วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569
คลินิกสิ่งแวดล้อม
กฎหมายอากาศสะอาด (Clean Air Act)
ภาวะหมอกควันมันเกิดจากฝุ่น PM 2.5 เริ่มกลับมาในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลอีกครั้งซึ่งอีกไม่นานปัญหาดังกล่าวก็จะเกิดขึ้นในแถบภาคเหนือ ตามมาเช่นกัน
เกี่ยวกับปัญหามลพิษทางด้านสิ่งแวดล้อมนั้นในการแก้ปัญหาของต่างประเทศมี กฎหมายตัวหนึ่งคือ กฎหมายอากาศสะอาด (Clean Air Act) ซึ่งเป็นกฎหมายหลักของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา ตราขึ้นเพื่อควบคุมมลพิษทางอากาศทั่วประเทศ ประกาศใช้ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2506 (ค.ศ.1963) และปรับปรุงครั้งสำคัญในปี พ.ศ. 2513 (ค.ศ.1970) โดยให้ EPA (สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ) กำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศเพื่อปกป้องสุขภาพประชาชนจากฝุ่นและมลพิษ
โดยมีที่มาสำคัญคือ พ.ศ. 2506 (ค.ศ.1963) รัฐสภาสหรัฐฯ ผ่านพระราชบัญญัติอากาศสะอาดฉบับแรก เพื่อเน้นการวิจัยและส่งเสริมโครงการสาธารณสุขในการลดมลพิษ
พ.ศ. 2513 (ค.ศ.1970) ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ได้ลงนามบังคับใช้กฎหมายฉบับแก้ไขที่แข็งแกร่งขึ้นมาก โดยให้อำนาจ EPA กำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศแวดล้อมแห่งชาติ (NAAQS) และบังคับใช้กับทั้งแหล่งกำเนิดมลพิษที่อยู่กับที่ (โรงงาน) และเคลื่อนที่ (รถยนต์)
พ.ศ. 2520 และ พ.ศ.2533 มีการปรับปรุงเพื่อจัดการปัญหาเฉพาะเจาะจง เช่น ฝนกรด โอโซนระดับพื้นดิน สารพิษในอากาศ และการลดลงของโอโซนในชั้นบรรยากาศ
โดยวัตถุประสงค์หลักของกฎหมายนั้นมุ่งเป้าไปที่เรื่องการ
ปกป้องสุขภาพประชาชน กำหนดค่ามาตรฐานสารมลพิษหลัก 6 ชนิด (เช่น PM2.5, PM10 คาร์บอนมอนอกไซด์ โอโซน ตะกั่ว ซัลเฟอร์ไดออกไซด์)
แก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน ลดการปล่อยมลพิษจากรัฐหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่ออีกรัฐหนึ่ง
ส่งเสริมเทคโนโลยีสะอาด บังคับใช้วิธีการควบคุมมลพิษที่ทันสมัยในอุตสาหกรรม
โดย Clean Air Act เกิดจากความต้องการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศที่รุนแรงจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในระดับชาติ โดยให้รัฐบาลกลางมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการจัดการ แทนที่จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของระดับรัฐเพียงอย่างเดียว
กฎหมายอากาศสะอาด (Clean Air Act) ในประเทศไทย
สถานะปัจจุบัน ในเดือนมกราคม 2567 ที่ประชุมสภาฯ มีมติเอกฉันท์รับหลักการร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ทั้งหมด 7 ฉบับ ซึ่งมาจากหลายภาคส่วน ทั้งรัฐบาล พรรคการเมือง และภาคประชาชน (เช่น ร่างกฎหมายโดยเครือข่ายอากาศสะอาด ประเทศไทย โดยกฎหมายฉบับนี้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อรวมร่างกฎหมายต่างๆ ให้เป็นฉบับเดียวกันเพื่อบังคับใช้จริง
ซึ่งต้นร่างของกฎหมายอากาศสะอาดมีสาระสำคัญดังนี้
สิทธิของประชาชน รับรองสิทธิขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิตในสิ่งแวดล้อมและอากาศที่สะอาด ปลอดภัย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 57
การจัดการแบบบูรณาการ จัดตั้งคณะกรรมการอากาศสะอาด ทั้งในระดับชาติและจังหวัดเพื่อทำแผนยุทธศาสตร์และระบบเตือนภัย
การควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษ เน้นควบคุมผู้ก่อมลพิษรายใหญ่ ให้ลดระดับการปล่อยก๊าซ และปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตภาคเกษตรเพื่อลดการเผา
หลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย (Polluter Pays) ผู้ที่ปล่อยมลพิษเกินเกณฑ์จะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายและชดเชยเข้ากองทุน
การเปิดเผยข้อมูล บังคับให้หน่วยงานรัฐเปิดเผยข้อมูลคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์เพื่อให้ประชาชนป้องกันตัวเองได้
ซึ่งในบางประเด็นนั้นได้มีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 แล้ว ถูกต้องรอลุ้นกันต่อไปว่ากฎหมายอากาศสะอาด (Clean Air Act) ในประเทศไทย จะออกมาโดยมีโครงสร้างและความพิเศษมากกว่าพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติอย่างไร และที่สำคัญ คนไทยจะได้มีโอกาสใช้กฎหมายอากาศสะอาดเมื่อไหร่
036
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี