วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569
“ชัชชาติ” แจงสภากทม. ปัญหาฝุ่น แนวโน้มดีขึ้น เดินหน้าพัฒนาทุกมิติก่อฝุ่น ยังไม่สร้าง “หอปรับอากาศขนาดใหญ่” ไม่คุ้มทุนมหาศาล
วันที่ 21 มกราคม 2569 ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยแรก (ครั้งที่ 3) ประจำปีพุทธศักราช 2569 ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกทม. 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตอบคำถามจากกระทู้ถามสด เรื่องมาตรการรองรับและแนวทางการแก้ไขปัญหาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จากสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตจอมทอง นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร โดยกล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในปีนี้ พบว่ามีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทั้งในด้านจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานและค่าเฉลี่ย ความเข้มข้นของฝุ่น โดยเป็นผลจากการดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดโดยรอบ
“ก็ยังคงต้องทำงานหนักต่อไป และขอให้ทุกท่านช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่ากรุงเทพมหานครมีมาตรการต่างๆ ที่ออกมาช่วยทำให้ค่าฝุ่นดีขึ้น ด้วยความตั้งใจจริง และจริงจังในการแก้ปัญหาดังกล่าว ต้องขอขอบคุณทุกๆ หน่วยงาน ทุกๆ ภาคส่วน ที่ได้ให้ความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร ผมเชื่อว่าเรามาถูกทางแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ค่าฝุ่นของปีนี้ที่สถานการณ์ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมามาก กรุงเทพมหานครเองจะยังไม่หยุดพัฒนาเพื่อให้ประชาชนได้มีอากาศสะอาดต่อไป” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว

ส่วนเรื่องการสร้างหอปรับอากาศติดตั้งในพื้นที่ที่มักมีค่าฝุ่นสูง เช่น เขตปทุมวัน ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า อาจยังไม่คุ้มกับการลงทุน เนื่องจากต้องใช้เงินทุนมหาศาล ซึ่งคำนวณจากขนาดพื้นที่ที่เป็นพื้นที่เปิด และมีขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการเปลี่ยนไส้กรองขนาดใหญ่ที่อาจเป็นไปได้ยาก แต่หากมีเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ใหม่ๆ ที่คุ้มค่า ก็จะไม่รีรอที่จะนำมาปรับประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาฝุ่นในกรุงเทพมหานครแน่นอน ซึ่งขณะนี้การต่อสู้กับปัญหาฝุ่นยังคงเป็นสงครามที่ต้องต่อสู้กันทุกวัน เรื่องการดูแลและป้องกันฝุ่นของแต่ละบุคคลก็ต้องการ์ดอย่าตก และเชื่อว่าทุกหน่วยงานก็มีความเข้มข้นในการเร่งแก้ปัญหาฝุ่นกันอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว
นอกจากนี้ การแก้ไขปัญหาฝุ่นของ กทม. จำแนกเป็นประเด็นต่างๆ ดังนี้
1.ตัวเลขสะท้อนผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
จากการติดตามและประมวลผลข้อมูลคุณภาพอากาศ พบว่า จำนวนวันที่ค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 40 ขณะที่ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของ PM2.5 ลดลงร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงประสิทธิผลของมาตรการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษและการบริหารจัดการสถานการณ์ฝุ่นของกรุงเทพมหานครในภาพรวม
2.ความร่วมมือข้ามจังหวัด ลดฝุ่นจากต้นทาง
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สถานการณ์ฝุ่นดีขึ้น คือความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครกับจังหวัดในภาคกลางและภาคตะวันออก ในการควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตร โดยข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) พบว่า จำนวนจุดเผาในพื้นที่ดังกล่าวลดลงร้อยละ 28 ความร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างหลายจังหวัดช่วยลดผลกระทบของฝุ่นจากพื้นที่ต้นลมที่ส่งผลต่อกรุงเทพมหานครได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งการรณรงค์ให้ประชาชนที่พบเห็นการเผาแจ้งเข้ามาใน Traffy Fondue
