วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
กทม.ล้อมคอกผับอันตราย
ปิด3ร้านดัง
ตร.จ่อฟันโรงเบียร์มรณะ
แอบต่อเติมไฟฟ้าจนช็อต
ผบช.น.เผยสอบพยานคดีไฟไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” แล้ว 106 ปาก เตรียมดำเนินคดี ในข้อหาหนักพบอาจต่อเติมไฟฟ้าจนโอเวอร์โหลดเป็นต้นเหตุไฟไหม้ ด้าน กทม.สั่งปิดชั่วคราว 3 ร้านดัง ในเขตราชเทวี-บางกอกน้อย-ปทุมวัน เนื่องจากไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย เดินหน้าปูพรม ตรวจเข้มทั้ง50เขต ขณะที่ แม่ของ“น้องดิน” นักร้องนำวงทศกัณฐ์เข้ารับร่างลูกชาย เปิดใจทั้งน้ำตา เล่านาทีได้เจอลูกครั้งสุดท้าย
เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังเร่งตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดไฟไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ส่วนเรื่องผู้ถือหุ้นตามที่จดทะเบียนพบว่า มีชื่อเจ้าของร้านและแม่ โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบปากคำพนักงานในร้านเพิ่มเติมว่ามีบุคคลอื่นนอกเหนือจากเอกสารเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ พร้อมทั้งสั่งตรวจสอบเส้นทางการเงินของร้านย้อนหลังทั้งหมด เพื่อดูว่ามีการโอนจ่ายรายได้ไปให้บุคคลใดบ้าง ซึ่งพนักงานสอบสวนจะเชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำตามลำดับความสำคัญและความเร่งด่วนเบื้องต้น มีตัวแทนจากร้านคือ พี่สาวของเจ้าของร้าน เข้ามาให้ปากคำแทนเจ้าของร้านที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส
เตรียมฟันข้อหาหนักหลายกระทง
“ขณะนี้ตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลใด แต่เบื้องต้นเตรียมดำเนินคดีในฐานความผิด ประกอบด้วย ข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ, ข้อหาต่อเติมดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต, ข้อหากระทำการโดยประมาททำให้เกิดเพลิงไหม้, และข้อหาอื่นๆ รวมถึงการตรวจสอบความผิดเกี่ยวกับการเปิดสถานบริการ หากพบว่ามีการเปิดกิจการเกินกว่าขอบเขตที่ได้รับอนุญาต” ผบช.น. กล่าว
เขตโดนด้วยหากปล่อยปละละเลย
พล.ต.ท.สยาม กล่าวว่า ในส่วนของการประสานงานกับสำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตได้ส่งเอกสารข้อมูลการขอใบอนุญาตมาให้บางส่วนแล้ว และอยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารที่เหลือมาส่งมอบเพิ่มเติม แต่ยังไม่ได้สอบปากคำเจ้าหน้าที่เขตอย่างเป็นทางการ โดยหากตำรวจตรวจสอบแล้วพบว่าเขตมีความบกพร่องหรือปล่อยปละละเลยในการตรวจตราอาคาร จะถูกดำเนินคดีทางกฎหมายด้วยเช่นกัน ส่วนประเด็นความผิดปกติของตัวอาคาร เช่น วัสดุเพดาน หรือทางหนีไฟที่มีไม่ถึง 2 ทางตามเกณฑ์มาตรฐาน ขณะนี้กองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจพื้นที่เสร็จสิ้นและคืนพื้นที่ให้ สน.ท้องที่แล้ว โดยอยู่ระหว่างรอรายงานผลการตรวจอย่างเป็นทางการ
พบเสียชีวิตเพราะสูดดมก๊าซพิษ
พล.ต.ท.สยาม เปิดเผยข้อมูลสำคัญจากนิติเวชเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต ว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมดไม่ได้เสียชีวิตจากเปลวไฟโดยตรง แต่เกิดจากการขาดอากาศหายใจ เนื่องจากสูดดมก๊าซพิษ โดยผลตรวจพบก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และไซยาไนด์ในร่างกาย ซึ่งสารทั้ง 2 ชนิดมีคุณสมบัติบล็อกเนื้อเยื่อไม่ให้รับออกซิเจน หากสูดดมในปริมาณมากจะทำให้เสียชีวิตได้ภายในเวลาไม่เกิน 4 นาที
โดยสารพิษดังกล่าวยังส่งผลกระทบถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในวันเกิดเหตุ จนมีอาการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ แสบคอและสำลักควันอย่างรุนแรง ซึ่งทั้งหมดได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ และแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านแล้ว โดยผบ.ตร. ได้แสดงความห่วงใยและสั่งการให้ บช.น. ร่วมกับกองกำลังพล ตรวจสอบสิทธิประโยชน์อันพึงมีพึงได้ เพื่อมอบรางวัลและประกาศเกียรติคุณให้แก่ตำรวจทุกนายที่เกี่ยวข้อง
อาจต่อเติมไฟฟ้าจนโอเวอร์โหลด
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจากเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง ซึ่งถือเป็นพยานหลักฐานชิ้นสำคัญที่บ่งชี้ถึงพฤติการณ์ความประมาท พบว่า เดิมทางร้านขอใช้ไฟไว้ที่ขนาด 30/100 ต่อมามีการใช้ไฟเพิ่มขึ้นและยื่นขอเพิ่มขนาดไฟ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจะเข้าตรวจสอบ ทางร้านกลับอ้างว่าไม่พร้อมให้ตรวจ พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าร้านอาจต่อเติมระบบไฟเอง จนทำให้กระแสไฟเกิดการโอเวอร์โหลดและลัดวงจรจนเกิดไฟไหม้
สอบพยานแล้ว106ปาก-ส่งฟ้องเร็วๆนี้
“อย่างไรก็ตามขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรอรายงานอย่างเป็นทางการจาก 3 หน่วยงานหลัก คือ กองพิสูจน์หลักฐาน สถาบันนิติเวชวิทยา และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ร่วมกับเอกสารจากสำนักงานเขตจตุจักร เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดีตามข้อสั่งการเร่งรัดจากนายกรัฐมนตรี โดยล่าสุดมีการสอบปากคำพยานไปแล้ว 106 ปาก และได้เลขรับสำนวนเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะสามารถส่งสำนวนฟ้องต่อศาลได้ในไม่ช้า” ผบช.น. กล่าว
พล.ต.ท.สยาม เปิดเผยการสอบปากคำพนักงานภายในร้าน และลูกค้าที่ออกจากร้านได้เป็นคนแรก พบข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องประตูทางหนีไฟ 1 ประตูที่มีการล็อกกุญแจไว้และต้องมีการเปิดล็อกกุญแจจึงจะสามารถออกมาด้านนอกได้ ซึ่งประเด็นดังกล่าวถือว่าเป็นประเด็นสำคัญที่พนักงานสอบสวนจะต้องนำไปพิจารณาร่วมกับการตรวจสอบที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ว่าประตูทางเข้าออกทั้ง 4 ทางที่มี ถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่ และการล็อกประตูดังกล่าวจะมีผลต่อการหลบหนีออกมาจากภายในจุดเกิดเหตุอย่างไร ซึ่งจะมีผลต่อข้อหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
กทม.ปูพรมตรวจสถานบันเทิงเข้ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรุงเทพมหานครยกระดับมาตรการความปลอดภัยของสถานประกอบการ สถานบริการ และสถานประกอบการคล้ายสถานบริการทั่วกรุง ตามข้อสั่งการของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต บูรณาการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดปฏิบัติการเชิงรุกตรวจเอกซเรย์อย่างเข้มงวดโดยมุ่งเน้นไปที่การประเมินความพร้อมด้านการป้องกันอัคคีภัย การรับมือเหตุฉุกเฉิน รวมถึงการตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการและการใช้อาคารให้ถูกต้อง ตามกฎหมายควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
สั่งปิดร้านดังใน3เขตทันที
ล่าสุด เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้สั่งปิดสถานประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมายใน 3 พื้นที่ ประกอบด้วย ย่านพระราม 1 เขตปทุมวัน สั่งหยุดดำเนินกิจการทันทีเป็นการชั่วคราว หลังพบแอบแฝงเปิดเป็นผับ จัดแสดงดนตรี แสง สี เสียง โดยไม่มีใบอนุญาต ไม่มีป้ายหนีไฟ และมีสิ่งกีดขวางทางออกฉุกเฉิน, ย่านจรัญสนิทวงศ์ เขตบางกอกน้อย ออกคำสั่งด่วนที่สุดให้หยุดประกอบกิจการทันทีเป็นการชั่วคราว หลังตรวจพบเปิดให้บริการเข้าข่ายจัดมหรสพ การแสดงดนตรี และคาราโอเกะ โดยไม่ได้ขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างถูกต้อง เสี่ยงกระทบสุขอนามัยและสวัสดิภาพประชาชนและย่านเพชรบุรี เขตราชเทวี สั่งระงับการใช้สถานที่จัดแสดงดนตรี หลังผู้ประกอบลักลอบเปิดให้บริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่เคยถูกตักเตือนและออกหนังสือแนะนำไปแล้ว โดยยื่นคำขาดให้หยุดดำเนินกิจการภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้รับคำสั่ง
ฝ่าฝืนโทษหนักทั้งจำทั้งปรับ
สำหรับผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนคำสั่งระงับกิจการของเจ้าพนักงานท้องถิ่น จะมีบทลงโทษตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และจะถูกปรับเพิ่มอีกไม่เกินวันละ 25,000 บาทตลอดเวลาที่ยังคงฝ่าฝืนกฎหมาย
กทม. ยืนยันว่า มาตรการเชิงรุกนี้ไม่ใช่การกวดขันเพียงชั่วคราว แต่จะดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอในทุกมิติ เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน
แม่รับร่าง‘น้องดิน’กลับบ้าน
วันเดียวกัน ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นางสาวจันสุดา ตันลา อายุ 49 ปี แม่ของนายฐิติวัฒน์แก้วกัณหา หรือ “น้องดิน” อายุ 27 ปี นักร้องนำวงทศกัณฐ์ ผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เดินทางมารับร่างลูกชายไปบำเพ็ญกุศลที่วัดสว่างภพ จังหวัดปทุมธานี โดยกล่าวทั้งน้ำตาว่า หลังเกิดเหตุได้เข้าไปยืนยันตัวตนลูกชาย และเมื่อเรียกชื่อ “น้องดิน” ลูกชายยังพยักหน้าตอบรับ ตนจึงบอกกับลูกว่า “พ่อกับแม่มาแล้ว ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว” ก่อนที่ในช่วงบ่าย แพทย์ได้เรียกครอบครัวเข้าไปแจ้งว่าอาการของลูกชายสาหัสแต่เจ้าตัวยังพยายามต่อสู้ กระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น ทางโรงพยาบาลโทรศัพท์แจ้งให้รีบมาพบลูกชาย เนื่องจากระบบสำคัญของร่างกายหยุดทำงานแล้ว 2 ระบบ ไม่สามารถรักษาได้อีก ก่อนที่ลูกชายจะจากไปในเวลาต่อมา
ยอมรับเงินเยียวยา1หมื่นไม่เพียงพอ
แม่ของน้องดินยอมรับว่าเงินเยียวยาเบื้องต้นจำนวน 10,000 บาท จากทางร้านเป็นจำนวนที่ไม่เพียงพอ และยังน้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำเสียอีก น้องดินเป็นลูกที่ไม่เคยสร้างภาระให้ครอบครัว ไม่มีหนี้สิน และเพิ่งชวนแม่ลาออกจากงาน เพื่อมาเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ ด้วยกัน ขณะที่ตัวเองจะยังคงร้องเพลงในอาชีพที่รักต่อไป เพราะช่วยปลดหนี้ให้แม่ได้เกือบหมดแล้ว แต่กลับมาเกิดเหตุไม่คาดฝันเสียก่อน
“ไม่ต้องห่วงพ่อกับแม่ ขอให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี ขอบคุณที่เกิดมาเป็นลูกที่ดี ไม่เคยสร้างภาระให้ครอบครัว ขอให้ลูกพบแต่ความสงบสุขตลอดไป”ผู้เป็นแม่ฝากคำอำลาถึงลูกชาย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี