สกู๊ปพิเศษ : ER-VIPE เกมจำลองสถานการณ์ห้องฉุกเฉิน ฝึก Soft Skills นิสิตแพทย์ พร้อมช่วยชีวิตผู้ป่วยทันกาล

สกู๊ปพิเศษ : ER-VIPE เกมจำลองสถานการณ์ห้องฉุกเฉิน ฝึก Soft Skills นิสิตแพทย์ พร้อมช่วยชีวิตผู้ป่วยทันกาล

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ คิดค้น ER-VIPE เกมจำลองสถานการณ์ห้องฉุกเฉิน สร้างซีนปฏิบัติการยุคโควิด กู้ชีพหัวใจขาดเลือด ผู้ป่วยคับคั่ง อุบัติเหตุผู้สูงอายุ เพื่อให้นิสิตแพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักรังสีเทคนิค และนักเทคนิคการแพทย์ เรียนรู้การทำงานร่วมกัน เพิ่มทักษะความคิดและชีวิต พร้อมสำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วยในสถานการณ์จริง

ในห้องเรียนวิชาการประสานความร่วมมือระหว่างวิชาชีพเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ที่ศูนย์ฝึกทักษะการแพทย์เสมือนจริง ชั้น 11 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ นิสิตแพทย์ชั้นปี 5 กำลังจดจ่ออยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เล่นเกมสถานการณ์จำลองห้องฉุกเฉินชื่อว่า ER-VIPE หรือ Emergency Room – Virtual Interprofessional Education


ครั้งนี้ เกมเป็นซีน (scene) จำลองห้องฉุกเฉินที่มีผู้ป่วยคับคั่ง นิสิตแพทย์รวมกันเป็นทีม แต่ละคนเลือกรับบทบาทต่างๆ ผ่าน avatar 5 วิชาชีพ ได้แก่ แพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักรังสีเทคนิค และนักเทคนิคการแพทย์ ใครจะทำอะไรและจะทำงานร่วมกันอย่างไรภายใต้แรงกดดันของเวลา เพื่อรับมือกับสถานการณ์ในห้องฉุกเฉินที่มีผู้ป่วยคับคั่ง ทั้งเคสหนัก ปานกลาง และเบา

หมอที่ดีต้องมีความเป็นผู้นำและต้องสื่อสารเพื่อให้คนอื่นในทีมทำงานต่อไปได้ ผศ.พญ.ขวัญศิริ นราจีนรณ อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวกับนิสิตแพทย์ และชวนทุกคนถอดบทเรียนประสบการณ์การเล่นเกมจำลองก่อนที่จะลองเล่นใหม่อีกครั้ง

แพทย์ จุฬาฯ เก่งไม่เป็นสองรองใคร แต่ในเรื่องการร่วมกันคิดร่วมกันทำ ยังเป็นปัญหาซึ่งมีเหมือนกันทั่วโลก ถ้าเราไม่คุยกัน ต่างคนทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่มองภาพใหญ่ว่าผู้ป่วยคนไหนต้องดูก่อนดูหลัง ไม่รู้ว่าผู้ป่วยและญาติต้องการอะไร ไม่มีโอกาสที่จะคุยกันเตือนกันจะทำให้เกิดความผิดพลาดในการรักษาพยาบาลผศ.พญ.ขวัญศิริ กล่าวและว่า ER-VIPE หรือเกมสถานการณ์จำลองห้องฉุกเฉินได้รับการสนับสนุนจากทุนศตวรรษที่ 2 (Second Century Fund หรือ C2F ของจุฬาฯ) ตั้งแต่ปี พ.ศ.2563 โดยการออกแบบโปรแกรมมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้ที่อยู่ในสหสาขาวิชาทางการแพทย์เรียนรู้ร่วมกันระหว่างวิชาชีพ ที่เรียกว่า IPE (Interprofessional Education)

แพลตฟอร์มสร้างขึ้นมาเพื่อให้นิสิตและนักศึกษา 5 วิชาชีพมาเรียนด้วยกัน คือ แพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักรังสีเทคนิค และนักเทคนิคการแพทย์ เราใช้ TeamSTEPPS โปรแกรมการฝึกอบรมที่มุ่งเน้นการปรับปรุงการทำงานเป็นทีมและการสื่อสารในสภาพแวดล้อมด้านการดูแลสุขภาพ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของผู้ป่วยและประสิทธิภาพในการดูแลมาเป็นหัวใจสำคัญของการเรียน

TeamSTEPPS (Team Strategies & Tools to Enhance Performance and Patient Safety) ซึ่งพัฒนาโดย AHRQ (Agency for Healthcare Research and Quality) ประกอบด้วยภาวะผู้นำ (Leadership) การสื่อสาร (Communication) การเฝ้าระวังสถานการณ์ (Situation Monitoring) และการสนับสนุนซึ่งกันและกัน (Mutual Support) เหล่านี้เป็น Soft Skills ที่สหสาขาวิชาควรนำมาใช้เพื่อการดูแลคนไข้ได้อย่างปลอดภัย

ถ้าฝึกนิสิตสหสาขาวิชาได้เรียน ER-VIPE ก่อน พอไปเจอโลกจริงก็จะมั่นใจมากขึ้น เราทำวิจัยค้นพบว่า ER-VIPE สามารถลดความเครียดให้กับนิสิตด้วย นิสิตเก่งมากแต่โลกแห่งความจริงมีโอกาสพลาด ลาออก ทำร้ายตัวเองก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น เราต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้เขา เป็นวัคซีนอย่างหนึ่ง ทำให้ลดความเครียด มี growth mindset ทำให้โอกาสหมดไฟในการทำงานน้อยลง เราต้องใส่ภูมิคุ้มกันอันนี้เข้าไป ให้ทีมที่เราสร้างมาทำงานอย่างมีความสุขและช่วยคนให้ได้มากที่สุด ผศ. พญ.ขวัญศิริ กล่าว

การเขียนโปรแกรม ER-VIPE ได้รับความร่วมมือจากคณะต่างๆ ตั้งแต่อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มาเดินดูแผนกฉุกเฉินเพื่อเขียนแบบจำลอง หลังจากนั้นเป็นอาจารย์จากคณะวิศวกรรมศาสตร์มาเขียน code และพัฒนาเป็นโปรแกรมจำลอง และได้ทีมจากคณะนิเทศศาสตร์มาประสานงานเพื่อให้ฝั่งพัฒนาโปรแกรมและฝั่งแพทย์ได้สื่อสารกันเข้าใจมากขึ้น เมื่อย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โปรแกรมเกมสถานการณ์จำลองห้องฉุกเฉิน ER-VIPE ถูกพัฒนาขึ้นเป็นซีนแรกเพื่อให้นิสิตสหสาขาวิชาได้เรียนรู้การปฏิบัติงานการรักษาโรคทางเดินหายใจในภาวะวิกฤต

อาจารย์เห็นนิสิตแพทย์ปี 5 และปี 6 ไม่ได้ดูผู้ป่วยในสถานการณ์จริงเพราะเกิดการระบาดโรคโควิด-19 ต้องมาเรียนออนไลน์ 100% พอเรียนจบต้องไปดูผู้ป่วยโควิด-19 ต้องไปใส่ชุด PPE ทำงานร่วมกันกับวิชาชีพอื่นแล้วจะปฏิบัติงานได้อย่างไร เพราะไม่เคยลองทำ จึงเป็นที่มาของเกมในซีนแรก นิสิตได้เรียนรู้ สถานการณ์เป็นผู้ชายวัยกลางคนป่วยด้วยโรคโควิด-19 มีอาการหายใจล้มเหลว และให้สหสาขาวิชาได้เรียนรู้ด้วยกัน เช่น การฝึกรายงานค่าวิกฤต การซักประวัติการแพ้ยา การระบุตัวตนผู้ป่วย และการใส่ท่อช่วยหายใจในผู้ป่วยที่คาดว่าจะมีความยากลำบากในการจัดการทางเดินหายใจ

ระหว่างการเรียนรู้ผ่านเกมนำร่องในซีนแรก ผศ. พญ.ขวัญศิริ ก็ทำวิจัยเพื่อประเมินผลการเรียนรู้และการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมของนิสิตด้วย เราเอาคลิปวิดีโอมาวิเคราะห์พฤติกรรมก่อน-หลัง ผลปรากฏว่าทีมเวิร์คเขาดีขึ้น สื่อสารได้ดีขึ้น การปฏิบัติงานดีขึ้นในทุกวิชาชีพ เราเอาน้ำเสียงที่ใช้ในการเล่นเกมจำลองมาให้อาจารย์คณะอักษรศาสตร์วิเคราะห์ พบว่ามีน้ำเสียงสุภาพขึ้น นอกจากนี้ซีนนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ที่มีโรคระบาดอื่นๆ ได้อีกในอนาคต

โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ในประเทศไทย ซีน 2 จึงเป็นซีนผู้ป่วยหัวใจขาดเลือดที่ต้องกู้ชีพและให้ยา ซีน 2 พัฒนาขึ้นเพื่อดูว่าทีมสหสาขาวิชาจะสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้ทันท่วงทีหรือไม่ เพราะถ้าฝึกกับคนไข้จริงอาจจะมีความเสี่ยง ต้องมีประสบการณ์ก่อน เรามีการทำวิจัยคู่ขนานเพื่อสร้างเครื่องมือวัดการเฝ้าระวังต่อสถานการณ์หรือ Situation Monitoring การสังเกตผู้ป่วย อาการคนไข้เป็นอย่างไร ทีมทำงานเป็นอย่างไร

การจัดทำซีนนี้เพื่อรณรงค์ให้ผู้ป่วยรอดมากที่สุด และใส่ใจเพื่อนร่วมงานด้วยว่างานหนักไปหรือเปล่า ความเป็นผู้นำที่ดีต้องกระจายงาน และทำงานที่เหมาะกับตัวเขาหรือเปล่า รวมถึงการติดตามตรวจสอบประเมินผลผศ.พญ.ขวัญศิริ กล่าวและว่า ตอนจบการเล่นเกมก็มาถอดบทเรียนว่าที่เราปฏิบัติงานเป็นอย่างไร ขาดอุปกรณ์อะไร สื่อสารกันดีหรือเปล่า เราจะทำอย่างไรให้ครั้งหน้าดีขึ้น ลักษณะเป็น Team Training ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน มีแต่ Individual Training แต่ละคนเก่งมาก แต่พอหน้างานไม่คุยกัน บางทีก็มีลำดับชั้น คุยกันคนละภาษา คนละคณะ ไม่กล้าเตือนหมอ เกรงใจหมอ หรือเตือนแล้วหมอไม่ฟัง พอมีการฝึกก็จะสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กรที่เหมาะสม

ซีน 3 เป็นซีนปัจจุบันที่นำมาใช้ในการเรียนการสอน ER-VIPE ออกแบบให้เข้าใจง่ายและสนุกมากขึ้น เป็นสถานการณ์จำลองห้องฉุกเฉิน ผู้ป่วยมีทั้งเคสหนัก ปานกลาง และเบา ผู้ป่วยเข้ามาแล้วต้องถูกคัดกรอง ซักประวัติ ติดป้ายชื่อเพื่อระบุตัวตน ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หมอตรวจร่างกาย พยาบาลเจาะเลือด ส่งผลแล็บให้เทคนิคการแพทย์ เภสัชกรจ่ายยาที่ไม่แพ้ให้คนไข้ได้ถูกต้อง รังสีเทคนิคทำการฉาย x-ray วินิจฉัยคนไข้ได้ปลอดภัย ดูแลคนไข้หลายคนให้สามารถกลับบ้านหรือต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลได้ทันท่วงที

เกมนี้ออกแบบให้เหมือนปฏิบัติงานในห้องฉุกเฉินจริงๆ เล่นได้สูงสุดพร้อมกัน 6 คน และเล่นอย่างน้อย 1 คน มีการ์ตูน avatar 5 วิชาชีพ คือ แพทย์ 1 คน พยาบาล 2 คน เภสัชกร 1 คน นักรังสีเทคนิค 1 คน และนักเทคนิคการแพทย์ 1 คน เพื่อให้สามารถเรียนรู้กับบทบาทวิชาชีพอื่นได้มากสุด

ผศ.พญ.ขวัญศิริ กล่าวต่อไปว่า นิสิตเรียนได้ตั้งแต่ pre clinic ยังไม่ได้ดูผู้ป่วยก็เล่นได้แล้ว น้องมัธยมปลายก็สามารถเล่นได้ และเคยให้เกมเมอร์ระดับประเทศลองเล่นก็ชอบ เพียงแต่ต้องสอนเขาว่ามีอุปกรณ์ทางการแพทย์คืออะไร ซีนนี้สอนได้ตั้งแต่นิสิตชั้นปริญญาตรีตั้งแต่ปี 5 หรือปีท้าย ๆ ที่จะจบวิชาชีพแล้ว จบทำงานแล้วเป็นแพทย์ เป็นพยาบาล จนถึงผู้บริหารก็เล่นได้

“เวลาที่ไปเรียนกับสหสาขาวิชาอื่นๆ อาจารย์ที่ดูหลักสูตรของแต่ละวิชาชีพจะต้องวางแผนล่วงหน้าว่าเทอมนี้จะเริ่มเรียนด้วยกันวันไหน จัดสรรอาจารย์ที่จะมาสอนร่วมกันได้ และกำหนดวันล่วงหน้าที่ว่างตรงกัน และเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมต่อการเรียน ทำให้ทุกคนได้เรียนอย่างเท่าเทียมเหมือนกัน

ผศ.พญ.ขวัญศิริ บอกอีกว่า ปีที่แล้ว เราได้รับความอนุเคราะห์ยืมสถานที่จากสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย เราจัดกลุ่มให้มีนิสิตนักศึกษาสหสาขาวิชาชีพ 4 โรงพยาบาล โดยในแต่ละโรงพยาบาลมี 3 ทีมย่อย แข่งขันกันเพื่อให้ได้ทีมที่ชนะ เรานำทีมที่ชนะเลิศมาเล่นมาเป็นเคสเดโมให้ทุกคนดูว่าทำไมเขาถึงทำได้ดีกว่า และให้นิสิตมาถอดบทเรียนว่าเขามีกลยุทธ์อย่างไร ใครเป็นผู้นำ เคล็ดลับคืออะไร จะได้เข้าใจว่าทำไมทีมนี้ถึงทำได้ดีกว่าทีมอื่นอย่างไร โดยนำเอาหลักการ TeamSTEPPS มาสอนและสามารถเอาไปใช้ในโลกจริงได้ อาจารย์ที่ประสบการณ์สูงแต่ละวิชาชีพจะยกตัวอย่างให้เห็นว่าชีวิตจริงเขาจะเจออะไร จะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ต้องพูดอย่างไรในชีวิตจริง

การเรียนการสอน ER-VIPE ไม่ได้สอนในหลักสูตรปริญญาตรีเท่านั้น แต่ยังนำไปสอนกับนิสิตระดับสูงกว่าปริญญาตรีและระดับอาจารย์เป็นระยะเวลา 2 ปีมาแล้ว โดย ผศ.พญ.ขวัญศิริ บอกว่า เราต้องการเพิ่มพูนและพัฒนาทักษะการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างวิชาชีพ จึงนำหลักสูตร ER-VIPE ไปสอนนิสิตระดับสูงกว่าปริญญาตรีและอาจารย์ เพราะเขาคือผู้นำต้นแบบสามารถสอนนิสิตต่อไปได้เร็วขึ้น ตอนนี้เลยมุ่งสร้างอาจารย์ที่สามารถสอนสถานการณ์จำลองและแทรกทักษะเหล่านี้เข้าไปได้

ปีที่แล้วเป็นปีแรกที่เรานำแพทย์ประจำบ้านปีที่ 1 ทั้งหมด 280 คน ทั้งโรงพยาบาลจุฬาฯ ไม่ว่าจะอยู่แผนกอะไร มาเรียนร่วมกัน พบว่าทีมมีการคิดเชิงระบบ แทนการคิดแยกส่วน รวมถึงการสื่อสารทำงานเป็นทีมมีประสิทธิภาพดีขึ้น ลดความผิดพลาดการตรวจรักษาอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับปีนี้จะนำหมอผู้ใช้ทุน 3 ปี แพทย์ประจำบ้านฉุกเฉิน มาเรียนรู้ร่วมกับพยาบาล เภสัช รังสีเทคนิค และเทคนิคการแพทย์ที่เพิ่งจบมาและเริ่มมาปฏิบัติงานในโรงพยาบาลเพื่อดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ทั่วโลกยอมรับการสาธารณสุขของไทยตั้งแต่โควิด-19 เราอยากให้สาธารณสุขไทยไปได้ไกลกว่านี้ ทักษะการทำงานเป็นทีมหรือ Soft Skills เป็นเรื่องสำคัญ อยากให้กระจายไปโรงพยาบาลชนบท สถาบันเพิ่มพูนผลิตแพทย์เพื่อชนบท ได้ให้ความสนใจเชิญทีมของเราไปแบ่งปันองค์ความรู้และแนวทางการเรียนการสอนรูปแบบใหม่นี้ ซึ่งนับเป็นเกียรติอย่างยิ่งต่อทีมงาน ทั้งยังเป็นโอกาสอันทรงคุณค่าในการสนับสนุนภารกิจของคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นกำลังสำคัญในการผลิตแพทย์เพื่อชนบท หากความร่วมมือนี้บรรลุผลสำเร็จ ย่อมจะช่วยเสริมศักยภาพการผลิตแพทย์ให้มีคุณภาพสูงยิ่งขึ้น และส่งผลต่อการพัฒนาระบบบริการสุขภาพในพื้นที่ชนบทอย่างยั่งยืนผศ.พญ.ขวัญศิริ กล่าว

ทั้งนี้ อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉินฯ กล่าวเสริมอีกว่า ตอนนี้ได้ขอทุนนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์จากจุฬาฯ เพื่อพัฒนาซีนอุบัติเหตุในผู้สูงอายุ มีประเด็นเรื่องจริยธรรม ขออนุญาตรับเลือดให้เลือด ช่วยคนไข้ให้รอดปลอดภัย เราจะเน้นเรื่อง Team Clinical Reasoning ทีมช่วยกันแก้ปัญหา วินิจฉัยได้ไม่ผิดพลาดและทันท่วงที วัด Soft Skill ให้เป็นรูปธรรม อะไรที่วัดได้เชื่อว่าจะพัฒนาได้ และจะเป็นที่แรกของโลกที่พัฒนาสถานการณ์จำลองเรื่องอุบัติเหตุในผู้สูงอายุเพื่อฝึกทีมสหสาขาวิชาชีพ

ซีน 4 คาดว่าจะเสร็จปลายปีนี้ และจะใช้ AI ในการวัดผลเรื่อง Soft Skill ให้เป็นฐานข้อมูลเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทางสาธารณสุขให้ประเทศไทยต่อไป 

หลังจากนิสิตแพทย์เล่นเกมซีนจำลองห้องฉุกเฉินที่มีผู้ป่วยคับคั่งครั้งแรกเสร็จด้วยคะแนน 600 ผศ. พญ.ขวัญศิริ นำนิสิตถอดบทเรียนว่า มีอะไรที่นิสิตปฏิบัติการในห้องฉุกเฉินจำลองผิดพลาดหรือไม่ เช่น รักษาผู้ป่วยไม่ทันท่วงที ให้ผู้ป่วยรอนาน ผู้ป่วยมีอาการแพ้ยา ผู้ป่วยติดเชื้อ เตือนบุคลากรด้วยกันให้ห่างจากรังสีเอ็กซ์เรย์

เราเรียนรู้จากความผิดพลาด เราจะไม่ต่อว่ากัน เราจะดูที่พฤติกรรมคำพูดแล้วเราจะมาถอดบทเรียนกัน จะทำใหม่คิดใหม่อย่างไรให้ดีกว่าเดิม เราไม่ได้คาดหวังให้นิสิตต้องสมบูรณ์แบบ แต่ขอให้เก่งขึ้นจากเดิมก็พอ ผศ.พญ.ขวัญศิริ กล่าวปิดท้าย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top