วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
‘บิ๊กเล็ก’ซัดเขมร
ฉะทหารกัมพูชาไร้วินัย
เผาป่าป่วนชายแดนไทย
“บิ๊กเล็ก” สายตรง “เตีย เซยฮา” โวยทหารเขมร ไร้วินัยเผาป่า ก่อกวนชายแดนไทย-เขมร หวั่นกระทบ กระทั่งเกิดเหตุบานปลาย เตือนหยุดปั่นเฟกนิวส์ใส่ร้ายไทย หนุนกองทัพสร้างรั้วถาวร-รั้วอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะที่บ้านคลองลึก-ทมอดา
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ที่กองทัพอากาศ พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังประชุมสภากลาโหมถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีไฟไหม้ป่าเกิดขึ้นต่อเนื่องว่า เรื่องนี้ไม่ได้หารือในที่ประชุมสภากลาโหม แต่ตนติดตามมาตลอด ตั้งแต่ต้นการเริ่มเผาครั้งแรก และติดต่อไปยัง พลเอกเตีย เซรยฮา รัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชาว่าทหารกัมพูชาไม่มีวินัย มีการเผาป่าตามแนวชายแดน ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนไม่สบายใจและแจ้งรมว.กลาโหมกัมพูชาไปว่า เรื่องเดิมที่ไทยกังวลคือ การวางทุ่นระเบิด ล่าสุดก็คือเรื่องทหารกัมพูชาเผาป่าตามแนวชายแดน ซึ่งอาจเกิดการกระทบกระทั่งกันได้ในที่สุด หากกัมพูชาคิดว่าจะแก้ปัญหาโดยสันติจริง ไม่ควรทำวิธีนี้ เพราะถ้าไฟลุกลามมายังฝั่งไทยแล้ว อาจทำให้มีปัญหาบานปลายได้ แต่พบว่าเขาก็ยังทำอยู่ จึงย้ำเตือนไปอีกครั้ง
เตือนเขมรหยุดเผาป่า-*ปั่นเฟกนิวส์
รมว.กลาโหมกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีกรณีทหารกัมพูชาชอบโกหก เฟกนิวส์ กล่าวหาทหารไทยกระทำต่อทหารกัมพูชา ล่าสุดที่กล่าวหาว่าทหารไทยไปยิงจนทำให้ทหารกัมพูชาบาดเจ็บ ซึ่งตามหลักฐาน และด้วยสติปัญญาของวิญญูชน ดูออกว่าไม่ใช่แผลจากการยิง และเตือนฝ่ายกัมพูชาไปแล้ว
เล็งสร้างรั้วถาวรบ้านคลองลึก-ทมอดา
ส่วนเรื่องการสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา 798 กิโลเมตรนั้น พลเอกณัฐพลกล่าวว่า เมื่อเราปฏิบัติการทางทหารครั้งล่าสุดแล้วเรายึดได้ เราจำเป็นต้องยึดต่อไป เพราะทหารกัมพูชาส่วนใหญ่ที่ส่งมารอบนี้ไม่มีวินัย อาจรุกล้ำมาได้ ก็ต้องคงกำลังต่อไป อย่างไรก็ตาม ยอมรับความจริงว่าไม่สามารถคงกำลังอย่างนี้ตลอดไปได้ เพราะใช้งบประมาณจำนวนมาก จึงฝากให้คณะผู้บัญชาการทางทหารพิจารณา พื้นที่ใดต้องคงกำลังไว้ก็คงไว้ เพราะต้องรักษาพื้นที่ ส่วนพื้นที่ไหนมีการเข้าออกพลุกพล่าน เช่น บ้านคลองลึก จ.สระแก้ว ทมอดา จ.ตราด อาจจำเป็นต้องสร้างรั้วถาวรก็ต้องสร้าง ผสมกับรั้วอิเล็กทรอนิกส์ในบางพื้นที่ มีกล้องซีซีทีวีติดโดยรอบ ซึ่งเราพยายามประหยัดงบกองทัพให้มากที่สุด
พลเอกณัฐพลกล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่ไหนสามารถสร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ ไม่ว่าภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ ช่องอานม้าและช่องบก จ.อุบลราชธานี หรือสร้างเป็นอนุสรณ์สถาน เพื่อให้ประชาชนไปท่องเที่ยว ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวตลอดเวลา จะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ว่ามีฝ่ายเพื่อนบ้านมารุกรานหรือไม่ นอกจากนี้ จะหาที่ทำกินให้ทหารผ่านศึก ในลักษณะหมู่บ้านป้องกันตัวเองชายแดน ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็เห็นชอบด้วย ซึ่งถ้าทำครบทั้ง 5 ด้านแล้วก็สามารถถอนกำลังออกมาได้
แฉเขมรจงใจเผาป่าก่อกวนไทยไม่หยุด
วันเดียวกัน เพจ Army Military Force โพสต์คลิปและข้อความระบุ ทหารไทยบนฐานปฏิบัติการแนวหน้าได้บันทึกภาพเหตุการณ์ ขณะทหารกัมพูชาจงใจจุดไฟเผาป่าในพื้นที่สวนมะม่วง เพื่อสร้างสถานการณ์ก่อกวนอีกครั้ง ส่งผลให้เพลิงลุกลามต่อเนื่องในพื้นที่ชายแดน ต่อมาเกิดเหตุลมพัดหวนบริเวณชายแดน ทำให้ไฟป่าที่ทหารกัมพูชาจุดเผาเพื่อก่อกวนทหารไทย ย้อนกลับเข้าสู่ฝั่งจังหวัดบันเตียเมียนเจยของกัมพูชา โดยเปลวไฟลุกลามเข้าพื้นที่ป่า หล่งทำรังของนกนับพันตัว ส่งผลให้นกที่กำลังกกไข่ต้องบินหนีตายเต็มท้องฟ้า
ทร.ยันจับเรือเขมรเขตน่านน้ำไทย
มีความเคลื่อนไหวอีกด้านหนึ่ง หลังเกิดกระแสกล่าวอ้างจากกัมพูชาว่าเจ้าหน้าที่ไทยรุกล้ำเข้าไปจับกุมเรือประมงในน่านน้ำกัมพูชา โดยกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์เมื่อคืนวันที่ 22 กุมภาพันธ์ระบุ กัมพูชายื่นประท้วงอย่างเป็นทางการต่อกรณีที่เรือของกองทัพเรือไทย ปรากฏตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต และบังคับใช้กฎหมายโดยมิชอบในน่านน้ำอาณาเขตของกัมพูชาเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์
แถลงการณ์ระบุต่อว่า ไทยจับกุมชาวกัมพูชา 3 คน พร้อมยึดเรือประมง ห่างจากเกาะยอ จังหวัดเกาะกงของกัมพูชาประมาณ 7.2 ไมล์ทะเล ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดอธิปไตยและน่านน้ำของกัมพูชาชัดเจน รวมถึงเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
ล่าสุด กองทัพเรือ (ทร.) ได้เปิดไทม์ไลน์ปฏิบัติการของเรือตรวจการณ์ ต.996 ซึ่งยืนยันว่าการจับกุมเกิดขึ้นในเขตน่านน้ำไทย ห่างจากเส้นแบ่งเขตแดนทางทะเลไทย–กัมพูชา เข้ามาประมาณ 2 ไมล์ทะเล (Nm)
โดยวันที่ 22 กุมภาพันธ์ เวลา 07.00 น. เรือ ต.996 ออกจากท่าเรือคลองใหญ่ อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด เพื่อปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบ ก่อนพบเรือต้องสงสัย กระทั่งเวลา 09.30 น. ตรวจพบเรือประมงไม่มีสัญชาติ ทำการประมงอยู่ในน่านน้ำไทย โดยรุกล้ำเข้ามาจากเส้นแบ่งเขตแดนทางทะเลไทย–กัมพูชา ประมาณ 2 ไมล์ทะเล เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นและจับกุม การจับกุมอาศัยอำนาจตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารเรือปราบปรามการกระทำความผิดบางอย่างทางทะเล พ.ศ. 2490 สามารถควบคุมเรือได้พิกัด Lat 11° 32.63’ N Long 102° 50.54’ E หรือแบริ่ง 185 ระยะ 13.4 ไมล์ จากท่าเรือคลองใหญ่ และห่างจากเส้นเขต 211 ประมาณ 1 ไมล์ทะเลจากพิกัดที่ตรวจพบยืนยันการจับกุมเป็นไปตามกฎหมายและอยู่ในเขตอธิปไตยทางทะเลของไทยชัดเจน
จับลูกเรือเขมร3คน-ยึดเรือเถื่อน
ทร.ยังชี้แจงอีกว่า จากการตรวจสอบพบลูกเรือ 3 คน เป็นชาวกัมพูชา ไม่พบเอกสารประจำเรือและเอกสารประจำตัวลูกเรือ ทั้งหมดรับสารภาพว่า รับจ้างเถ้าแก่ชาวกัมพูชา รวมกลุ่มเรือหลายลำออกทำการประมง พร้อมอ้างว่าไม่ทราบว่าได้เข้ามาในน่านน้ำไทย ทราบชื่อผู้ควบคุมเรือและลูกเรือสามคน ประกอบด้วย 1.นายงึม ร็วด อายุ 33 ปี สัญชาติกัมพูชา ผู้ควบคุมเรือ 2.นายจูน เพียบ อายุ 41 ปี สัญชาติกัมพูชา ลูกเรือ 3.นายเนียง จานรา อายุ 26 ปี สัญชาติกัมพูชา ลูกเรือ
ส่วนเรือลำดังกล่าว เป็นเรือไร้สัญชาติ เครื่องยนต์ไม่มีหมายเลข ตัวเรือเป็นเรือประมงทำด้วยไม้ ทาสีเขียวคาดขาว เก๋งสีขาว ไม่มีชื่อเรือและไม่มีหมายเลขหัวเรือ ขนาดกว้างประมาณ 3 เมตร ยาว 11 เมตร สูง 1.5 เมตร ติดตั้งเครื่องยนต์ HYUNDAI 4 สูบ 1 เครื่อง แต่ไม่พบหมายเลขเครื่องยนต์ หลังการจับกุม เรือ ต.996 ได้ควบคุมเรือและลูกเรือทั้งหมดกลับมายังท่าเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ จังหวัดตราด เพื่อดำเนินคดีต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี