วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569
"ฟิล์ม รัฐภูมิ"พร้อม"ทนายประมาณ"เข้าพบพนักงานสอบสวน DSI หอบหลักฐานการเงินปี 66-69 รับทราบข้อหาคดีหลอกลงทุน Forex ยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แจงเส้นทางการเงิน 142 ล้านบาทเชื่อมโยงโบรกเกอร์ดัง ยันเป็นเรื่องเข้าใจผิด ชี้เป็น กก.บริษัทรับธุรกิจพัฒนาระบบซอฟต์แวร์เท่านั้น ยันไม่เคยชักชวนใครลงทุน
3 สิงหาคม 2569 ที่ศูนย์ราชการฯ อาคารซี ชั้น 2 โถงดีเอสไอ ถนนแจ้งวัฒนะ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ “ฟิล์ม” อดีตนักแสดงชื่อดัง พร้อมด้วย นายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช ทนายความ เดินทางเข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตามหมายเรียกครั้งที่ 1 เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต
สำหรับการออกหมายเรียกครั้งนี้ สืบเนื่องจากคณะพนักงานสอบสวนพบข้อมูลธุรกรรมทางเงินของนายรัฐภูมิ มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ ได้แก่ บริษัทอีเทอร์เวลธ์ จำกัด และ บริษัท HF Markets (SV) Ltd (HFM) ซึ่งจดทะเบียนในต่างประเทศลักษณะ Offshore รวมถึงพบรายการรับโอนเงินจากนายภูริทัต (พี่ชาย) ยอดสะสมรวมกว่า 142,919,860 บาท ทำให้พนักงานสอบสวนจัดให้อยู่ในกลุ่มโบรกเกอร์รับเทรด และแจ้งข้อหาหลายฐานความผิด เช่น ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อ โกงประชาชน และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
นายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช ทนาย ความ เปิดเผยก่อนพานายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ “ฟิล์ม” เข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ว่า วันนี้พาลูกความมาพบพนักงานสอบสวนตามกระบวนการในฐานะผู้ต้องหา ซึ่งมีความพร้อมที่จะตอบและชี้แจงในทุกประเด็นที่ DSI ได้รวบรวมพยานหลักฐานมา ส่วนเอกสารชี้แจงบางประการหากต้องใช้เพิ่มเติม ก็พร้อมนำมาส่งมอบให้ในภายหลัง ส่วนประเด็นข้อพิพาทตามกระแสข่าวว่า เรื่องบริษัทเพย์เมนต์เกตเวย์ (Payment Gateway) ต่างๆ ที่มีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับนายรัฐภูมิเลย การโอนเงินผ่านระบบเพย์เมนต์เกตเวย์ไปยังผู้ถูกกล่าวหารายอื่นและมีการโอนออกไปนั้น การจะบอกว่าฉ้อโกงหรือไม่ ต้องดูว่าจำนวนเงินสุดท้ายไปถึงใคร ซึ่ง DSI สามารถติดตามเส้นทางได้อยู่แล้ว และยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนายรัฐภูมิแน่นอน
ส่วนกระแสข่าวเรื่องรายการรับโอนเงินจำนวน 142 ล้านบาทจากนายภูริทัตนั้น ทนายประมาณ ตั้งข้อสังเกตว่า คนพูดอาจไม่ได้ตั้งใจกุข่าวขึ้นมา แต่อาจเกิดจากการนำตัวเลขจากหลายส่วนมาผูกโยงกันจนกลายเป็นยอด 142 ล้านบาท ซึ่งคงต้องขอรับฟังข้อเท็จจริงและรายละเอียดตัวเลขจากพนักงานสอบสวนก่อน
นอกจากนี้ ทนายประมาณยังได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการขอออกหมายจับในคดีนี้ว่า ตามหลักการทั่วไป การจะออกหมายจับใครต้องมีพฤติการณ์ชัดเจนว่าจงใจหลบหนี หรือเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ซึ่งปกติแล้วต้องมีการออกหมายเรียกก่อนอย่างน้อย 2 ครั้ง หากไม่มาตามนัดจึงจะถือว่ามีพฤติการณ์ขัดหมายเรียกเพื่อขอศาลออกหมายจับได้
อย่างไรก็ตาม วันนี้ตนและลูกความตั้งใจมาขอดูข้อกล่าวหาและพยานหลักฐานทั้งหมดอย่างละเอียด เพราะที่ผ่านมาติดตามจากข่าวเท่านั้น แต่จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังของลูกความ ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องตามช่วงเวลาที่ถูกกล่าวหา และพร้อมชี้แจงบริสุทธิ์ใจทุกประเด็น
ด้าน นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ “ฟิล์ม” อดีตนักแสดงชื่อดัง เปิดเผยถึงกรณีถูกออกหมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหาคดีซื้อขาย Forex โดยไม่ได้รับอนุญาตว่า ยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ตนเองไม่ใช่โบรกเกอร์ ไม่เคยชักชวนใครร่วมลงทุน และไม่เคยเกี่ยวข้องกับบุคคลหรือบริษัทตามที่เป็นข่าว
สำหรับเส้นทางการเงินที่ถูกระบุว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มโบรกเกอร์นั้น น่าจะมาจากบริษัทที่ตนเองเป็นกรรมการอยู่ เนื่องจากบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับระบบซอฟต์แวร์และการให้บริการทางเทคโนโลยี (Know-how) จึงเป็นเรื่องปกติที่มีบริษัทต่างๆ มาติดต่อขอเชื่อมต่อระบบหรือ MetaCode ซึ่งตนเองเป็นกรรมการในหลายบริษัท จึงต้องรอฟังจากพนักงานสอบสวนก่อนว่าเจาะจงที่บริษัทใด ยืนยันว่าตนไม่ใช่โบรกเกอร์ ไม่เคยชักชวนใครลงทุน ส่วนตัวเลขรับโอนเงิน 142 ล้านบาท จากพี่ชายนั้น เป็นข่าวมั่วแน่นอน ไม่มีอยู่จริง อ่านข่าวยังงงว่ามีเงินขนาดนั้นได้อย่างไร
นายรัฐภูมิ ระบุว่า วันนี้ได้เตรียมเอกสารรายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2566–2569 มาชี้แจงรายละเอียดธุรกรรมทางการเงินทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการรับโอนหรือจ่ายออกกับ บริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด และบริษัท HFM จำกัด เพื่อยืนยันว่าทั้ง 2 บริษัทไม่ใช่ของตนเอง และ ตนไม่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัท QRS Global, น.ส.มัลลิกา หรือ “โค้ชเจมส์” รวมถึงคดี Forex-3D ในอดีตแต่อย่างใด จึงสงสัยว่าเหตุใดจึงมีชื่อตนไปปรากฏอยู่ในผังการสืบสวนของ DSI ส่วนตัว ไม่กังวลเรื่องคดี มั่นใจกระบวนการยุติธรรม
สำหรับเรื่องการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน นายรัฐภูมิ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความกังวลใจใดๆ และมองว่าคดีของตนไม่น่าถึงขั้นถูกส่งฝากขังศาลเหมือนผู้ต้องหาตามหมายจับก่อนหน้านี้ เพราะตนเดินทางมารายงานตัวตามขั้นตอน และเชื่อมั่นว่าหน่วยงานจะให้ความเป็นธรรมกับประชาชนทุกฝ่าย
ขณะที่ ในส่วนของ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือ ป้อม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2 แก่นายภาวุธ หลังจากเมื่อวันที่ 31 ก.ค.69 ที่ผ่านมา นายภาวุธ ได้มอบอำนาจให้ทีมงาน คือ นายอภิเชษฐ ถาบุตร เข้ายื่นเอกสารขอเลื่อนหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2 จากเดิมวันที่ 31 ก.ค.69 ไปเป็นวันที่ 3 ส.ค.69 แทน โดยให้เหตุผลว่ายังไม่เห็นหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2 ดังกล่าว และตนเองติดประชุมกรรมาธิการ จึงประสงค์ขอเลื่อน ซึ่งพนักงานสอบสวนก็รับทราบให้เลื่อน โดยนัดหมายเตรียมเข้าพบในเวลา 14.00 น.วันนี้
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี