มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 18-24 ก.พ.69

มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 18-24 ก.พ.69

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.58 น.

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 18 กุมภาพันธ์  - 24 กุมภาพันธ์ 2569 ดังนี้

คาดหมายอากาศทั่วไป 18 – 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569


ในช่วงวันที่ 18 - 20 ก.พ. 69 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมีแนวพัดสอบบริเวณของลมตะวันออกเฉียงใต้และลมตะวันตกเฉียงใต้ปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเนื่องจากลมตะวันออกพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ในช่วงวันที่ 21 – 24 ก.พ. 69 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง ในขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับในช่วงวันที่ 23 – 24 ก.พ. 69 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นและลมกระโชกแรงบางแห่ง สำหรับภาคใต้จะมีฝนลดลงแต่ยังคงมีฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงกำลังอ่อนพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

ข้อควรระวัง

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองที่จะเกิดขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง หรืออยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ส่วนเกษตรกรควรเตรียมป้องกันผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยงไว้ด้วย ตลอดช่วง 

คาดหมายอากาศรายภาค 18 – 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 18 - 21 ก.พ. 69 อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่งลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 - 15 กม./ชม.ส่วนในช่วงวันที่ 22 - 24 ก.พ. 69 อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่งลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 - 15 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 16 – 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 38 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 7 - 15 องศาเซลเซียส 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 18 - 20 ก.พ. 69 อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง อุณหภูมิลดลง 1 – 2 องศาเซลเซียสลมตะวันออก ความเร็ว 10 - 30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 18 – 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 - 36 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 21 - 24 ก.พ. 69 อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 - 40  ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่งลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 - 20 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 19 – 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34 - 37 องศาเซลเซียสบริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13 - 18 องศาเซลเซียส 

ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 18 – 20 ก.พ. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากทางตอนล่างลมตะวันออก ความเร็ว 10 - 20 กม./ชม.ส่วนในช่วงวันที่ 21 - 24 ก.พ. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 - 30  ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่งลมใต้ ความเร็ว 10 - 20 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 37 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 18 - 20 ก.พ. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ลมตะวันออก ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรส่วนในช่วงวันที่ 21 - 24 ก.พ. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 - 40 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่งลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 - 30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 24 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 37 องศาเซลเซียส

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 18 – 20 ก.พ. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานี ขึ้นมา: ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตรตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราช ลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 20 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรในช่วงวันที่ 21 – 24 ก.พ. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานี ขึ้นมา: ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราช ลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 22 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 36 องศาเซลเซียส 

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 18 – 20 ก.พ. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ลมตะวันออก ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 - 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรส่วนในช่วงวันที่ 21 – 24 ก.พ. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ลมตะวันออก ความเร็ว 15 - 30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 24 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 37 องศาเซลเซียส

กรุงเทพและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 18 – 20 ก.พ. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่งลมตะวันออก ความเร็ว 10 - 20 กม./ชม.ส่วนในช่วงวันที่ 21 - 24 ก.พ. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 - 40  ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่งลมใต้ ความเร็ว 10 - 20 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 – 37 องศาเซลเซียส

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top