รวบเจ้าแม่โคเคน เมียคนผิวสี พบสมุดรายชื่อลูกค้าไฮโซ
วันที่ 24 มกราคม 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. , พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผบก.ปส.1 พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.ตร. , ศอ.ปส.บช.น. , บก.สส.บช.น. , บช.ปส. และ บูรณาการร่วมกับ พันตํารวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขา ปปส .เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. นำโดย นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม. , นายอดิเรก อ่อนละมูล ผอ.บก. นายคณิศร ภาพีรนนท์ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด , นายจารุวัฒน์ ทองแจ้ง ผอ.ปป.1 ร่วมสนธิกำลังเพื่อปฏิบัติการ สืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสิ้น 4 ราย ดังนี้
1.นางน้ำ (นามสมมติ) อายุ38 ปี ถูกจับกุมที่ บริเวณ ซ.ปรีดีพนมยงค์37 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 20.30 น. โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท2 (โคเคน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน”
2.นายหนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ถูกจับกุมที่ คอนโดมิเนียม ซ.วิภาวดี-รังสิต 20 แยก 4 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 23มกราคม 2569 เวลาประมาณ 23.55 น. โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท2 (โคเคน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน”

3.นายต้า (นามสมมติ) อายุ 43ปี ถูกจับกุมที่ บริเวณล็อบบี้ คอนโดเอกมัย-ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือเขตวัฒนา กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569เวลาประมาณ 19.40 น. โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”
4. นางสาวแพร (นามสมมติ) อายุ19 ปี ถูกจับกุมที่ บริเวณล็อบบี้ คอนโด สาทร แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาธร กรุงเทพฯเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 20.50 น.
โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ตรวจยึดของกลางหลายรายการ 1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) รวมทั้งสิ้น 250.57 กรัม 2.อุปกรณ์แพ็คซีนแบบดูดอากาศ 3.ถุงกระดาษหีบห่อเพื่อจัดส่ง จำนวนมาก

ตรวจยึดทรัพย์สินหลายรายการดังนี้ 1.เงินสด 350,968 บาท 2.อายัดเงินสดในบัญชี 502,980 บาท 3.ทองคำแท่ง 10 แท่ง ราคาประมาณ 700,000 บาท 4.สร้อยคอทองคำ 3 เส้น ราคาประมาณ 617,500 บาท 5.สิ่งของแบรนด์เนม 30 ชิ้น รวมมุลค่าประมาณ 621,570 บาท 6.รถตู้ TOYOTA รุ่น ALPHARD HYBRIDราคาประมาณ 2,000,000 บาท 7.รถยนต์ MAZDA รุ่น CX-30 ราคาประมาณ 800,000 บาท 8.รถยนต์ MAZDA รุ่น 2 ราคาประมาณ 600,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดทั้งสิ้น ราคาประมาณ 6,288,018 บาท
พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 68 เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดปฏิบัติการ “ช่างปูน” บุกทลายเครือข่ายแก๊งผิวสีย่านนานา สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวผิวสี สัญชาติไนจีเรีย 9 ราย และตรวจยึดของกลางหลายรายการ ซึ่งต่อมา พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. ร่วมกับ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุด ศอ.ปส.ตร. , ศอ.ปส.บช.น. และ บช.ปส. ขยายผลกลุ่มชาวผิวสีอย่างต่อเนื่อง “แกะรอย 3 เดือน” ตามล่าต้นตอผงขาวในเงามืด จนได้พบกับ “หญิงไทยรายหนึ่ง” เป็นภรรยาชายชาวไนจีเรียและเป็นตัวการสำคัญในขบวนการค้าโคเคน ระหว่างที่ชุดสืบสวนทำการสืบสวนขยายผลต่อ ได้พบเบาะแสว่าหญิงไทยรายนี้ค้าขายโคเคนมาเป็นเวลาราว 10 ปี แต่ยังไม่เคยถูกจับกุม ทั้งนี้ด้วยเทคนิคการดำเนินธุรกิจแบบพิเศษ (เปิดเผยไม่ได้ป้องกันการลอกเลียนแบบ) จนกลายเป็นระดับเจ้าแม่โคเคนในเมืองไทย

กระทั่งวันที่ 23 ม.ค. 68 เจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.ตร. , ศอ.ปส.บช.น. , บก.สส.บช.น., บช.ปส. และ ป.ป.ส.กทม. สะกดรอยติดตามเจ้าแม่รายนี้ขณะออกตระเวนส่งโคเคนให้กับกลุ่มลูกค้าไฮโซด้วยตนเอง โดยเข้าจับกุมตัว นายต้าและ นางสาวแพร ขณะเดินมารับยาโคเคนที่เจ้าแม่รายนี้ทิ้งไว้ให้ หลังจับกุมตัวชุดสืบสวนได้ขยายผลจนทราบข้อมูลว่าเจ้าแม่รายนี้ยังมีลูกสมุนอีก 1 ราย คอยตระเวนขับรถส่งยาเสพติดให้ พล.ต.ต.ธีรเดชฯ จึงได้นำกำลังติดตามไป ไปจนกระทั่งสามารถจับกุมตัว นายหนึ่ง ลูกสมุนมือขวาของเจ้าแม่โคเคน พร้อมของกลางโคเคน 27 ซอง น้ำหนัก 33.51 กรัม พร้อมเงินสดจำนวน 95,000 บาท โดยสมุนมือขวารับสารภาพว่าเป็นเงินที่ได้จากการวิ่งส่งยาเสพติดให้กับเจ้าแม่ ไม่ทันข้ามวันชุดสืบสวนได้ขยายผลการจับกุมจนกระทั่งสามารถจับกุมตัว นางน้ำ เจ้าแม่โคเคนรายนี้ได้สำเร็จ โดยพบของกลางโคเคนที่รถยนต์จำนวน 10 ซอง และได้ขยายผลการจับกุมไปตรวจค้นห้องพักในคอนโดหรูย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ พบของกลางอีกกว่า 210 กรัม โดยจากการขยายผลทำการตรวจค้นทั้งคอนโดและที่พัก ชุดสืบสวนทำการยึดทรัพย์สินได้เป็นจำนวนมาก เช่น เงินสด , ทองคำแท่ง , สร้อยคอทองคำ , ของแบรนด์เนม, รถตู้อัลพาร์ด, รถยนต์ 2 คัน และอายัดเงินในบัญชี รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดทั้งสิ้น ราคาประมาณ 6,288,018 บาท และที่ทำให้ชุดสืบสวนต้องตกใจคือสมุดบัญชีการซื้อขายยาเสพติด ที่เจ้าแม่รายนี้ทำการจดบันทึกไว้อย่างละเอียดในห้วงหลายปีที่ผ่านมา พบข้อมูลลูกค้าเป็นกลุ่ม “ไฮโซ” หลายราย โดยหลังการจับกุม พล.ต.ต.ธีรเดชฯ ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง และทรัพย์สินที่ตรวจยึด นำมาขยายผลที่ ศอ.ปส.บช.น. ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
ในชั้นจับกุม นางน้ำ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “อดีตสามีของตนเองนั้นเป็นชาวไนจีเรีย ซึ่งมีบุตรด้วยกัน 1 คน โดยสามีจะเป็น 1 ใน แก๊งชาวผิวสี ที่ชอบรวมกลุ่มอยู่บริเวณ ถ.รามคำแหง รายได้และทรัพย์สินที่มีนั้นมาจากการขายยาเสพติด ตนเองขายมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว โดยส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นกลุ่มคนมีฐานะ เพราะโคเคนนั้นเป็นสิ่งที่หายากในประเทศไทย เพราะไม่สามารถผลิตได้ในประเทศเพื่อนบ้าน ราคาจึงแพงกว่ายาเสพติดทั่วไป และตนมีความสัมพันธ์กับชาวไนจีเรียและรู้จักหลายคน สามารถหาโคเคนจากชาวผิวสีได้ในราคาต้นทุกต่ำ ตนจึงถือเป็นคนไทยที่ค้าโคเคนรายใหญ่”
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. กล่าวว่าคดีนี้เป็นการขยายผลการจับกุมจากแก็งโคเคนผิวสี โดยใช้หญิงไทยเป็นหัวจ่าย ตามชุมชนเมือง คอนโด หมู่บ้านหรูในพื้นที่กรุงเทพ การจับกุมครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมทุกหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดในกรุงเทพฯ ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1599 หรือ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับอย่างเคร่งครัด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี