ฝุ่นพิษพุ่งสูง! 31จังหวัดอ่วม กทม.มี18พื้นที่ เกินมาตรฐาน

ฝุ่นพิษพุ่งสูง! 31จังหวัดอ่วม กทม.มี18พื้นที่ เกินมาตรฐาน

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ฝุ่นพิษพุ่งสูง!

31จังหวัดอ่วม

กทม.มี18พื้นที่

เกินมาตรฐาน

ฝุ่น PM2.5 ทั่วไทย เกินค่ามาตรฐาน 31 จังหวัด คาดการณ์ 7 วัน ข้างหน้าแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอีก ด้านสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เผยผลสำรวจคนไทย 88% รับผลกระทบฝุ่นพิษ เรียกร้องรัฐผลักดัน 3 นโยบาย วาระหลัก เตรียมทำข้อเสนอรัฐบาลใหม่ พิจารณา

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ เวลา 07.00 น.ดังนี้ ภาพรวมปริมาณฝุ่น PM2.5 ในประเทศ พบเกินค่ามาตรฐานใน จ.ปทุมธานี จ.นนทบุรี กทม. จ.นครปฐม จ.สมุทรสาคร จ.พิษณุโลก จ.อุทัยธานี จ.สิงห์บุรี จ.สระบุรี จ.อ่างทอง จ.สุพรรณบุรี จ.พระนครศรีอยุธยา จ.กาญจนบุรี จ.ราชบุรี จ.สมุทรสงคราม จ.ปราจีนบุรี จ.สระแก้ว จ.ฉะเชิงเทรา จ.ชลบุรี จ.หนองคาย จ.หนองบัวลำภู จ.ขอนแก่น จ.กาฬสินธุ์ จ.มหาสารคาม จ.ร้อยเอ็ด จ.ชัยภูมิ จ.อุบลราชธานี จ.ศรีสะเกษ จ.นครราชสีมา จ.บุรีรัมย์ และ จ.สุรินทร์


ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 2 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 6.2–41.5 ไมโครกรัม (มคก.)/ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 19.5 – 66.0 มคก./ลบ.ม.ภาคกลางและตะวันตก เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 16.6 – 54.8 มคก./ลบ.ม.ภาคตะวันออก เกินค่ามาตรฐาน 4 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 14.4 – 48.1 มคก./ลบ.ม.ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 15.1 – 20.1 มคก./ลบ.ม.ส่วน กทม.และปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร เกินค่ามาตรฐาน 18 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 22.2 – 51.6 มคก./ลบ.ม.

ผลการคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง 7 วันข้างหน้า พื้นที่ กทม.และปริมณฑล มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นวันที่ 24–25 มกราคม 2569 และยังต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ ภาคกลางและตะวันตก มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นวันที่ 24–25 มกราคม 2569 และยังต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นวันที่ 20–26 มกราคม 2569 และยังต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นวันที่ 23–26 มกราคม 2569 และยังต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ ภาคตะวันออก มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นวันที่ 23–26 มกราคม 2569 และยังต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ ภาคใต้ ดีอย่างต่อเนื่อง

ด้านสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) พร้อมด้วยองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ Thai SCP และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เปิดเวทีดีเบตเชิงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมกับพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้ง ในงาน “TEI: Thai Envi Next : ผ่าโจทย์สิ่งแวดล้อมกับพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้ง 2569” โดยมีการนำเสนอ “บทสรุปสถานการณ์สิ่งแวดล้อมไทย ปี 2568” โดย ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผอ.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI)

ดร.วิจารย์ กล่าวว่า ตลอดปี 2568 โลกและประเทศไทยเผชิญวิกฤตสิ่งแวดล้อมสำคัญ 3 ด้าน ที่เชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน ได้แก่ 1.วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สะสมต่อเนื่องส่งผลให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเทศไทยต้องเผชิญทั้งอุทกภัยและภัยแล้งสลับรุนแรง 2.วิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพ จากการรุกรานของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่กระทบระบบนิเวศและความมั่นคงทางอาหารอย่างปลาหมอคางดำ และ 3.วิกฤตมลพิษ ทั้งปัญหา PM 2.5 หมอกควันในประเทศและข้ามพรมแดน และขยะจำนวนมหาศาล รวมถึงไมโครพลาสติกที่ปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหาร ซึ่งล้วนสะท้อนว่าสิ่งแวดล้อมไม่ใช่ปัญหาไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นความเสี่ยงที่กระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยตรง

ดร.วิจารย์ กล่าวต่อว่า ทาง TEI ได้สำรวจเสียงคนไทย 2568 : วิกฤตสิ่งแวดล้อมที่ต้องเร่งแก้! กว่า 1,000 คนทั่วประเทศ พบว่ากว่า 88% ของประชาชน ได้รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับปานกลางถึงรุนแรง ทั้งต่อสุขภาพ รายได้ และทรัพย์สิน โดยปัญหาสิ่งแวดล้อม 3 อันดับแรกที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ ได้แก่ มลพิษทางอากาศ (PM2.5) 42% การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) 22% และมลพิษขยะและของเสีย 15% ขณะเดียวกัน คนส่วนใหญ่อยากให้พรรคการเมืองเร่งผลักดันนโยบายสิ่งแวดล้อม 3 อันดับแรก ได้แก่ กฎหมายอากาศสะอาด (Clean Air Act) การจัดการน้ำทั้งระบบ (แก้ผังเมือง/ป้องกันน้ำท่วม-แล้ง) การจัดการขยะครบวงจร (Zero Waste)

“ผลสำรวจสะท้อนชัดว่า คนไทยส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยตรง ทำให้นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมไม่ใช่ประเด็นรองของการเมืองอีกต่อไป แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของอนาคตประเทศและความอยู่รอด ที่รัฐต้องยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจ สุขภาพ และความมั่นคงของสังคม พร้อมกำหนดทิศทางคุณภาพชีวิตและความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว ทั้งนี้ผลสำรวจจะจัดทำเป็นข้อเสนอสู่รัฐบาลต่อไป” ดร.วิจารย์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top