3.คุมรถเข้ม ลดฝุ่นจากการจราจร
กรุงเทพมหานครได้ยกระดับความเข้มงวดในการควบคุมรถควันดำ โดยปรับค่ามาตรฐานควันดำจากเดิมไม่เกินร้อยละ 30 เหลือไม่เกินร้อยละ 20 ส่งผลให้การตรวจจับมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถจับกุมรถที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐานเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 3.5 เท่า นอกจากนี้ ยังได้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านโครงการ “รถคันนี้ #ลดฝุ่น” ซึ่งปัจจุบันมีรถ เข้าร่วมโครงการแล้วเกือบ 200,000 คัน สามารถช่วยลดการปล่อยมลพิษจากภาคการจราจรได้ประมาณร้อยละ 9
4.Cell Broadcast ในการแจ้งเตือนฝุ่น
ขณะนี้ กทม. ใช้ระบบ Cell Broadcast ในการแจ้งเตือนฝุ่น PM2.5 โดยระบบดังกล่าวจะทำการแจ้งเตือนเฉพาะพื้นที่เขตที่ตรวจพบค่าฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ เกิน 75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในระดับสีแดงเท่านั้น นอกจากนี้ กทม. ได้มีการทบทวนขั้นตอนปฏิบัติมาตรฐาน (SOP) โดยปรับลดรอบการคำนวณค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองจากเดิม 24 ชั่วโมง เป็น 12 ชั่วโมง และกำหนดรอบการส่งข้อความแจ้งเตือน 3 รอบ ได้แก่ เวลา 07.00 น. 12.00 น. และ 17.00 น. เพื่อให้ข้อมูลมีความเป็นปัจจุบันมากยิ่งขึ้น รวมถึงเพิ่มการแจ้งเตือนเป็นภาษาอังกฤษเพื่อรองรับชาวต่างชาติ

5.WFH ช่วยลดรถ ลดฝุ่น
มาตรการ Work From Home ที่กรุงเทพมหานครประกาศใช้ในช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม มีส่วนช่วยลดปริมาณการจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างเห็นผล โดยพบว่าสามารถลดปริมาณการจราจรเฉลี่ยได้ร้อยละ 8.5 ส่งผลให้ค่าฝุ่น PM2.5 ลดลงจากค่าเฉลี่ย 47.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม เหลือ 19.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในวันที่ 5 ธันวาคม หรือคิดเป็นการลดลงร้อยละ 58
6.เพิ่มพื้นที่สีเขียว เสริมการป้องกันฝุ่น
ในส่วนของการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ภายใต้นโยบายปลูกต้นไม้ล้านต้น ปัจจุบันกรุงเทพมหานครปลูกต้นไม้ไปแล้วรวม 2,326,667 ต้น เป็นไม้ยืนต้น 1,377,340 ต้น โดยในจำนวนนี้มี 932,452 ต้น ที่ปลูกเชิงยุทธศาสตร์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก เพื่อทำหน้าที่เป็นกำแพงสีเขียวช่วยลดฝุ่นที่พัดมาจากจังหวัดต้นลม นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มสวน 15 นาทีแล้วรวมทั้งสิ้น 441 แห่ง
7.เดินหน้ามาตรการต่อเนื่อง
กรุงเทพมหานครยืนยันว่าจะเดินหน้ามาตรการจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างต่อเนื่อง ทั้งการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษในเมือง การทำงานร่วมกับจังหวัดรอบข้าง และการส่งเสริมความร่วมมือจากประชาชน เพื่อยกระดับคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานครให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยย้ำว่า ตัวเลขที่ดีขึ้นสะท้อนว่า การแก้ปัญหาฝุ่นต้องทำทั้งระบบ และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
8.ผสานพลังกระทรวงอุตสาหกรรม คุมเข้มปล่องระบายมลพิษ
ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครยังร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม ยกระดับมาตรการควบคุมมลพิษจากภาคโรงงาน โดยปรับปรุงมาตรฐานการระบายมลพิษจากปล่องหม้อน้ำในเขตกรุงเทพมหานครให้เข้มงวดขึ้น และกำหนดให้โรงงานติดตั้งระบบตรวจวัดมลพิษอากาศอัตโนมัติ (Continuous Emission Monitoring System: CEMS) พร้อมรายงานผลแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการกำกับดูแล
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี