วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569
DSIออกหมายเรียก12มี.ค.
สส.ชนนพัฒฐ์
โยงคดีเว็บพนัน-ฟอกเงิน
หลักฐานคลิปโอนเงินมัด
‘ธรรมนัส’ปัดยังไม่รู้เรื่อง
มีหลายขั้นตอน/รอศาลชี้
ดีเอสไอรุกหนักหมายเรียก สส.ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีฟอกเงินโยงเว็บพนันพบพนักงานสอบสวน 12 มีนาคมนี้ ยันมีหลักฐานบทสนทนาเส้นเงินโยงเว็บพนันเพียบ ขณะที่เจ้าตัวพร้อมสู้คดี มั่นใจในความบริสุทธิ์ เชื่อถูกกลั่นแกล้ง ด้าน”ธรรมนัส”บอกไม่รู้เรื่อง ต้องรอให้กระบวนการยุติธรรมสิ้นสุดก่อน
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม น.ส.รวิวรรณ จตุรพิธพร รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต.จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ พร้อมด้วย นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมกันแถลงใหญ่ทลายเว็บพนันออนไลน์มูลค่าพันล้าน ซึ่งเกี่ยวข้องกับนักการเมืองคนดัง
พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า เรื่องนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อประชาชน สืบเนื่องจากมีผู้ร้องให้ข้อมูลเบาะแสมา ซึ่งตรงกับฐานข้อมูลเดิมที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีการสอบสวนเป็นกรณีพิเศษอยู่แล้ว
ขณะที่ นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่า มีการดำเนินการกฎหมายกับผู้กระทำความผิดรายนี้ โดยที่ผ่านมามีการยึดอายัดทรัพย์ไปมูลค่า 168 ล้านบาท ซึ่งในคดีอยู่ในชั้นศาล ต่อมาได้มีการปฏิบัติการบูรณาการร่วมกันกับกรมสอบสวนคดีพิเศษตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมาสู่การยึดอายัด
ทั้งนี้ ในส่วนของสำนักงาน ปปง. จะรวบรวมและสืบสวนขยายผลและนำทรัพย์สินที่มีการตรวจยึดไว้ไปดำเนินการตาม พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินต่อไป
ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ เผยว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้ มีความเชื่อมโยงกับคดีพิเศษเดิม เมื่อปี 2566 ในเรื่องเส้นทางการเงินของเว็บพนัน คือ มีการโอนไป โอนกลับ มาที่นักการเมืองรายหนึ่ง 39 ล้านบาท จึงได้ขออนุมัติขยายคดีพิเศษเพิ่มเติม ที่ 150/2568 คณะพนักงานสอบสวน เริ่มสืบสวน สอบสวน ในช่วงเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ในคดีเดิมนั้น มีการดำเนินการกับผู้กระทำความผิดไป 36 ราย มีการแจ้งข้อกล่าวหา และศาลได้พิพากษาลงโทษไปแล้วส่วนหนึ่ง
ส่วนในคดีใหม่ เมื่อปี 2568 เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบสวน ได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้พิจารณาขออนุมัติออกหมายจับ 27 หมาย รวมนักการเมืองท่านหนึ่งด้วย โดยศาลได้อนุมัติหมายจับ 25 ราย อีก 2 ราย ศาลมองว่า มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง จึงให้ออกหมายเรียก ซึ่งการปฏิบัติเมื่อวานนี้ นอกจากการตรวจค้นแล้ว ทางพนักงานสอบสวน ได้ส่งหมายเรียกให้นักการเมืองท่านนี้มาพบพนักงานสอบสวน ในวันที่ 12 มี.ค. 69 เวลา 10.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ
ทางด้าน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า เชื่อว่า ท่าน สส.ชนนพัฒฐ์ ยังอยู่ในไทย ถ้าท่านได้เป็น สส. ก็อาจจะได้รับเอกสิทธิ์ คือตอนนี้สำนักงานสอบสวนได้มีหมายเรียกไปยัง ท่าน สส.ชนนพัฒฐ์ แต่ระหว่างยังไม่อยู่ในสมัยประชุมเราก็มีอำนาจดำเนินการ แต่ถ้าเปิดสมัยประชุมท่านก็ได้รับเอกสิทธิ์ที่ต้องถามในการจับกุมตัวหรือควบคุมตัว เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากทางผู้แทนราษฎร
มีรายงานว่า จากการตรวจสอบพบหลักฐานหลายรายการที่สามารถเชื่อมโยงกับนายชนนพัฒฐ์ คลิปเสียงการสนทนา เป็นต้น นอกจากนี้ จากการเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายชนนพัฒฐ์ในจังหวัดสงขลา ยังพบหลักฐานการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์
ในประเด็นดังกล่าว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ปรึกษาและแคนดิเดตนายกฯพรรคกล้าธรรมให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา ว่า เรื่องนี้ตนเองยังไม่รู้เลยก็ต้องดูเขาแถลงนายชนนพัฒฐ์ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็มีเอกสิทธิ์คุ้มครองอะไรก็ต้องว่ากันไป ไม่เกี่ยวกับพรรคกล้าธรรม เป็นความผิดเฉพาะบุคคล
เมื่อถามต่อว่า มีการพูดคุยกับทางด้านนายชนนพัฒฐ์ หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่มี ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงแนวทางในการทำงานในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เดี๋ยวคงรู้เราก็ทำหน้าที่ในฐานะเป็นผู้แทนประชาชน
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวได้เน้นย้ำมาโดยตลอดว่า เป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่ในส่วนของพรรคที่เป็นสถาบันทางการเมือง หากสมาชิกกระทำการใดไว้ก็ต้องมีการพิสูจน์ตัวเองตามกระบวนการตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวน ชั้นอัยการ และชั้นศาล โดยส่วนตัวมองว่าต้องให้โอกาสนายชนนพัฒฐ์ พิสูจน์ตัวเองก่อน ส่วนประเด็นว่า จากเหตุที่เกิดขึ้นวานนี้ ได้คุยกับนายชนนพัฒฐ์ แล้วหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสระบุว่าก็มีการโทรปรึกษากันในฐานะที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรค ก็เป็นเรื่องปกติที่เมื่อลูกพรรคได้รับความเดือดร้อนเรื่องใดก็ตาม ก็ให้คำปรึกษา ย้ำว่าไม่กังวลใจในเรื่องดังกล่าว
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะนายทะเบียนพรรคกล้าธรรม กล่าวถึง กรณีดีเอสไอและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)ไปบุกค้นบ้านพักนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า เรื่องนี้แกนนำ ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันและตนก็ยังไม่ได้พูดคุยกับนายชนนพัฒฐ์ ก่อนหน้านี้ ในช่วงของการหาเสียงได้มีการพูดคุยและให้กำลังใจกันแล้ว โดยในส่วนของคดีให้ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณะนี้ยังไม่เปิดสมัยประชุมสภาฯ และยังไม่มีประธานสภาฯ นายชนนพัฒฐ์จะมีเอกสิทธิ์คุ้มครองหรือไม่ หากมีเอกสิทธิ์ สส.แล้ว เริ่มใช้ได้เมื่อไหร่ และหากถูกออกหมายเรียก หรือถูกควบคุมตัว จะสามารถมาประชุมสภาฯ ได้หรือไม่ เมื่อถึงเวลาเปิดสมัยประชุมสภาฯ
ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 บัญญัติในเรื่องเอกสิทธิ์ไว้ในมาตรา 124 และเรื่องความคุ้มกันไว้ในมาตรา 125 ดังนี้
มาตรา 124 ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ประชุมวุฒิสภา หรือที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา สมาชิกผู้ใดจะกล่าวถ้อยคำใดในทางแถลงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็นหรือออกเสียงลงคะแนนย่อมเป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาด ผู้ใดจะนำไปเป็นเหตุฟ้องร้องว่ากล่าวสมาชิกผู้นั้นในทางใดๆ มิได้
เอกสิทธิ์ตามวรรคหนึ่งไม่คุ้มครองสมาชิกผู้กล่าวถ้อยคำในการประชุมที่มีการถ่ายทอดทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์หรือทางอื่นใด หากถ้อยคำที่กล่าวในที่ประชุมไปปรากฎนอกบริเวณรัฐสภา และการกล่าวถ้อยคำนั้นมีลักษณะเป็นความผิดทางอาญาหรือละเมิดสิทธิในทางแพ่งต่อบุคคลอื่นซึ่งมิใช่รัฐมนตรีหรือสมาชิกแห่งสภานั้น
ในกรณีตามวรรคสอง ถ้าสมาชิกกล่าวถ้อยคำใดที่อาจเป็นเหตุให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่รัฐมนตรีหรือสมาชิกแห่งสภานั้นได้รับความเสียหาย ให้ประธานแห่งสภานั้นจัดให้มีการโฆษณาคำชี้แจงตามที่บุคคลนั้นร้องขอตามวิธีการและภายในระยะเวลาที่กำหนดในข้อบังคับการประชุมของสภานั้น ทั้งนี้ โดยไม่กระทบต่อสิทธิของบุคคลในการฟ้องคดีต่อศาล
เอกสิทธิ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรานี้ ย่อมคุ้มครองไปถึงผู้พิมพ์และผู้โฆษณารายงานการประชุมตามข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือรัฐสภา แล้วแต่กรณี และคุ้มครองไปถึงบุคคลซึ่งประธานในที่ประชุมอนุญาตให้แถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม ตลอดจนผู้ดำเนินการถ่ายทอดการประชุมสภาทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์หรือทางอื่นใดซึ่งได้รับอนุญาตจากประธานแห่งสภานั้นด้วยโดยอนุโลม
มาตรา 125 ในระหว่างสมัยประชุม ห้ามมิให้จับ คุมขัง หรือหมายเรียกตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา ไปทำการสอบสวนในฐานะที่สมาชิกผู้นั้นเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก หรือเป็นการจับในขณะกระทำความผิด
ในกรณีที่มีการจับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในขณะกระทำความผิด ให้รายงานไปยังประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกโดยพลัน และเพื่อประโยชน์ในการประชุมสภาประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกอาจสั่งให้ปล่อยผู้ถูกจับเพื่อให้มาประชุมสภาได้
ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาถูกคุมขังในระหว่างสอบสวนหรือพิจารณาอยู่ก่อนสมัยประชุม เมื่อถึงสมัยประชุม พนักงานสอบสวนหรือศาลแล้วแต่กรณีต้องสั่งปล่อยทันที ถ้าประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกได้ร้องขอ โดยศาลจะสั่งให้มีประกันหรือมีประกันและหลักประกันด้วยหรือไม่ก็ได้
ในกรณีที่มีการฟ้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในคดีอาญา ไม่ว่าจะได้ฟ้องนอกหรือในสมัยประชุม ศาลจะพิจารณาคดีนั้นในระหว่างสมัยประชุมก็ได้ แต่ต้องไม่เป็นการขัดขวางต่อการที่สมาชิกผู้นั้นจะมาประชุมสภา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากดีเอสไอออกหมายเรียกนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ไปพบพนักงานสอบสวน วันที่ 12 มี.ค.นี้ มีรายงานข่าวจากคนใกล้ชิดนายชนนพัฒฐ์ ว่า นายชนนพัฒฐ์ ได้รับหมายเรียกดังกล่าวแล้ว ตั้งแต่ตอนที่ดีเอสไอไปตรวจค้นบ้านคืนวานนี้ ขณะนี้เจ้าตัวยังอยู่ในจังหวัดสงขลา ลงพื้นที่พบปะประชาชน แต่ยังไม่ขอพูดอะไรในขณะนี้ รอพูดคุยกับทนายและผู้ใหญ่ในพรรคก่อน ซึ่งคนใกล้ชิดบอกว่านายชนนพัฒฐ์ ยังมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง และมองว่าถูกกลั่นแกล้ง ส่วนในวันที่ 12 มี.ค.นี้ จะเดินทางไปตามหมายเรียกหรือไม่นั้น คนใกล้ชิดไม่ยืนยัน ขอดูสถานการณ์ช่วง 1-2 วันนี้ก่อน
ทั้งนี้นายชนนพัฒฐ์ เพิ่งได้รับการเลือกตั้งเป็นสมัยที่สอง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา และเข้ารายงานตัวเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้ว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี