อุทยานฯแจง‘ช้างสีดอ’ล้ม
อ้างสำลักอาหารหลังยิงยา
คนรักช้างจี้หาผู้รับผิดชอบ
กรมอุทยานฯ สั่งตั้งกรรมการสอบปมช้างป่า “สีดอหูพับ” ล้มภายหลังถูกยิงยาเพื่อเคลื่อนย้ายจากจ.ขอนแก่น ไปยังโครงการฟื้นฟูฯ จ.เลย คาดเหตุสำลักเศษอาหาร ด้าน “กัญจนา” ฉะยับทำผิดขั้นตอน ส่วน “ชัยวัฒน์” สับเละ ชี้ความตายของช้างมันฟ้องกว่าคำชี้แจง ขณะที่คนรักช้าง ล่ารายชื่อทวงความเป็นธรรม
เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยถึงกรณีช้าง ‘พลายสีดอ หูพับ’ ช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 15 ปี ล้มตายลงภายหลังถูกยิงยาสลบ เพื่อเคลื่อนย้ายจาก จ.ขอนแก่น ไปยังพื้นที่โครงการฟื้นฟูช้างป่าภูหลวงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เลย โดยช้างเชือกดังกล่าวล้มลงระหว่างเคลื่อนย้ายได้ประมาณ 10 กิโลเมตร หลังจากมีการยิงยา ว่าได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุแล้ว
ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้เตรียมการอย่างรอบคอบและใช้มาตรฐานสากลในการปฏิบัติการ ดังนี้ จัดตั้งศูนย์บัญชาการบูรณาการหลายหน่วยงาน ใช้ทีมสัตวแพทย์และสัตวบาลที่มีความเชี่ยวชาญ
คำนวณยาสลบตามน้ำหนักและสภาพร่างกายของช้างอย่างเหมาะสม ติดตามสัญญาณชีพตลอดกระบวนการ ทั้งอัตราการหายใจ ชีพจร และอุณหภูมิร่างกาย จัดท่าทางช้างเพื่อลดแรงกดทับระบบทางเดินหายใจ แม้จะมีการเตรียมการอย่างดี แต่ระหว่างการเดินทาง ช้างเกิดภาวะวิกฤตทางสรีรวิทยาอย่างกะทันหัน ทีมสัตวแพทย์ได้หยุดขบวนทันทีและดำเนินการช่วยเหลือตามหลักเวชศาสตร์ฉุกเฉิน รวมถึงการเปิดทางเดินหายใจ การให้สารน้ำทางหลอดเลือด และการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตช้างไว้ได้
จากการประเมินเบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับการสำลักอาหาร อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอผลการชันสูตรซากอย่างละเอียดเพื่อยืนยันสาเหตุที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม กรมอุทยานแห่งชาติฯ ตระหนักดีว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ได้สร้างความเศร้าโศกและความกังวลให้กับประชาชน จึงขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อการสูญเสียช้างป่าที่มีค่า รวมถึงครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุช้างป่าทำร้ายในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ก่อนหน้านี้
ด้าน น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หรือหนูนา ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา และอดีต รมช.ศึกษาธิการ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นกรณีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ชี้แจงกรณีช้างป่าสีดอหูพับ ล้มในระหว่างการเคลื่อนย้าย โดยคาดว่าเกิดจากการสำลักอาหาร ซึ่งสรุปใจความได้ว่า “คุณพูดออกมาได้ยังไงว่าหูพับอายุ 15-20 ปี นักวิจัยและคนที่ติดตามหูพับ ประเมินว่าหูพับอายุแค่ประมาณ 10 ขวบ ในคำแถลง ยังพ่วงว่าหูพับทำร้ายคน 2 ชีวิต ทำไมไม่บอกรายละเอียดด้วยว่าที่มาที่ไปมันคือยังไง คุณพยายามโยงให้เห็นว่าหูพับ เป็นฝ่ายผิดตลอด สาเหตุการตายอ้างว่าหูพับสำลักอาหาร ยิ่งบ่งบอกว่าคุณไม่รอบคอบพอในการวางยาเขา ช้างเป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนคน ก่อนจะวางยาคนยังต้องอดอาหาร 8-10 ชั่วโมง นี่หูพับ ยังมีอ้อยคาปากอยู่เลย ก็ไม่แปลกใจที่เขาจะสำลักอาหารตาย”
