กทม.รับฟังความเห็นร่วมทุนรฟฟ.สายสีลม ต่อขยายบางหว้า–ตลิ่งชัน

กทม.รับฟังความเห็นร่วมทุนรฟฟ.สายสีลม ต่อขยายบางหว้า–ตลิ่งชัน

วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.40 น.

กทม.เปิดรับฟังความเห็นการร่วมทุน โครงการรถไฟฟ้าสายสีลม ส่วนต่อขยาย ช่วงบางหว้าตลิ่งชัน แผนดำเนินการปี 72 เปิดใช้ปี 77

 


วันที่ 11 ก.พ.69 กรุงเทพมหานครโดย สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) จัดการประชุมสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นการลงทุนโครงการ (Market Sounding) โครงการศึกษาและวิเคราะห์ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยายสายสีลม ตอนที่ 3 (ช่วงบางหว้า-ตลิ่งชัน) ให้สอดคล้องตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ในหมวด 4 ส่วนที่ 1 การเสนอโครงการ นายสิทธิพร สมคิดสรรพ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง ผู้บริหาร ข้าราชการ หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ประชาชนเข้าร่วมการสัมมนา ที่โรงแรมควีนแลนด์ โฮเทล บางกอก เขตราชเทวี

ผอ.สจส. เปิดเผยว่า การประชุมสัมมนาครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อนำเสนอข้อมูลสาระสำคัญของโครงการ รูปแบบการร่วมลงทุน แผนการดำเนินงาน และแนวทางการสร้างแรงจูงใจสนับสนุนให้เอกชนเป็นผู้ร่วมลงทุน พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อโครงการ นำมาพิจารณาประกอบการศึกษาและวิเคราะห์โครงการให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยที่ผ่านมา สจส. กทม. ได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมของโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีลม ตอนที่ 3 ช่วงบางหว้า - ตลิ่งชัน ทั้งด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสาร การวิเคราะห์ผลตอบแทนด้านเศรษฐศาสตร์และการเงิน ตลอดจนรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสม เสร็จแล้วในปี 2559

แต่เนื่องจากการลงทุนต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก กทม. จึงมีแนวคิดการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐกับเอกชน (Public-Private Partnership : PPP) ซึ่งเป็นรูปแบบการดำเนินงานที่ภาครัฐเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ โดยแบ่งเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้ 1. รูปแบบ PPP Net Cost  แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงลงทุนก่อสร้าง ภาครัฐจะเป็นผู้จัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างงานโยธา งานระบบของโครงการ ช่วงการเดินระบบและบำรุงรักษาโครงการ (O&M) ภาคเอกชนจะเป็นผู้รับผิดชอบการ O&M ทั้งหมดของโครงการ โดยภาครัฐให้สิทธิเอกชนเป็นผู้รับรายได้ของโครงการ โดยอาจกำหนดให้ภาคเอกชนจ่ายค่าสัมปทานหรือส่วนแบ่งของรายได้ให้กับภาครัฐตามข้อกำหนด

2. รูปแบบ PPP Gross Cost แบ่งเป็น 2 ช่วงได้แก่ ช่วงลงทุนก่อสร้าง ภาครัฐจะเป็นผู้จัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างงานโยธา ส่วนภาคเอกชน จะก่อสร้างงานระบบ และเป็นผู้จัดหาขบวนรถไฟฟ้า  และ ช่วงการเดินระบบและบำรุงรักษาโครงการ (O&M) ภาคเอกชนจะเป็นผู้รับผิดชอบการ O&M ทั้งหมดของโครงการ โดยภาครัฐเป็นเจ้าของรายได้ของโครงการ โดยภาคเอกชนจะได้รับค่าตอบแทน Availability Payment จากรัฐตามเงื่อนไขในเรื่องของคุณภาพการให้บริการ และ 3. รูปแบบ Modified Gross Cost แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงลงทุนก่อสร้าง ภาครัฐจะเป็นผู้จัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างงานโยธา ส่วนภาคเอกชนจะก่อสร้างงานระบบของโครงการ เป็นผู้จัดหาขบวนรถไฟฟ้า การจัดซื้อรถไฟฟ้า ด้านระบบรถไฟฟ้า ช่วงการเดินระบบและบำรุงรักษาโครงการ (O&M) ภาคเอกชนจะเป็นผู้รับผิดชอบการ O&M และจัดเก็บรายได้ส่งให้ภาครัฐ โดยภาครัฐเป็นเจ้าของรายได้ของโครงการ และภาคเอกชนจะได้รับค่าตอบแทน AP และ/หรือ ผลตอบแทนพิเศษ จากรัฐเพื่อเป็นแรงจูงใจให้เอกชนพัฒนาการบริการ

สำหรับโครงการฯส่วนต่อขยายสายสีลม ตอนที่ 3 ช่วงบางหว้า – ตลิ่งชัน มีจุดเริ่มต้น ที่จุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า BTS บริเวณสถานีบางหว้า แนวเส้นทางจะวิ่งไปทางทิศเหนือ ตามแนวเกาะกลางถนนราชพฤกษ์ ผ่านทางแยกตัดถนนบางแวก ทางแยกถนนพรานนก-พุทธมณฑล สาย 4 จากนั้นยกระดับข้ามทางแยกถนนบรมราชชนนี และทางด่วนสายกาญจนาภิเษก มาสิ้นสุดโครงการที่บริเวณทางลาดลงของสะพานข้ามทางรถไฟสายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ – ตลิ่งชัน ระยะทางรวมประมาณ 7.5 กิโลเมตร รวมจำนวน 6 สถานี ได้แก่ สถานีบางแวก สถานีบางเชือกหนัง สถานีบางพรม สถานีอินทราวาส สถานีบรมราชชนนี และสถานีตลิ่งชัน โดยออกแบบเป็นสถานียกระดับ (Elevated Stations) ที่โครงสร้างของทางวิ่งและสถานีก่อสร้างบนเกาะกลางถนนราชพฤกษ์ มีทางขึ้น-ลงสถานี (Entrance) อยู่บนทางเท้า ทั้งบันได บันไดเลื่อน และลิฟต์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสาร

โครงการดังกล่าว เป็นโครงการที่สามารถสร้างรายได้จากหลายช่องทาง ทั้งรายได้จากค่าโดยสาร และรายได้เชิงพาณิชย์อื่นๆ ได้แก่ การเช่าพื้นที่สื่อโฆษณา ร้านค้าในรูปแบบห้องเช่า พื้นที่ติดตั้งตู้ขายของอัตโนมัติ พื้นที่เปิดโล่งสำหรับจัดกิจกรรม เป็นต้น และจากการคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยายสายสีลม ตอนที่ 3 (บางหว้า-ตลิ่งชัน) พบว่าในปี 2577 หลังจากเปิดให้ใช้บริการ จะมีผู้โดยสารใช้บริการประมาณ 73,000 คน/วัน

ทั้งนี้ ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างการเสนอรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยตามแผนการดำเนินงานได้กำหนดจัดทำรายงานร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน และเสนอเรื่องต่อครม. เพื่อขอมติอนุมัติโครงการ ในปี 2571 โดยในปี 2571 -2572 จะจัดทำรายงานเอกสารขอเสนอราคา (RFP) และดำเนินการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน ส่วนการดำเนินงานก่อสร้างโครงการจะดำเนินการระหว่าง ปี 2572 – 2577 โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2577

ภายหลังการสัมมนา สจส. กทม. จะรวบรวมข้อมูลความคิดเห็น นำไปปรับปรุงให้ผลการศึกษามีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ได้รูปแบบปัจจัยความเป็นไปได้ เงื่อนไข สิทธิประโยชน์ที่ภาคเอกชนให้ความสนใจในการลงทุน สามารถปฏิบัติได้จริง และเป็นรูปธรรม โดยภาครัฐได้ผลประโยชน์ที่เหมาะสมคุ้มค่ามากที่สุด โดยผู้สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าและรายละเอียดของโครงการฯ ได้ที่เว็บไซต์  www.bangwa-talingchanextension.com

036

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top