ตรุษจีนทั่วไทยคึกคัก จัดไหว้เจ้า-บรรพบุรุษ ร่วมสืบสานวัฒนธรรม

ตรุษจีนทั่วไทยคึกคัก จัดไหว้เจ้า-บรรพบุรุษ ร่วมสืบสานวัฒนธรรม

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ตรุษจีนทั่วไทยคึกคัก

จัดไหว้เจ้า-บรรพบุรุษ

ร่วมสืบสานวัฒนธรรม

ขอพรเสริมสิริมงคล

บรรยากาศไหว้เจ้าเทศกาล ตรุษจีน 2569ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาเป็นไปอย่างคึกคัก ชาวไทยเชื้อสายจีนนำครอบครัวร่วมไหว้เจ้าและบรรพบุรุษ ขอพรเสริมสิริมงคลรับปีใหม่จีน ส่วนที่ยะลา ชาวเบตงร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมของชาวจีน ขณะที่ อนามัยโพล ชี้คนไทยใส่ใจสุขภาพช่วงตรุษจีน เลี่ยง จุดธูปเผากระดาษ ลดเสี่ยง PM2.5

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศวันไหว้เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองจังหวัดสงขลาเป็นไปอย่างคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเช้า ประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีน รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีใหม่จีน โดยหลายครอบครัวจัดเตรียมเครื่องไหว้อย่างครบครัน ทั้งหมู เป็ด ไก่ ผลไม้มงคล ขนมเข่ง ขนมเทียน และกระดาษเงินกระดาษทอง เพื่อประกอบพิธีตามประเพณีอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางเสียงประทัดและกลิ่นธูปที่เพิ่มบรรยากาศของเทศกาล ภายในศาลเจ้ามีการจัดพื้นที่อย่างเป็นระเบียบ พร้อมเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าสักการะได้อย่างราบรื่น


อาม่าประภา อายุ 61 ปี ซึ่งเดินทางมาพร้อมสมาชิกในครอบครัว เปิดเผยว่า ตนมาร่วมกราบไหว้เจ้าพ่อหลักเมืองเป็นประจำทุกปี เนื่องจากอาศัยและทำมาหากินอยู่ในจังหวัดสงขลา จึงมีความศรัทธาและต้องการขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตและครอบครัว โดยในปีนี้ได้อธิษฐานขอให้สุขภาพแข็งแรง การงานการเงินมีความเจริญรุ่งเรือง รวมถึงขอให้บุตรหลานประสบความสำเร็จและทำมาหากินได้อย่างราบรื่น พร้อมกล่าวคำอวยพร “ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้” แด่พี่น้องชาวสงขลา และหวังให้ทุกคนมีความสุขตลอดปีใหม่จีน

ชาวบ้านอีกรายหนึ่งคือ นางลาวัลย์ เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาสักการะเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาอย่างต่อเนื่องมากว่า 30–40 ปี ตั้งแต่เริ่มประกอบอาชีพในจังหวัด โดยเฉพาะในฐานะผู้ประกอบอาชีพด้านอาหารทะเล การมาขอพรในช่วงเทศกาลตรุษจีนถือเป็นธรรมเนียมสำคัญที่ยึดถือมาโดยตลอด เนื่องจากเชื่อว่าจะช่วยเสริมสิริมงคลให้การออกเรือหาปลาและการทำมาหากินเป็นไปอย่างปลอดภัยและราบรื่น นอกจากนี้ยังกล่าวอวยพรให้พี่น้องประชาชนชาวสงขลามีความสุขความเจริญ และชื่นชมความสัมพันธ์อันดีของผู้คนหลากหลายวัฒนธรรมในพื้นที่ ที่อยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียวมาอย่างยาวนาน

สำหรับศาลเจ้าพ่อหลักเมืองจังหวัดสงขลา ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ประชาชนนิยมเดินทางมากราบไหว้ในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยปีนี้มีลูกหลานชาวสงขลาที่มีเชื้อสายจีนเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อร่วมสืบสานประเพณีและขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวเป็นจำนวนมาก

บรรยากาศวันไหว้เทศกาลตรุษจีน ซึ่งถือเป็นวันสิ้นปีตามปฏิทินของชาวจีน โดยในเขตเทศบาลเมืองเบตง จังหวัดยะลา คึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า ลูกหลานชาวจีนในแต่ละครอบครัวต่างได้มาช่วยกันทำอาหารต่างๆ เพื่อจัดเตรียมตั้งโต๊ะไหว้เทพเจ้า รวมถึงไหว้บรรพบุรุษ โดยหลักๆ ในพิธีไหว้ก็จะมีทั้งอาหารคาวหวาน ขนม ผลไม้มงคล และเครื่องเซ่นไหว้อย่างหมู เป็ด ไก่ สำหรับโต๊ะที่จัดเตรียมไว้จะวางไว้หน้าบ้าน เพื่อให้บุคคลในครอบครัวได้ร่วมกันไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เพื่อแสดงถึงความกตัญญู สืบสานประเพณีวัฒนธรรมของชาวจีน ตลอดจนขอพรให้เกิดความเป็นสิริมงคลต่อตนเองและครอบครัว

ขณะที่บางบ้านจะตั้งโต๊ะไหว้ตรุษจีน ทั้งไหว้เจ้าที่และบรรพบุรุษไปพร้อมกัน ซึ่งแล้วแต่ประเพณีที่ได้สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษ หลังพิธีไหว้เทพเจ้า ไหว้บรรพบุรุษ และพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว จะมีการเผากระดาษเงิน กระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษต่างๆ เพื่อเป็นการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลส่งไปให้บรรพบุรุษได้ใช้ รวมทั้งจุดประทัดเพื่อขับไล่สิ่งที่ไม่ดี สำหรับวันนี้ชาวไทยเชื้อสายจีน ทั้งผู้ใหญ่ และเด็กๆ จะสวมใส่เสื้อผ้าสีแดง สัญลักษณ์แห่งความสุข ความเป็นสิริมงคลวันตรุษจีนของชาวจีน

ชาวไทยเชื้อสายจีนในอำเภอเบตงรายหนึ่ง บอกว่า วันไหว้ตรุษจีน เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษ รุ่นสู่รุ่น แต่ละครอบครัวจะไหว้ไม่เหมือนกัน โดยบ้านตนจะยึดความสะดวก มีอะไรก็ไหว้ แต่ต้องตามประเพณี เครื่องเซ่นไหว้หลักๆ จะมี 5 ชนิด ไม่ว่าจะเป็น หมู เป็ด ไก่ หมี่ผัด กับข้าว ข้าวสวย หอยจ้อ ขนมเทียน ขนมเข่ง ถ้วยฟู ผลไม้ น้ำชา ดอกไม้ธูปเทียน และจะไหว้เจ้าที่เจ้าทางไปพร้อมกันกับไหว้บรรพบุรุษ ซึ่งการไหว้ตรุษจีนนั้นเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้ และแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษด้วย

ขณะที่วัดโพธิสัตโตเจ้าแม่กวนอิมเบตง อ.เบตง จ.ยะลา ชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ต่างพาลูกหลาน ญาติพี่น้องเดินทางเข้ามาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันอย่างต่อเนื่อง โดยชาวไทยเชื้อสายจีนส่วนใหญ่ได้เข้ามาทำพิธีกันแบบครอบครัว และเครือญาติเพื่อความเป็นสิริมงคล และความเจริญในช่วงปีใหม่ของชาวจีน รวมทั้งขอพรให้เศรษฐกิจดี ค้าขายเจริญรุ่งเรือง ครอบครัวอยู่ร่มเย็นเป็นสุข และขอให้เกิดความสันติสุขในพื้นที่

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เทศกาลตรุษจีนปี 2569 ซึ่งตรงกับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ถือเป็นวันสำคัญของชาวไทยเชื้อสายจีน มีการไหว้เจ้า และไหว้บรรพบุรุษ กรมอนามัยได้สำรวจความคิดเห็นและพฤติกรรมประชาชนเกี่ยวกับกิจกรรมช่วงตรุษจีน การเลือกซื้ออาหารและของไหว้ รวมถึงการป้องกันสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 สำรวจข้อมูลระหว่างวันที่ 1–31 ธันวาคม 2568 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,044 คน ผลสำรวจ พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ ร้อยละ 50.8 มีแผนไปซื้อของไหว้ในวันจ่าย รองลงมา ร้อยละ 49.0 มีแผนไหว้เจ้าและไหว้บรรพบุรุษ ขณะที่ร้อยละ 31.1 ไม่มีแผนทำกิจกรรมดังกล่าวในช่วงตรุษจีน สะท้อนถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตที่หลากหลายมากขึ้นในสังคมปัจจุบัน สำหรับการเลือกซื้อของไหว้ ผู้ตอบส่วนใหญ่ ร้อยละ 68.9 มีแผนจะซื้ออาหารหรือของไหว้ในวันตรุษจีน

โดยผู้ตอบระบุว่าจะเลือกจากความสะอาดและความปลอดภัยของแหล่งจำหน่ายเป็นปัจจัยหลัก ร้อยละ 32.1 รองลงมาคือ จากแหล่งที่ได้รับมาตรฐานหรือมีป้ายรับรองจากทางราชการ ร้อยละ 26.8 และจากแหล่งจำหน่ายที่มีความน่าเชื่อถือ ร้อยละ 10.8 โดยส่วนใหญ่นิยมซื้อจากห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ต ร้อยละ 73.2 รองลงมาคือ ตลาดสด ร้อยละ 68.4 และการสั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์ ร้อยละ 18.2 ทั้งนี้ หลังเสร็จพิธีไหว้ ส่วนใหญ่จะจัดการอาหารตามหลักสุขาภิบาล โดยอุ่นร้อนก่อนบริโภค ร้อยละ 60.5 บริโภคทันที ร้อยละ 21.9 และเก็บรักษาอาหารไว้ในตู้เย็นเพื่อบริโภคภายหลัง ร้อยละ 8.1 เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคจากอาหารเป็นสื่อ กรมอนามัยแนะหลัก 4 ล. ได้แก่

1) ล. เลือก เลือกซื้ออาหาร เซ่น ไหว้ จากแหล่งที่เชื่อถือได้ หรือมีป้ายรับรองของราชการ 2) ล. ล้าง ล้างผัก-ผลไม้ และเนื้อสัตว์ให้สะอาดก่อนนำมาปรุงประกอบอาหาร 3) ล. เลี่ยง เลี่ยงปรุงอาหารที่ใช้น้ำมันหรือไขมันมาก และปรุงประกอบอาหารให้สุกด้วยความร้อนอย่างทั่วถึง 4) ล. ลด อาหารที่มาจากแป้งและน้ำตาล ควรทานอาหารไหว้เจ้าประเภท Low Carb หรือคาร์โบไฮเดรตต่ำเปลี่ยนเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง ไขมันต่ำ มีวิตามินและกากใยสูง เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs

นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีนมักตรงกับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 สูง ในหลายจังหวัด โดยผลอนามัยโพล ยังพบว่า ประชาชนให้ความสำคัญและมีการจัดกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดฝุ่น ได้แก่ การจุดธูปหรือเทียน ร้อยละ 12.3 การเผากระดาษเงินกระดาษทอง ร้อยละ 10.1 และการจุดประทัด ร้อยละ 7.0 ขณะที่พฤติกรรมป้องกันตนเองจากฝุ่น พบว่า ประชาชนให้ความสำคัญกับการลดแหล่งกำเนิดฝุ่นเป็นอันดับแรก คือ หลีกเลี่ยงจุดธูปหรือเผากระดาษเงินกระดาษทอง ร้อยละ 65.0 สวมหน้ากากเพื่อป้องกันฝุ่น ร้อยละ 61.4 และทำความสะอาดที่พักอาศัยให้สะอาดปลอดฝุ่น ร้อยละ 60.1

กรมอนามัยขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันปรับพฤติกรรมในช่วงเทศกาลตรุษจีน ด้วยการลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่น เลือกวิธีการประกอบพิธีกรรมที่เป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการดูแลกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้การเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนเป็นไปอย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากฝุ่น PM2.5 และส่งเสริมสุขภาพที่ดีของประชาชน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top