ปอท.บุกรวบผู้ต้องหาตระเวนกดเงินให้แก๊งคอลฯ

ปอท.บุกรวบผู้ต้องหาตระเวนกดเงินให้แก๊งคอลฯ

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.34 น.

ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) หรือ CIB รวบผู้ต้องหาตระเวนกดเงินสด ป้อนเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์

วันนี้ (23 ก.พ.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์  เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) หรือ CIB มอบหมายให้ พล.ต.ต.ชนันนัทธ์  สารถวัลย์แพศย์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พ.ต.อ.กฤษฎาพร ปานโปร่ง, พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ, พ.ต.อ.จักรกริช  เสริบุตร รอง ผบก.ปอท. พ.ต.อ.ภานุภัท กิตติพันธ์ ผกก.1 บก.ปอท. พ.ต.ท.เอกพล แสงอรุณ รอง ผกก.1 บก.ปอท. พ.ต.ท.ธีรภพ พันธุชาติ , พ.ต.ท.พรเสกข์ เชาวสันต์ , ว่าที่ พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ ตาแว่น


สว.กก.1บก.ปอท.นำกำลังจับกุม นายทินกร อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 832/2569 ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 และนายรุ่ง อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 829/2569 ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้า สู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และสมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน จับกุมนายทินกร ได้ที่บ้านพักพื้นที่หมู่ 8 ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ส่วนนายรุ่ง จับกุมได้ที่บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าใน ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากตำรวจ กก.1 บก.ปอท.ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากผู้เสียหาย อายุ 44 ปี เมื่อวันที่ 13  ต.ค.2568 ว่ามีผู้ใช้บัญชีติ๊กต๊อก ทักหาและขอเพิ่มเป็นเพื่อนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งต่อมาได้มีการพูดคุยกันทางไลน์ โดยบุคคลดังกล่าวชักชวนให้ลงทุนซื้อขายเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี ผ่านเว็บไซต์ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและได้โอนเงินเพื่อลงทุน โดยครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 สามารถลงทุนและถอนเงินได้ ตามปกติ ต่อมาการลงทุนครั้งที่ 3 , 4 และ 5 ที่ผู้เสียหายได้โอนเงินลงทุนไป ปรากฏว่าไม่สามารถถอนเงินได้ จากนั้น มาคิดทบทวนจึงเชื่อว่าถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพ ซึ่งผู้เสียได้โอนไปทั้งสิ้น 5 ครั้ง ยอดความเสียหายรวม 135,090 บาท จึงเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอท. เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับคนร้ายให้ถึงที่สุด จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญาและสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าว เพื่อดำเนินคดีต่อไป

สำหรับพฤติการณ์และการกระทำของผู้ต้องหา ได้รับการว่าจ้างจากนายหน้า (อยู่ระหว่างสืบสวนจับกุม)ให้ทำการตระเวนถอนเงินจากตู้เอทีเอ็ม ตามสถานที่ต่างๆ โดยได้รับค่าจ้างในการถอนเงิน คิดเป็นเงินแสนละหนึ่งพันบาท ต่อการถอนแต่ละครั้ง และนำไปส่งให้แก่นายหน้า โดยในการถอนเงินแต่ละครั้งนายหน้าจะเป็นคนจัดหาบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มมาให้หรือในบ้างครั้งก็จะใช้บัญชีของตนเองในการรับและถอนเงิน ซึ่งตอกย้ำรูปแบบที่คนร้ายใช้บัญชีม้าเป็นศูนย์กลางในการรับเงินจากเหยื่อ ถอนเงินสดทันที และส่งต่อให้เครือข่ายต่างชาติจนยากต่อการติดตามเส้นทางเงิน หากขาดการสืบสวนรวดเร็วของเจ้าหน้าที่ ก่อความเสียหายเป็นวงกว้างและต่อเนื่องในหลายท้องที่ สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

015

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top