วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ตร.ทลายแก๊งคอลฯ
รวบมาเฟียจีน-พวก
ลุยยึดทรัพย์114ล้าน
เจ้าหน้าที่ตำรวจยกกำลังกว่า 200 นาย เปิดปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการฟอกเงินคอลเซ็นเตอร์ลุยตรวจค้นเป้าหมาย 9 จุด ในพื้นที่ 5 จังหวัด กรุงเทพฯ, ปทุมธานี, พิษณุโลก, กำแพงเพชร และ ตาก ยึดทรัพย์สินรวมกว่า 1 ร้อยล้านบาทรวบมาเฟียจีนตัวบงการพร้อมเพื่อนร่วมเครือข่ายรวม 4 คน
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอท ร่วมกับ บก.ป., ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานกองปราบ, บก.ปอศ., บก.สส.ภ.6, กก.สส. บก.ตม.3, กก.สส. บก.ตม.5, ปปง. ,HSIและ USSS จำนวนรวมกว่า 200 นาย เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 9 จุด ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, พิษณุโลก, กำแพงเพชร และ ตาก
ปฏิบัติการดังกล่าว สามารถจับกุมผู้ต้องหา เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้ทั้งสิ้น 4 ราย ดังนี้1.นายหลิว (MR. LAI) อายุ 49 ปี (สัญชาติจีน) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 453/2569 ลงวันที่ 26 ม.ค.69 ทำหน้าที่ผู้รับผลประโยชน์2.นายวีรเทพ อายุ 51 ปี (สัญชาติไทย) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 452/2569 ลงวันที่ 26 ม.ค.69 ทำหน้าที่ดูแลเรื่องฟอกเงิน / จัดหาสถานที่และอำนวยความสะดวกให้ขบวนการหลอกลวง3.นางสาวสุภาณี อายุ 55 ปี (สัญชาติไทย) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 450/2569 ลงวันที่ 26 ม.ค.69 ทำหน้าที่ดูแลเรื่องฟอกเงิน / จัดหาสถานที่และอำนวยความสะดวกให้ขบวนการหลอกลวง4.นางธัญญารัตน์ อายุ 49 ปี (สัญชาติไทย) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 451/2569 ลงวันที่ 26 ม.ค.69 ทำหน้าที่ดูแลเรื่องฟอกเงิน
ผู้ต้องหาทั้งหมด ถูกจับกุมในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, ร่วมกันฟอกเงิน” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา มาตรา 83 มาตรา 342(1) และ มาตรา 343 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14(1) (ฉบับแก้ไข พ.ศ.2560) ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (3) มาตรา 5 มาตรา 9 มาตรา 60 พฤติการณ์ของคดี
จากการตรวจค้นสามารถตรวจยึดทรัพย์สินนำส่ง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) เป็นเงินสด ประมาณ 4 ล้านบาท, รถยนต์ 13 คัน มูลค่าประมาณ 22 ล้านบาท, รถแทรกเตอร์ (รถไถ) 31 คัน มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท, รถขุด (แบคโฮ) 1 คัน มูลค่าประมาณ 1 ล้านบาท, บ้านหรู 1 หลัง มูลค่าประมาณ 31 ล้านบาท, ทองคำแท่ง 40 บาท มูลค่าประมาณ 3.2 ล้านบาทสินค้าแบรนด์เนม/เครื่องประดับ หลายรายการ มูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท, โฉนดที่ดิน 28 แปลง ราคาประมาณ 22 ล้าน อายัดเงินในบัญชี ธนาคาร ประมาณ 1 ล้าน บาท รวมมูลค่ากว่า 114 ล้านบาท
จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและจะได้สืบสวนขยายผล เพื่อพิสูจน์ความเชื่อมโยงกับผู้ร่วมขบวนการและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับพฤติการณ์ของกลุ่มคนร้าย คือ จะมีการติดต่อผู้เสียหาย โดยใช้ชื่อและรูปโปรไฟล์ที่ดูน่าเชื่อถือ พูดคุยจนเกิดความสนิทสนมและความไว้วางใจ ก่อนจะชักชวนให้ผู้เสียหายประกอบอาชีพขายสินค้าออนไลน์ โดยอ้างว่าเป็นการขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม “TikTokshop” ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันปลอมโดยสร้างภาพผลตอบแทนปลอม แสดงยอดขายและกำไร ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่ามีรายได้จริง ก่อนจะหลอกให้โอนเงิน โดยอ้างว่าเป็นเงินลงทุน ค่าสินค้า หรือค่าดำเนินการต่างๆ ให้โอนเข้าบัญชีธนาคารหลายบัญชีซึ่งเป็นบัญชีในเครือข่ายของกลุ่มคนร้าย เมื่อผู้เสียหายประสงค์จะถอนเงินหรือผลตอบแทน ปรากฏว่าไม่สามารถถอนเงินได้ คนร้ายจะอ้างว่าผู้เสียหายทำผิดกฎ จะต้องโอนเงินเพิ่มเติมเพื่อเป็นการปลดล็อคและแก้ไขในส่วนที่ผิดกฎ
จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า มีผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้ลงทุนดังกล่าว จำนวน 88เคส มูลค่าความเสียหาย กว่า 25 ล้านบาท อีกทั้ง ยังพบว่ากลุ่มบัญชีม้าที่ใช้ในกลุ่มนี้ ถูกแจ้งความไว้แล้ว จำนวน 67 ราย มูลค่าความเสียหาย กว่า 15 ล้านบาท
นอกจากนี้ จากการสืบสวนขยายผลพบว่ากลุ่มผู้ต้องหายังมีบทบาทสำคัญในการรับ–ส่งและขนย้ายคนทั้งขาเข้าและขาออกนอกประเทศ ตลอดจนการขนย้ายอุปกรณ์ที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยใช้รถยนต์ส่วนบุคคลหรือรถเช่าเป็นพาหนะในการเคลื่อนย้ายคนและอุปกรณ์จากพื้นที่ภายในประเทศไปยังบริเวณแนวชายแดน โดยมีการจัดหาที่พัก อาหาร ก่อนส่งต่อให้เครือข่ายอีกกลุ่มทำหน้าที่ลำเลียงข้ามชายแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้เส้นทางธรรมชาติไปยังสถานที่ซึ่งกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ใช้เป็นฐานปฏิบัติการ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ทำให้ขบวนการคอลเซ็นเตอร์สามารถดำเนินกิจกรรมหลอกลวงได้อย่างต่อเนื่อง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี