ทนายอั๋น พา เพจ แม่แนน น้องสมาร์ท ทวงถามบรรทัดฐาน กกต. ปมสั่งลบคลิป

ทนายอั๋น พา เพจ แม่แนน น้องสมาร์ท ทวงถามบรรทัดฐาน กกต. ปมสั่งลบคลิป

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.45 น.

'ทนายอั๋น บุรีรัมย์'พาน้องๆเพจ"แม่แนน -น้องสมาร์ท"เดินทางมา กกต. ทวงถามบรรทัดฐานการใช้อำนาจ หลังถูกสั่งลบคลิปวิดีโอ ชี้หากเป็นเรื่องส่วนตัวควรไปแจ้งความเอง อย่าใช้องค์กรมาบังหน้าเพื่อปิดปากประชาชน

วันที่ 28 มกราคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรม การการเลือกตั้ง(กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร  หรือ "ทนายอั๋น บุรีรัมย์"  นำเยาวชนจากเพจ "แม่แนน น้องสมาร์ท" เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อขอความชัดเจนกรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ กกต.ประสานขอที่อยู่เพื่อส่งเอกสารชี้แจงเกี่ยวกับการตรวจสอบคลิปวิดีโอของทางเพจ  หลังสำนักงาน กกต. มีคำสั่งให้ลบ แก้ไข  หรือเปลี่ยนแปลงภาพ ข้อความ และวิดีโอในสื่ออิเล็กทรอนิกส์จำนวน 16 เรื่อง ตามข้อเสนอของคณะทำงานติดตามการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์   โดยหนึ่งในนั้นเป็นคลิปวิดีโอจากเพจ “แม่แนน น้องสมาร์ท”  ซึ่งมีเนื้อหาบางส่วนให้ข้อมูลเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติที่ไม่ถูกต้อง  ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายตามมาตรา 77(5) ว่าด้วยการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่จะออกเสียงประชามติอันเป็นเท็จหรือทำให้เกิดความเข้าใจผิด


นายภัทรพงศ์  ยืนยันว่าการมาครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่อปฏิเสธเกรงกลัวอำนาจ  แต่ต้องการทราบว่า กกต.อาศัยอำนาจตามบทบัญญัติ ใดในการดำเนินการกับเยาวชน และตั้งข้อสังเกตและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ กกต.ในหลายประเด็น ตั้งแต่การตั้งข้อหาและการบิดเบือนข้อเท็จจริง   

ทนายอั๋น ระบุว่า หากจะใช้อำนาจตามกฎหมายเลือกตั้ง กกต. จะต้องระบุให้ชัดว่าส่วนใดที่เป็นเท็จหรือบิดเบือน  ซึ่งในกรณีนี้เขามองว่าไม่มีส่วนใดเข้าข่าย

นายภัทรพงศ์  ยังกล่าวว่า ในส่วนกลุ่มที่ให้ข้อมูลบิดเบือนในฝ่ายที่สนับสนุนบางประเด็นกลับไม่ถูกดำเนินการ   แต่พอเป็นเยาวชนทำคลิปกลับถูกเพ่งเล็ง   พร้อมแสดงความกังวลว่า กกต. กำลังใช้กลไกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาปิดปากพี่น้องประชาชนในช่วงที่กำลังมีการทำประชามติหรือการเลือกตั้งที่สำคัญ

"วันนี้ไม่ใช่เรื่องของทนายอั๋น บุรีรัมย์ กับน้องๆกับ กกต.ครับ แต่เป็นเรื่องของคนไทยทั้งประเทศที่สนใจว่า ท้ายที่สุด กกต. จะดำเนินการกับเยาวชน 2 คนนี้จริงๆ หรือเราไม่ได้มาปฏิเสธมีอำนาจองค์กรยิ่งใหญ่อย่าง กกต.หรอก แต่มาอยากรู้ความจริงครับ เกิดอะไรขึ้น กกต. อาศัยอำนาจอะไร อาศัยบทบัญญัติอะไร คลิปที่เขาทำเนี่ย ผิดกฎหมายอะไร"  นายภัทรพงศ์ กล่าว

นายภัทรพงศ์   ระบุต่อว่า ถ้าจะเล่นงานเด็ก ๆ ก็ว่ากันทางกระบวนการยุติธรรม แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัว   ที่มีการตั้งฉายาตัวละครชื่อว่า “แหวง บุญหมด” ก็ไปแจ้งความอย่าเอาองค์กรมาแปะเปื้อน   ไม่รักองค์กรเหรอ

นายภัทรพงศ์  ยืนยันว่า หากกรณีนี้มีการดำเนินคดีไปจนถึงชั้นศาล ตนเองพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นทนายความให้กับน้อง ๆ อย่างเต็มที่    พร้อมทั้งทิ้งท้ายข้อสงสัยถึงความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรอิสระและสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ดูจะ "เข้าขากัน" เป็นพิเศษในการแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนที่เห็นต่างในช่วงนี้

ด้านเยาวชนเจ้าของเพจ "แม่แนน น้องสมาร์ท"  ชี้แจงกรณี กกต. สั่งลบคลิป ยืนยันเจตนาเพื่อรณรงค์ให้คนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและลงประชามติ    โดยเน้นย้ำข้อมูลสำคัญที่ประชาชนอาจยังไม่ทราบ ต้องการป้องกันไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิ เพราะหากไม่รู้และเดินกลับบ้านก่อนจะไม่ได้ลงคะแนนใบที่ 3    และยืนยันว่าข้อมูลที่ถูกต้องมีอยู่จริงและพูดถึงในทุกคลิป แต่ กกต.   กลับไม่ได้ให้ความสำคัญในส่วนนั้น ส่วนเนื้อเรื่องและตัวละครเป็นการสมมติขึ้นเพื่อให้คลิปมีความสนุกสนาน ไม่มีเจตนาพาดพิงใคร

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top