึ่งประกอบธุรกิจอยู่ในบริเวณดังกล่าว โดยได้รื้อแนวรั้วบางส่วน เพื่อต้องการเข้าไปนำทรัพย์สินของตนออกจากอาคาร ร้านค้าบริเวณแนวลวดหนาม ทั้งนี้ เมื่อทางฝ่ายทหารตรวจพบ จึงเข้าไปยับยั้งและให้หยุดการกระทำที่เป็นการละเมิดดังกล่าว
จากการสอบถามเบื้องต้นไม่พบเจตนาใดๆ ที่จะละเมิดการปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายไทย อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำโดยพลการ และส่งผลกระทบต่อมาตรการควบคุมพื้นที่ด้านความมั่นคงของรัฐ จึงตักเตือนและทำความเข้าใจกับชาวจีนกลุ่มนี้
นอกจากนี้ ฉก.นย.ตราด ได้จัดกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ทันที โดยผลักดันบุคคลดังกล่าวออกจากพื้นที่ตามขั้นตอนที่เหมาะสม พร้อมทั้งเร่งปรับปรุงแนวรั้วลวดหนามให้กลับสู่สภาพเดิมและมั่นคงขึ้นโดยเร็ว เพื่อคงไว้ซึ่งความชัดเจนของแนววางกำลังและความต่อเนื่องของมาตรการรักษาความปลอดภัยที่มั่นทางทหาร ตลอดจนกำหนดมาตรการควบคุมพื้นที่เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีก
ทั้งนี้ กองทัพเรือ ขอยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปอย่างรอบคอบ ภายใต้กรอบข้อตกลงร่วมระหว่างสองประเทศ โดยประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักการตาม Joint Statement ที่ทั้งสองประเทศ เห็นพ้องร่วมกัน อย่างเคร่งครัด เพื่อธำรงเสถียรภาพ ความมั่นคง และความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี