ซุบซิบกทม.:18 กุมภาพันธ์ 2569

ซุบซิบกทม.:18 กุมภาพันธ์ 2569

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ซุบซิบกทม.

การเมืองกำลังวุ่นวายสุกดิบสุดๆ เพราะประหลาดพิลึกพิลั่นฟั่นเฟือน บัตรลงคะแนนรับมาเท่ากัน แต่ปรากฎหลายจังหวัดบัตรกลับผสมพันธุ์ออกลูกหลานกันอยู่ในกล่อง จนสามารถมองเห็นจุดดำจุดดับในวันข้างหน้าได้น่าสะพรึงกลัวไม่น้อยทีเดียว และนั่นอาจเป็น“เงามรณะ“ซึ่งต้องจับตามองต่อไป ชนิดกะพริบตาไม่ได้เลยก็ว่าได้ เนื่องจากปรากฎการณ์ดังกล่าวส่งกลิ่นไปทั่วทั้งประเทศเกี่ยวกับความเชื่อถือ ศรัทธาไว้วางใจ แต่ช่วงการเมืองวุ่นวาย “ไผ่ฎำ” ขอพักการเมืองไว้ก่อน เพราะสิ่งที่ว่าเรียบร้อยจะไม่เรียบร้อยหากความรู้สึกของประชาขาดความเชื่อมั่น...ละจากข่าวการเลือกตั้งที่มีส่วนละม้ายคล้ายกับเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2500 อันสุดสกปรก ก็แทบไม่น่าเชื่อว่าอีกมุมหนึ่งที่ทำให้ประชาชนเจ็บปวดเหมือนถูกบีบหัวใจสาหัสสากรรจ์ คือ กฎหมายใหม่ที่ออกมาบังคับใช้เกี่ยวกับมาตรการด้านจราจรเข้มข้นหนักหน่วง ซึ่งถ้าประชาชนคนใช้รถใช้ถนนฝ่าฝืน เช่น ไม่มีใบขับขี่ ,ไม่รัดเข็มขัดนิรภัยทั้งด้านหน้าด้านหลัง ,ไม่จัดให้เด็กนั่งตามกฎหมายกำหนด,ไม่ปิดแผ่นป้ายทะเบียน ฯลฯ สรุปใครกระทำผิดกฎหมายจราจรลักษณะนี้ปรับ 2,000 บาท ...กฎนี้งานนี้ประชาชนคนใช้รถต่างโอดครวญถอนใจ พร้อมตั้งคำถาม”ประเทศนี้กำลังป่วยทางจิตอะไรหรือเปล่า “ข้อบังคับหรือกฎออกได้ แต่ไม่ควรโหดเหี้ยมมากนัก ประชาชนเงินเดือนเท่าเดิม ข้าวของเครื่องใช้รัฐฯควบคุมไม่ได้ เศรษฐกิจแย่ เข้าห้างฯ นายทุนต่างผลักภาระภาษีลูกค้ารับผิดชอบ ขณะที่นายทุนสามานย์แต่งบัญชีภาษี ชาวบ้านจ่ายเต็ม ...การบังคับใช้กฎหมายจราจรเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ควรโหดน่าเกลียดเกินไป ประเด็นการทำผิดพินัยจราจรถ้าแก้กันจริงๆไม่ใช่เรื่องยาก หรือถ้าหน่วยงานรับผิดชอบ หรือรัฐบาลปลูกฝังจิตสำนึกบัญญัติบังคับไว้ในบทเรียนเสียแต่เยาว์วัย ปัญหานี้วันนี้คงไม่เกาะเป็นดินพอกหางหมู...ที่จริงวิธีแก้ปัญหาที่ได้ผลรวดเร็วถูกต้องเหมาะสมมากที่สุด มากกว่าการตามจิกถอนขน หรือถูกผู้คนสังคมมองว่าเป็นการรีดเงินจากคนใช้รถใช้ถนน คือ ถ้าพบว่าใครทำผิดกฎหมายจราจร ตำรวจจับแล้วส่งประวัติเข้าขนส่ง ผิดครั้งแรกอภัยได้ ครั้งที่สองสามขนส่งงดต่อใบอนุญาตกี่เดือนกี่ปีว่าไป หรือถ้าพฤติกรรมโรคจิตทำซ้ำซากต้องหยุดใช้รถแล้วส่งตัวไปทำประโยชน์แก่สาธารณะ  แน่นอนหากหน่วยงานเกี่ยวข้องใช้สมองสร้างสรรค์ดังกล่าวปัญหาทรามๆเกี่ยวกับพินัยจราจรจะน้อยหรือหมดไป...การจับปรับรุนแรงอ้างตัวเลข 2,000 บาท คล้ายเหมือนตำรวจประเทศนี้เข้าใจว่าผู้ใช้รถใช้ถนนล้วนร่ำรวยเงินทองกันมากหน้าหลายตาอย่างไรอย่างนั้น ...ที่สำคัญการตั้งกฎกติกาดังกล่าว มีการวิพากษ์วิจารณ์ลั่นทีเดียวว่า เหมือนเปิดทางหรือสนับสนุนให้มีการรีดไถหนักเข้าไปอีก เนื่องจากปัจจุบันก็มีการนำกลิ่นคาวๆประจานอยู่บ่อยครั้ง ทั้งหมดนี่เป็นเสียงของประชาชนคนใช้รถใช้ถนนที่เขาบอกว่าเดือดร้อน...


ไผ่ฎำ

036

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top