วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
รอบรั้วเมืองใต้ในหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับนี้ ผู้เขียนขอเข้าร่ายข่าวสังคม ชมคนที่ควรชม ข่มคนที่ควรข่ม ตามวิสัยคนหนังสือพิมพ์อาชีพ ที่เห็นมาอย่างไร ก็เขียนไปอย่างนั้น....เรื่องการ เลือกตั้ง ที่มี ปัญหา เกิดขึ้น มากมาย ที่ทุกนิ้ว ของทุก ภาคส่วน จาก ชี้ ไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ว่าเป็นผู้ที่ต้อง รับผิดชอบ ทั้งเรื่อง บัตรเขย่ง เรื่อง จำนวน บัตรเลือกตั้ง ที่ไม่เท่ากัน โดยเฉพาะเรื่องของ บัตรเลือกตั้ง ที่มีประเด็นของ บาร์โค๊ด และ คิวอาร์โค๊ด ที่ถูกตั้ง คำถาม ทั้งจาก นักการเมือง ที่ แพ้การเลือกตั้ง และจาก นักกฎหมาย นักวิชาการ ที่มีความเห็นเป็น สองฝักสองฝ่าย แต่ต่าง ยื่นเรื่องไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศาลปกครอง ผู้ตรวจราชการแผ่นดิน และ ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่ง สุดท้ายแล้ว เรื่องของความ สงสัย ใน การเลือกตั้งว่า โปร่งใส หรือไม่ โปร่งใจ ในเรื่องของความลับ ของการ ลงคะแนน ต้อง จบลงที่การ วินิจฉัย ของ ศาลรัฐธรรมนูญ.....ที่น่าสนใจ คือความเห็นของ 2 เนติบริกร หรือ กูรู ทางด้าน กฎหมาย อย่าง วิษณุ เครืองาม และ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่มีความเห็น ต่างกัน ใน ข้อกฎหมายเดียวกัน โดยเฉพาะ คำว่าอย่า เหาะเกินลงกา ที่ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ให้คำ จำกัดความ ในการ ตีความ เรื่อง การลงคะแนนที่เป็น ความลับ ที่ สำคัญ กูรู ด้าน กฎหมาย ที่เป็น เนติบริกร ให้กับ อดีต รัฐบาลเพื่อไทย และ ภูมิใจไทย ต่างเป็นคนปักษ์ใต้ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทั้งคู่..... และเพื่อให้ ประเทศไทย เดินไปข้างหน้า ด้วยความ รวดเร็ว รวมทั้งยุติความ เห็นต่าง ใน ข้อ กฎหมาย ที่เกี่ยวกับการ เลือกตั้ง ครั้งนี้ เพื่อให้ มีการ จัดตั้ง รัฐบาล ตาม กรอบเวลา หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการ ส่งเรื่องที่ได้รับการ ร้องเรียน ให้ ศาลรัฐธรรมนูญ ทำการ วินิจฉัย โดยเร็ว คือ ทางออก สำหรับ ประเทศไทย ในวันนี้..... ถ้า ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดย เห็นว่าการที่ บัตรเลือกตั้ง ที่มี บาร์โค๊ด และ คิวอาร์โค๊ด ไม่เป็น ความลับ สามารถ ล่วงรู้ ได้ว่าผู้ เลือกตั้ง เลือกใคร ก็ จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่ง แน่นอนว่า ต้องใช้ งบประมาณเพื่อการเลือกตั้ง แต่ก็ จำเป็น เพราะ ประเทศ ต้อง มี หลักการ ในการ ปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญ ไม่อย่างนั้น จะมี รัฐธรรมนูญ ไว้เพื่ออะไร และถ้ามีการ เลือกตั้งใหม่ นักการเมือง ที่ใช้เงินในการ ซื้อเสียง ก็จะต้องใช้เงิน จำนวนมหาศาล เพื่อการ ซื้อเสียง ซึ่ง หากมีการ เลือกตั้งใหม่ ผลของการ เลือกตั้ง อาจจะพลิกผัน ไม่เหมือนเดิม เพราะ เงิน ที่ใช้ในการ ซื้อเสียง ถูกใช้หมดแล้ว ในการ เลือกตั้งที่ผ่านมา เลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ ก็ดีนะ จะได้ แก้เผ็ด นักการเมืองที่ใช้เงินเพื่อปูทางเข้าสภาผู้แทนฯ และเป็นการทำให้ เงินสะพัด เป็นหมื่นล้าน อีกครั้ง แต่ โดย ส่วนตัว เชื่อว่า ไม่มีการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ เพราะฝ่ายที่เห็นว่าต้องเลือกตั้งใหม่ เพราะการ เลือกตั้ง ที่ผ่านมา ไม่เป็น ความลับ เป็นการตีความแบบ เหาะเกินลงกา อย่างที่ เนติบริกร อย่าง บวรศักดิ์ อุวรรณโน ว่าไว้นั้นแหละ.....ดังนั้นการที่ พรรคภูมิใจไทย เดินหน้า ในการ จับขั้ว เพื่อ จัดตั้ง รัฐบาล ในการ สร้างความเชื่อมั่นให้กับ ประชาชน เพื่อให้เห็นภาพการเป็น รัฐบาล ที่มี เสถียรภาพ เพื่อเป็น ทางรอด ของ ประเทศไทย จึงเป็นสิ่งที่ ถูกต้อง เพราะไม่เพียงแต่ ประชาชนไทย และ กลุ่มทุน กลุ่มธุรกิจ ที่ จับตามองการ ฟร์อมรัฐบาล ของ พรรคภูมิใจไทย นานาประเทศ ก็ จับตา การ ก้าวย่าง ของ พรรคภูมิใจไทย ในการ จัดตั้งรัฐบาล ซึ่งหาก นานาประเทศ มั่นใจ ใน เสถียรภาพ ของ รัฐบาลไทย การค้า การลงทุน ก็จะ กระเตื้อง ขึ้น เศรษฐกิจ ของประเทศก็จะดีขึ้น ประชาชนก็จะได้ อานิสงส์ ไปด้วย ที่ สำคัญ วันนี้ นานาประเทศ เรียกประเทศไทยว่า คนป่วยแห่งเอเชีย ซึ่ง รัฐบาล จะต้องแก้คำ สบประมาท นี้ให้ได้....สาเหตุหนึ่งที่ ประเทศไทย ถูก นานาประเทศ ให้ สมญานาม ว่า เป็น คนป่วยแห่งเอเชีย คือ ดัชนี การ ทุจริตคอร์รัปชั่น ที่ ประเทศไทยถูกจัดอันดับที่ 116 ใกล้กับอับดับของ ประเทศฟิลิปปินส์ กัมพูชา และ เมียนมา ประเด็นปัญหาของการ ทุจริต คอร์รัปชั่น คือรากเหง้าในการสร้างความ หายนะ ให้กับ ประเทศไทย ซึ่งแต่ละ รัฐบาล ที่ผ่านมา ให้ความสำคัญแต่ในเรื่อง คำพูด แต่ไม่ได้มีการ ปฏิบัติ ให้เห็นอย่างเป็น ขบวนการ และไม่เคยหยิบขึ้นมาเพื่อให้เป็น วาระแห่งประเทศ เพื่อการ ปฏิบัติ อย่างจริงจัง ก็ต้องติดตามดู และ สังคม ทุกภาคส่วน ออกมามา กระทุ้ง ให้ รัฐบาล ชุดใหม่ นำเรื่องการ ทุจริตคอร์รับปชั่น ให้เป็น วาระแห่งชาติ และ แก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง ไม่อย่างน้อย ยากยิ่ง ที่ ประเทศไทย จะ ก้าวข้าม ความเป็น คนป่วยแห่งเอเชีย .....การ จับขั้ว ในการจัดตั้ง รัฐบาล ของ พรรคภูมิใจไทยครั้งนี้เป็นการ เดินหมาก ของ นักการเมืองที่ กูรูทางการเมืองอย่าง ซือแป๋ ต้อง เรียกพี่ ตั้งการ รวมพรรคเล็กพรรคน้อย ให้เป็นผู้ สนับสนุน ให้ อนุทิน ชาญวีรนกุล เป็น นายกรัฐมนตรี ตามมาด้วยการเดินเข้ามา ร่วมรัฐบาล อย่าง เจียมเนื้อเจียมตน ของ พรรคเพื่อไทย และที่ เซอร์ไพร์ ที่สุดคือ การที่ พรรคประชาชาติ พรรคที่มี 5 เสียง และถูกมองว่าเป็นพรรคที่ ตรงข้าม กับ พรรคภูมิใจไทย ใน บริบทการเมืองที่ผ่านมา กลับมี มติพรรค ให้การ สนับสนุน พรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้ง รัฐบาลในครั้งนี้ ซึ่งผู้นำคณะของ พรรคประชาชาติ ไป มอบตัวคือ ซูกาโน มะทา เลขาธิการพรรค โดย ปราศจาก หัวหน้าพรรคอย่าง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เรื่องนี้แม้ พรรคประชาชาติ จะอ้างว่าเป็น มติพรรค แต่ก็สร้างความ กังขา ให้กับ ประชาชน ใน สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เป็น ฐานเสียงของ พรรคประชาชาติ เป็นอย่างยิ่ง.....
ปรีชา สถิตเรืองศักดิ์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี