วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569
คืนรอยยิ้มบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โครงการพระราชดำริ พลิกฟื้นพื้นที่ พ้นภัยน้ำท่วม
อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อยู่ใกล้ทะเลแต่น้ำท่วม ผลจากการก่อสร้างถนน ชุมชนขยายตัวกีดขวางทางน้ำ เปิด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ แก้ปัญหา แม้ไม่แล้วเสร็จทั้งระบบ ปัญหาน้ำท่วมลดลงอย่างชัดเจน แถมที่ทำกินอุดมสมบูรณ์ ทั้งบนฝั่ง ชายฝั่ง และกลางทะเล ประชาชนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น
นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เปิดเผยถึงความเป็นมาของโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอบางสะพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในระหว่างการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลางของคณะอนุกรรมการฯ ซึ่งมีพลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง พร้อมด้วยพลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ และคณะอนุกรรมการฯ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของโครงการ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่ผ่านมาว่า อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภูมิประเทศด้านทิศตะวันตกมีความลาดชัน ตอนล่างเป็นที่ราบสลับที่ดอน เมื่อเกิดฝนตกในช่วงฤดูฝนน้ำจะไหลเข้าท่วมพื้นที่ตอนล่างก่อนไหลออกสู่ทะเลอ่าวไทย
ที่ผ่านมาเกิดน้ำท่วมรุนแรงด้วยสาเหตุหลายประการ เช่น คลองธรรมชาติมีสภาพแคบตื้นเขิน มีการขยายถนน การใช้ประโยชน์ที่ดินเพิ่มขึ้น และมีสิ่งก่อสร้างถาวรรุกล้ำทางน้ำทำให้กีดขวางทางน้ำ การระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพเอ่อล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ราบลุ่มเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นมูลค่ามหาศาล ต่อมาเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2547 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำริสรุปความว่า ให้กรมชลประทานพิจารณาวางแผนสร้างแหล่งเก็บกักน้ำต่าง ๆ ตามความเหมาะสมไว้ใช้ประโยชน์ให้กับราษฎร และเพิ่มช่องระบายน้ำผ่านถนนและคลองระบายน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และติดตามงานป้องกันอุทกภัยในเขตพื้นที่ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมถึงโครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร
“สำนักงาน กปร. ในฐานะหน่วยงานหลักในการประสานงานโครงการเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ร่วมกับส่วนงานที่เกี่ยวข้องวางแผนงานโครงการ โดย ครม. มีมติให้ดำเนินการ ตอนนี้การดำเนินงานแต่ละแผนงานมีความคืบเป็นอย่างมาก แม้โครงการยังไม่แล้วเสร็จทั้งระบบ แต่ปัญหาอุทกภัยที่ผ่านมาก็ไม่เกิดขึ้นอีกเลย สามารถบรรเทาได้ระดับหนึ่ง” นางสุพร ตรีนรินทร์ กล่าว
ด้านนางสุณิชา ประกอบปราณ ราษฎร หมู่ที่ 1 ตำบลพงศ์ประศาสน์ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เผยว่าเมื่อปี 2559 - 2560 เกิดน้ำท่วมอย่างรุนแรง บ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีการสร้างถนนขวางทางน้ำมีหมู่บ้านเพิ่มขึ้นทำให้น้ำไม่มีทางระบาย แม้ว่าพื้นที่จะอยู่ไม่ไกลจากทะเลแต่น้ำก็ไม่สามารถไหลลงทะเลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว
“หลังจากมีโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอบางสะพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ปัญหาน้ำท่วมก็ไม่เกิดขึ้นอีกเลย โครงการช่วยได้เยอะ การทำมาหากินก็ดีขึ้น มีกุ้ง หอย ปู ปลาเข้ามาอยู่อาศัยบริเวณปากน้ำมากกว่าแต่ก่อน มีรายได้ต่อเนื่องจากการทำประมงทั้ง ปลา หอยนางรม จับไปขายได้ทุกวัน ส่วนปูดำแค่วางลอบก็จับได้ตามธรรมชาติแล้ว เพราะระบบนิเวศมีความสมบูรณ์มาก ขณะที่ประมงชายฝั่งออกเรือไปไม่ไกลก็จับสัตว์น้ำได้จำนวนมาก ทำให้ลดต้นทุนน้ำมันเรือได้มาก ส่วนคนที่ทำสวนมะพร้าว สวนปาล์มบนฝั่ง เมื่อไม่มีน้ำท่วม สวนก็ไม่เสียหาย ก็ขอขอบพระคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานโครงการนี้มาให้ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอดโครงการนี้ทำให้น้ำไม่ท่วมชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น
ปัจจุบันโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอบางสะพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อยู่ระหว่างการดำเนินงานตามแผนงาน ประกอบด้วย การปรับปรุงและก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ จำนวน 6 แห่ง ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว จำนวน 3 แห่ง การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกสู่ทะเลโดยขยายคลองระบายน้ำซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จ จำนวน 4 สาย ได้แก่ การขยายคลองระบายน้ำคลองบางสะพาน , คลองแม่รำพึง ,คลองปัตตามัง และคลองเขาม้าร้อง นอกจากนี้ยังสร้างอาคารบังคับน้ำ 9 แห่ง (ประตูระบายน้ำ) ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จคือ ประตูระบายน้ำปลายคลองบางสะพาน ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการ และปรับปรุงคลองผันน้ำ จำนวน 3 สาย และดำเนินการแล้วเสร็จคือ คลองผันน้ำคลองบางสะพาน
เมื่อการดำเนินงานแล้วเสร็จทั้งโครงการ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้แก่ราษฎร จำนวน 17,000 ครัวเรือน อีกทั้งมีแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตรเพิ่มขึ้นจากเดิม 1.32 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 32.07 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถส่งน้ำสนับสนุนให้แก่ราษฎร จำนวน 1,334 ครัวเรือน มีพื้นที่รับประโยชน์ 22,750 ไร่ ตลอดจนสามารถสัญจรทางน้ำบริเวณคลองบางสะพานได้อย่าง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี