กองทัพเฝ้าระวังเขมร ใช้พลเรือน-ทหารป่วน ย้ำสร้างรั้วกันชายแดน ปัดยั่วยุมุ่งคุกคามใคร

กองทัพเฝ้าระวังเขมร ใช้พลเรือน-ทหารป่วน ย้ำสร้างรั้วกันชายแดน ปัดยั่วยุมุ่งคุกคามใคร

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กองทัพเฝ้าระวังเขมร

ใช้พลเรือน-ทหารป่วน

ย้ำสร้างรั้วกันชายแดน

ปัดยั่วยุมุ่งคุกคามใคร

 

กองทัพ แจง รบ.อนุมัติงบซื้ออาวุธ-สร้างรั้วชายแดน เป็นมาตรการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านความมั่นคง ป้องกัน ปท. ยันไม่ใช่การยั่วยุ ปัดข่าวตัดสัมพันธ์เขมร จับตาเขมรเคลื่อนไหวประท้วง-ยกระดับทางทหาร ย้ำชัดยังใช้กลไกทวิภาคีแก้ปมเขตแดน เดินหน้าทูตนำทหาร ส่วนบัวแก้วปัดตกข้อกล่าวหาเขมรไม่มีมูล ย้ำไทยยึดถ้อยแถลงร่วมอย่างเคร่งครัด


เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชาชี้แจงกรณีนายกรัฐมนตรีอนุมัติงบจัดซื้ออาวุธและสร้างรั้วบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาว่า เป็นการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านความมั่นคงและการบริหารจัดการชายแดนตามปกติ เพื่อปกป้องอธิปไตย ความปลอดภัยของประชาชนและสกัดกิจกรรมผิดกฎหมายข้ามแดน ยืนยันเป็นมาตรการเชิงป้องกัน มิได้มุ่งคุกคามประเทศใดและเป็นสิทธิของรัฐตามกฎหมายระหว่างประเทศ และขอย้ำว่าการสร้างรั้วชายแดนไม่ใช่การยั่วยุ แต่เป็นการจัดระเบียบพื้นที่ และควบคุมการผ่านแดนผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่หลายประเทศใช้

สำหรับกระแสข่าวว่าไทยอาจตัดความสัมพันธ์กับกัมพูชานั้น ศูนย์ข่าวฯระบุว่าไม่เป็นความจริง ไทยยังยึดมั่นความสัมพันธ์เพื่อนบ้านที่ดี และเดินหน้าแก้ไขข้อขัดแย้งผ่านกลไกที่ตกลงร่วมกัน อาทิคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC)และกลไกทหารชายแดน(RBC/GBC) ควบคู่หลักกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด หลังมีกระแสข่าวฝ่ายกัมพูชาเตรียมประท้วงหรือยกระดับทางทหาร ยืนยันใช้ช่องทางการทูตเป็นหลัก ขณะเดียวกันการสื่อสารระหว่างกองทัพในพื้นที่ยังดำเนินต่อเนื่อง เพื่อลดความเข้าใจผิดและป้องกันเหตุไม่พึงประสงค์

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนรับข้อมูลจากแหล่งทางการ ใช้วิจารณญาณและหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข่าวที่อาจสร้างความตื่นตระหนก พร้อมย้ำว่าทิศทางต่อไปของไทย 4 ประการได้แก่ 1.ปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน 2.ดำเนินการตามกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศ 3.ใช้กลไกทวิภาคีและพหุภาคีแก้ปัญหา 4.รักษาสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค

“ไทยดำเนินมาตรการด้านความมั่นคงอย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และยึดหลักสันติวิธี พร้อมรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์ยันการดำเนินการต่างๆตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ของฝ่ายไทย เป็นไปตามถ้อยแถลงร่วมระหว่างไทยกับกัมพูชาอย่างเคร่งครัดว่า ประเทศไทยขอยืนยันว่า การดำเนินการต่างๆตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาของฝ่ายไทยไม่ว่าจะเป็นการนำคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทยลงพื้นที่ชายแดน หรือการวางสิ่งกีดขวางเพื่อเสริมความปลอดภัยและความมั่นคงตามแนวชายแดน เป็นไปตามถ้อยแถลงร่วมระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ลงนาม เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัด โดยกระทรวงการต่างประเทศมีหนังสือไปยังกัมพูชา เพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลแล้ว

แถลงการณ์กรมสารนิเทศ ระบุต่อว่า ถ้อยแถลงร่วมฯให้ทั้งสองฝ่ายคงการวางกำลังที่มีอยู่ในพื้นที่ปัจจุบันหลังการหยุดยิง และไม่ดำเนินกิจกรรมใดๆ นอกแนววางกำลังของตน ดังนั้น การดำเนินการต่าง ๆ ของฝ่ายไทยจนถึงขณะนี้เป็นไปตามข้อกำหนดของถ้อยแถลงร่วมฯ ที่ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันแล้ว ทั้งนี้ ข้อตกลงตามถ้อยแถลงร่วมฯ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการสำรวจ และการจัดทำหลักเขตแดนระหว่างสองประเทศ ซึ่งดำเนินการในกรอบคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Commission: JBC)

ประเทศไทยย้ำความจำเป็นเร่งด่วนที่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคต้องร่วมมือจัดการกับความท้าทายจากปัญหาออนไลน์สแกม และยังเรียกร้องอย่างต่อเนื่องให้กัมพูชาเพิ่มความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย ผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ เพื่อปราบปรามขบวนการออนไลน์สแกมตามแนวชายแดนอย่างเป็นรูปธรรม

ประเทศไทยย้ำความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมฯ และการแก้ปัญหาโดยสันติวิธีผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ บนพื้นฐานของหลักการการเป็นเพื่อนบ้านที่ดี ความจริงใจและความสุจริตใจ เพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพ รวมทั้งประโยชน์สุขของประชาชนของทั้งสองประเทศ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top