‘ราชทัณฑ์’เจอแจ๊กพอต นักโทษติดเชื้อ‘ฝีดาษลิง’ กรมควบคุมโรครุดเข้าช่วย สั่งคุมเข้มป้องกันลามคุก

‘ราชทัณฑ์’เจอแจ๊กพอต นักโทษติดเชื้อ‘ฝีดาษลิง’ กรมควบคุมโรครุดเข้าช่วย สั่งคุมเข้มป้องกันลามคุก

วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘ราชทัณฑ์’เจอแจ๊กพอต
นักโทษติดเชื้อ‘ฝีดาษลิง’
กรมควบคุมโรครุดเข้าช่วย
สั่งคุมเข้มป้องกันลามคุก

ราชทัณฑ์แจงด่วน พบนักโทษใหม่เรือนจำพิเศษธนบุรี ต้องสงสัยติดเชื้อ ฝีดาษลิง หลังมีตุ่มน้ำใส ไข้สูง แยกกักตัวตรวจสอบอย่างใกล้ชิด

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 กรมราชทัณฑ์ได้เผยแพร่เอกสารข่าว แจ้งว่าด้วยกรมราชทัณฑ์ได้รับรายงานจากเรือนจำพิเศษธนบุรี ว่า พบผู้ต้องขัง 1 ราย มีอาการป่วยและได้ส่งตัวไปรับการรักษาตัวที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และระหว่างเตรียมการผ่าตัดพบว่า ผู้ป่วยดังกล่าวมีน้ำใสที่ บริเวณเท้าและมีอาการไข้สูงร่วมด้วย จึงมีความสงสัย ซึ่งอาการดังกล่าวเข้าได้กับโรคฝีดาษลิง จึงได้ดำเนินการส่งตรวจ เพาะเชื้อพบว่า ผู้ต้องขังอาจติดเชื้อฝีดาษลิง


เรือนจำพิเศษธนบุรี ได้รับตัวผู้ต้องขังดังกล่าว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ต่อมามีอาการไข้สูง และมีภาวะเนื้อตายที่บริเวณเท้า จึงส่งตัวเข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และระหว่างเตรียมการผ่าตัดที่เท้าพบว่า ผู้ต้องขังมีอาการเข้าได้กับโรคฝีดาษลิง (Monkeypox: Mpox) จึงได้ส่งหน่วยควบ คุมการติดเชื้อ และดำเนินการแยกผู้ต้องขังที่มีความเสี่ยงสูง และนำแนวทางการควบคุมโรคด้วยหลักการ Bubble and Seal มาใช้ในเรือนจำพิเศษธนบุรี เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโดยเร็ว เช่น การกักตัวผู้ต้องขังรับใหม่ การชักประวัติและสังเกตอาการของโรคฝีดาษลิง การมีใช้ร่วมกับเจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง และต่อมน้ำเหลืองโต และมีตุ่มน้ำใส ตุ่มหนอง และตุ่มตกสะเก็ดตามความรุนแรงขงของโรคหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันยังไม่พบผู้ต้องขังรายใดมีความสัมพันธ์กับโรคฝีดาษลิง

ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ทัณฑสถานโรงพยา บาลราชทัณฑ์ เรือนจำพิเศษธนบุรี กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุบคุมโรค ได้เข้าดำเนินการควบคุมและเฝ้าระวังป้องกันการติดเชื้อดังกล่าวอย่างใกล้ชิด กรมราชทัณฑ์ เร่งกำชับให้เรือนจำและทัณฑ สถานทุกแห่งเฝ้าระวังและถือปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติ การวินิจฉัย การดูแลรักษาและเฝ้าระวังป้องกันโรคฝีดาษลิง (MPox) ตามมาตรการของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด หากพบผู้ต้องขังสงสัยติดเชื้อโรคฝีดาษลิง ให้ดำเนินการประสานโรงพยาบาลแม่ข่ายหรือหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ และรายงานการตรวจพบผู้ต้องขังติดเชื้อโรคฝีดาษลิงให้กรมราชทัณฑ์ทราบทุกรายในทันที อนึ่ง เรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่งยังไม่พบผู้ต้องขังป่วป่วยด้วยโรคดังกล่าวเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ล่าสุด กรมราชทัณฑ์ได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า “สถานการณ์การควบคุมโรคฝีดาษลิงในเรือนจำพิเศษธนบุรี” 
ตามที่เรือนจำพิเศษธนบุรี ได้รับตัวผู้ต้องขังเข้าใหม่ 1 ราย ตั้งแต่วันที่20 มกราคม 2569 ต่อมามีอาการไข้สูง และมีภาวะเนื้อตายที่บริเวณเท้า จึงส่งตัวเข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และระหว่างเตรียมการผ่าตัดที่เท้าพบว่า ผู้ต้องขังมีอาการเข้าได้กับโรคฝีดาษลิง(Monkeypox: Mpox) จึงได้ทำการเพาะเชื้อและยืนยันผลเป็นโรคฝีดาษลิง จึงได้ส่งหน่วยควบคุมการติดเชื้อดำเนินการแยกผู้ต้องขังที่มีความเสี่ยงสูงและนำแนวทางการควบคุมโรคด้วยหลักการ Bubble and Seal มาใช้ในเรือนจำเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโดยเร็ว นั้น

เรือนจำพิเศษธนบุรี ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค เข้าดำเนินการควบคุมและเฝ้าระวังป้องกันการติดเชื้อดังกล่าวอย่างใกล้ชิดตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมทั้งได้เร่งดำเนินการตรวจหาอาการผิดปกติของผู้ต้องขังในเรือนจำพิเศษธนบุรีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในวันนี้พบว่า ไม่มีผู้ต้องขังรายใดมีอาการเข้าได้กับโรคฝีดาษลิง

กรมราชทัณฑ์ ได้ประสานกับกรมควบคุมโรคเพื่อนำวัคซีนเข้ามาฉีดให้กับผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่เพื่อลดความเสี่ยงในเรือนจำโดยเร็วต่อไปทั้งนี้ เรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่ง ได้ดำเนินการเฝ้าระวังและถือปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติ การวินิจฉัย การดูแลรักษาและเฝ้าระวังป้องกันโรคฝีดาษลิง (Mpox) ที่กรมราชทัณฑ์สั่งการตามมาตรการของกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และขอยืนยันว่า เรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่งมีความปลอดภัย และไม่มีการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงแต่อย่างใด

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top