เจ๋ง ดอกจิก นอนคุกคืนแรก ห่วงครอบครัว แต่ปรับตัวได้ ทานข้าวได้ครบมื้อ

เจ๋ง ดอกจิก นอนคุกคืนแรก ห่วงครอบครัว แต่ปรับตัวได้ ทานข้าวได้ครบมื้อ

วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569, 20.47 น.

"เจ๋ง ดอกจิก“นอนคุกคืนแรก ห่วงครอบ ครัว ทานข้าวได้ สภาพจิตใจโอเค หลังศาลฎีกาพิพากษายืนคดีนปช.ก่อการร้ายฯจำคุก 5 ปี 4 เดือน ส่วนโรคประจำตัว ”เส้นเลือดในสมองตีบ“ แนะญาติประสาน รพ. รับเอกสารประวัติการรักษาเพื่อเรือนจำฯรักษาต่อเนื่อง

จากกรณีเมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก่อการร้าย หมายเลขดำ อ.2542/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง วีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช., จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช., ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กับพวกรวม 24 คน ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย และมั่วสุมสร้างความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ โดยก่อนการอ่านคำพิพากษาบุตรสาวของนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก จำเลยที่ 7 ในฐานะนายประกัน ได้ยื่นคำร้องแถลงต่อศาลขอเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาออกไปอีก 1 นัด โดยระบุว่ายศวริศ มีอาการป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ และกำลังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.68 ได้เคยอนุญาตให้เลื่อนนัดฟังคำพิพากษามาแล้ว 30 วันตามคำร้องขอ จึงมีคำสั่งให้นายประกันติดตามตัวนายยศวริศ มาศาล มิฉะนั้นจะพิจารณาออกหมายจับและปรับนายประกัน ต่อมาบุตรสาวจึงได้ประสานนำตัวนายยศวริศเดินทางจากโรงพยาบาลมายังศาลอาญา และแถลงต่อศาลขอเลื่อนอ่านคำพิพากษาไปอีก 30 วันนั้น 
ต่อมาศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ จำคุกนายยศวริศ ชูกล่อม (เจ๋ง ดอกจิก) รวม 8 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือโทษจำคุก 5 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และภายหลังสิ้นสุดคำพิพากษา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวนายยศวริศไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหา นครนั้น 


ล่าสุด นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. เวลาประมาณ 19.00 น. เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้รับตัวนายยศวริศ ชูกล่อม ในคดีข่มขืนใจผู้อื่นโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ กำหนดโทษ 5 ปี 4 เดือน ซึ่งเรือนจำฯ ได้มีการจัดทำประวัติแรกรับผู้ต้องขังเข้าใหม่ และดำเนินการให้กักโรคเป็นเวลา 5 วัน (นับตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค.69 ถึง 24 ม.ค.69) โดยในส่วนของโรคประจำตัว นายยศวริศก็ได้แจ้งถึงการมีประวัติการรักษาสุขภาพ (อาการป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ) อย่างไรก็ตาม ลักษณะของเรื่องสุขภาพจิต ทางนายยศวริศแจ้งว่าปกติทั่วไป และในการนอนหลับคืนแรกก็พบว่านอนหลับได้ดี ไม่มีความเครียดที่น่าวิตกกังวล แต่มีเพียงห่วงเรื่องครอบครัวที่อยู่ข้างนอก ส่วนการปรับตัว นายยศวริศค่อนข้างปรับตัวได้ดีและสามารถรับประทานอาหารของเรือนจำได้ปกติ ทั้งนี้ เมื่อนายยศวริศกักตัวครบ 5 วัน จึงจะเข้าสู่กระบวนการจำแนกแยกแดนต่อไป โดยเรือนจำฯ มุ่งดูแลให้ความปลอดภัยแก่ชีวิตของผู้ต้องขังตามหลักหลักสิทธิมนุษยชนภายใต้มาตรฐาน การปฏิบัติด้านการควบคุมผู้ต้องขัง (StandardOperatingProcedures:SOPs) อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะกิจกรรมภายในเรือนจำที่เหมาะสมกับผู้ต้องขัง และแดนที่เหมาะสมในการไปคุมขังตามระยะรับโทษ

นายยุทธนา เผยอีกว่า ส่วนเรื่องโรคประจำตัว (อาการป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ) ของนายยศวริศ พบว่ายังไม่มีความน่ากังวลผิดปกติ เนื่องจากเจ้าตัวมีประวัติการรักษาจากสถานพยาบาลภายนอกมาก่อนอยู่แล้ว ฉะนั้น เมื่อครบช่วงกักโรค 5 วัน หรือช่วงที่สามารถให้เยี่ยมญาติได้ เรือนจำฯ ก็จะได้ประสานให้ญาติของนายยศวริศ ไปดำเนินการขอประวัติการรักษาโรคจากสถานพยาบาลเพื่อรับการรักษาต่อเนื่องภายในเรือนจำฯ รวมไปถึงยารักษาโรคประจำตัว หากมีความจำเป็นต้องใช้ ญาติก็สามารถประสานกับทางสถานพยาบาลที่นายยศวริศเคยรับการรักษาเพื่อขอนำยามาให้ทางเรือนจำฯ ตรวจสอบก่อนพิจารณาอนุญาตนำเข้าไปให้นายยศวริศใช้ พร้อมยืนยันว่า นายยศวริศ ปรับตัวใช้ชีวิตในเรือนจำฯ ได้ดี
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top