ขณะที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีต ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในกรณีที่เกิดขึ้นกับช้างป่าสีดอหูพับ โดยสรุปว่า ตามคำพิพากษาแล้วถ้าช้างล้ม ใครรับผิดชอบ? เรื่องย้ายช้าง ไม่ใช่เรื่องเล็ก มันไม่ใช่การย้ายของกลาง ไม่ใช่การย้ายรถ แต่มันคือการย้ายชีวิต คำถามคือถ้าระหว่างทางช้างทรุด ช้างล้ม ช้างตาย ผู้บริหารกรมอุทยานแห่งชาติฯ จะอ้างว่าอะไร? จะอ้างว่าเจ้าหน้าที่ทำตามหน้าที่
เพียงพอไหม? จะอ้างว่าช้างเครียดเองได้ไหม? หรือตามข้อสันนิษฐานว่าสำลักอาหาร เหตุสุดวิสัย จบเท่านี้จริงๆหรือ!? ช้างไม่รู้ว่ามันต้องถูกจับ ช้างไม่รู้ว่ามันต้องขึ้นรถ ช้างไม่รู้ว่ามันต้องไปที่ไหน มันถูกบีบ ถูกควบคุม ถูกกดดัน และบางครั้งถูกทำให้หมดแรง ถ้าย้ายแล้วช้างรอด ทุกคนก็ยิ้ม แต่ถ้าย้ายแล้วช้างไม่รอดทุกคนก็ด่า เราจึงต้องกลับมาทบทวนและถอดบทเรียนกันจริงจัง แบบไม่ใช่ขายผ้าเอาหน้ารอด ถ้าจะย้ายจริง ต้องมั่นใจว่าปลอดภัยที่สุด ไม่ใช่มั่นใจว่าวิธีนี้ถูกต้องที่สุด ช้างพูดไม่ได้ แต่ความตายของช้างมันฟ้องได้ดังยิ่งกว่าคำพิพากษาไหนๆ ทั้งนั้น
ส่วนกลุ่มคนรักช้างและประชาชนจำนวนมาก ยังคงมีการตั้งคำถามและความไม่พอใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับช้างป่าสีดอหูพับ และผลสรุปเหตุที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง โดบต่างร่วมกันจัดทำแคมเปญระดมรายชื่อผ่านแพลตฟอร์ม Google เพื่อแสดงพลัง และเป็นกระบอกเสียงแทนช้างที่ไม่อาจพูดได้ มีเป้าหมายเพื่อยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรียกร้องให้ชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส และทบทวนกระบวนการทำงานอย่างรอบด้าน
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ริเริ่มแคมเปญ ระบุว่าสีดอหูพับ ไม่ใช่ช้างดุร้ายโดยสันดาน แต่เป็นเพียงช้างป่าวัยรุ่นที่ยังอยู่ในช่วงเรียนรู้การใช้ชีวิตตามธรรมชาติ การสูญเสียครั้งนี้จึงไม่ควรถูกมองข้าม หรือสรุปผลอย่างผิวเผิน
วัตถุประสงค์ของการล่ารายชื่อครั้งนี้ คือเพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงสาเหตุการล้มของช้างอย่างละเอียด รวมถึงทบทวนมาตรการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียในลักษณะเดียวกันซ้ำรอยในอนาคต ขอย้ำว่าการสูญเสียสีดอหูพับ ไม่ควรเป็นเพียงตัวเลขในรายงาน แต่ต้องเป็นบทเรียนสำคัญของสังคมในการอยู่ร่วมกันระหว่างคนและสัตว์ป่า อย่างมีความรับผิดชอบ
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง จ.ขอนแก่น พร้อมด้วยนายยุทธนา โพธิวิหค รอง ผวจ.ขอนแก่น และชาวบ้าน ได้ร่วมกันจัดพิธีตามความเชื่อ นิมนต์พระสงฆ์ 4 รูป ทำพิธีสวดมาติกาบังสุกุลให้กับช้างป่าสีดอหูพับ เพื่อเป็นการขอขมาและส่งวิญญาณ เนื่องชาวบ้านมีความผูกพันและยำเกรงต่อช้างป่าที่ล้มดังกล่าว จากนั้นทีมสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จากกรมอุทยานแห่งชาติฯ และสถาบันที่เกี่ยวข้อง จะเริ่มผ่าชันสูตรซากทันที เพื่อเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อและตรวจสอบอวัยวะภายในตรวจสอบระบบต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงการตรวจทางพยาธิวิทยาและพิษวิทยา เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นก็จะมีพิธีฝังร่างช้างป่าสีดอหูพับ บริเวณเขตอุทยานแห่งชาติภูเวียง ต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี