ไม่หยุดแค่ 8 ราย! DSI เตรียมสอบพยานเพิ่ม 7 กลุ่มคดีอั้งยี่ สว.

ไม่หยุดแค่ 8 ราย! DSI เตรียมสอบพยานเพิ่ม 7 กลุ่มคดีอั้งยี่ สว.

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.53 น.

DSI - "อัยการสำนักงานการสอบสวน” เปิดประชุมหารือคืบหน้า “คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.” นัดแรก หลัง “อัยการคดีพิเศษ”ตีกลับสำนวน ระบุต้องพิจารณาพฤติการณ์คน 7 กลุ่มตามคำแนะนำของอัยการคดีพิเศษ และนำหลักฐานของ กกต. มาประกอบการพิจารณา ยันจ่อเชิญ “สว.สำรอง” - “สว.ตัวจริง” เข้าให้ข้อมูลสอบปากคำพยานต่อเนื่องหลังสั่งฟ้องล็อตแรก 8 ราย

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 จากกรณีที่อัยการสั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ( DSI) สำนักงานอัยการสูงสุด ส่งหนังสือคืนสำนวนคดีพิเศษ 24/2568 (คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.) ถึง DSI เมื่อ 16 ม.ค. 69 สั่งสอบสวนเพิ่มเติม 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ รวมสำนวนผู้ต้องหา 8 ราย (สว.จริง 2 คน เครือข่ายพรรคการเมือง 6 คน) เข้ากับกลุ่มอื่นอีก 7 กลุ่ม นำพยานหลักฐานจาก กกต. มาประกอบเพิ่ม เอกสารเปิดบัญชีและธุรกรรมธนาคารของกลุ่มผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดสอบตามคำร้องขอความเป็นธรรมจากตัวแทน สว. สำรอง วันที่ 22 ธ.ค.68 และ 8 ธ.ค.68 ดำเนินสอบสวนต่อจนสิ้นสุดนั้น


 

 

ความคืบหน้าล่าสุด ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่พนักงานอัยการคดีพิเศษตีกลับสำนวนคดีพิเศษที่ 24/2568 คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. มายังคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และคณะพนักงานอัยการ ซึ่งอัยการสูงสุดได้มอบหมายให้เป็นพนักงานอัยการร่วมสอบสวนนั้น ล่าสุดดีเอสไอได้นัดหมายประสานไปยังพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวน เพื่อประชุมหารือความคืบหน้าการสอบสวนตามคำสั่งของอัยการคดีพิเศษในวันที่ 5ก.พ. โดยมี พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายสุริยน ประภาสะวัต อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1 สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และพนักงานอัยการ ร่วมประชุม

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ อั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมกว่า 1 ชม. แจ้งว่า วันนี้เป็นการหารือร่วมกันระหว่างดีเอสไอและพนักงานอัยการ ภายหลังจากที่อัยการคดีพิเศษได้มีหนังสือคำแนะนำมา ซึ่งก็เป็นการดำเนินงานความคืบหน้าเพิ่มเติมตามขั้นตอนและตามพยานหลักฐาน อาทิ ประเด็นการสอบปากคำพยาน จำนวน 7 กลุ่มที่อัยการคดีพิเศษได้ให้คำแนะนำ อย่างไรก็ตาม คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษก็จะพิจารณาในพฤติการณ์ของคน 7 กลุ่มนี้ว่าคนกลุ่มใดที่มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กับพยานหลักฐานอย่างไรบ้าง และก็ยังคงแสวงหาพยานหลักฐานอื่น ๆ ต่อเนื่อง แม้ว่าก่อนหน้านี้คณะพนักงานสอบสวนได้มีการสรุปสำนวนสั่งฟ้องผู้ต้องหากลุ่มแรกไปก่อน 8 รายก็ตาม แต่ยืนยันว่าคณะพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ และก็ยังคงมีการสอบสวนปากคำต่อเนื่องเสมอ เพราะอาจมีการกระทำความผิดใดของคณะบุคคลที่ต่างกรรมต่างวาระ จึงทำให้สำนวนไม่ได้หยุดชะลอไปทันทีหลังจากที่คณะพนักงานสอบสวนสั่งฟ้องผู้ต้องหากลุ่มแรก ทั้งนี้ ในส่วนหลักฐานของ กกต.ในคดีฮั้วเลือก สว. ตามกฎหมายเลือกตั้งนั้น คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษก็จะได้นำมาประกอบการพิจารณาเช่นเดียวกัน และกรณีที่มีเอกสารคำร้องขอความเป็นธรรมจากทั้งสมาชิกวุฒิสภาสำรอง และสมาชิกวุฒิสภาตัวจริง คณะพนักงานสอบสวนก็จะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย โดยจะเชิญทั้งสองฝ่ายได้เข้าให้ข้อมูล หรืออยากระบุพยานอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อแนวทางการสอบสวนต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top