พบร่างหนุ่ม19ฝังดินอำพรางป่ายูคาฯ ศรีสะเกษ เพื่อนวิ่งเลือดโชกขอชาวบ้านช่วย

พบร่างหนุ่ม19ฝังดินอำพรางป่ายูคาฯ ศรีสะเกษ เพื่อนวิ่งเลือดโชกขอชาวบ้านช่วย

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.41 น.

1 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งว่ามีคนพบศพเป็นวัยรุ่นชาย ถูกฝังดินอยู่ในป่ายูคาใกล้กับหลังวัดบ้านไม้แก่น จึงรีบออกไปตรวจสอบ พอไปถึงที่เกิดเหตุเป็นป่ายูคา อยู่บ้านไม้แก่น ตำบลสำโรงพลัน อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อม เจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างจิตศรีสะเกษธรรมสถาน จุดไพรบึง จุดขุนหาญ และจุดขุขันธ์ กำลังตรวจที่เกิดเหตุและตรวจสภาพศพ

โดยที่เกิดเหตุพบ ศพเป็นชายวัยรุ่น ทราบชื่อต่อมาคือ นายสิทธิศักดิ์ หรือ มิกซ์ แทนพัน อายุ 19 ปี สวมกางเกงยีนขายาวสีดำ เสื้อแขนยาวสีดำ สภาพถูกฝังใต้ดิน หลุมลึกประมาณ 20 ซม. ยาวประมาณ 1.9 เมตร โดยมีใบไม้ปกคลุ่มอำพรางที่ฝังศพอยู่ ตรวจภายในตัวพบมีเงิน 100 บาท มีไฟแซ็ค 1 อัน จากการตรวจสภาพศพมีร่องรอยถูกของมีคม และแหลม แทงเข้าร่างกายกว่า 30 แผล บริเวณที่เกิดเหตุพบรองเท้า 1 คู่ คาดว่าจะเป็นของผู้ตาย ซองบุหรี่ ขวดสปาย1ขวด และยังพบมีดปลายแหลมยาว ประมาณ15 ช.ม.สภาพหัก ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ และยังพบรอยกองเลือดอยู่หลายจุดในที่เกิดเหตุ


จากการสอบถามชาวบ้านไม้งานยังพบว่าคืนเกิดเหตุเวลาประมาณก่อนเที่ยงคืน ยังมีวัยรุ่นชายอีก 1 คน ที่บาดเจ็บไปขอความช่วยเหลือทราบชื่อต่อมาคือนายกิตติศักดิ์  (ชื่อเล่นอ้น)ดอนแพง  อายุ 19 ปี ยังได้รับบาดเจ็บถูกของแหลมมีคมแทงเข้าที่ใต้ราวนมขวา 2 แผลและด้านหลังอีก 4 แผล ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิ์สิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี อาการผู้บาดเจ็บ50-50ยังอยู่ในขั้นวิกฤตใส่เครื่องช่วยหายใจ

จากการสอบถาม นายบุญเลี้ยง ไพรวงค์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.12 บ้านไม้แก่น ซึ่งเป็นผู้พบศพ เปิดเผยว่า เมื่อคืน (28 ก.พ. 69) ประมา 5 ทุ่มกว่า เกิดเหตุวัยรุ่นทะเลาะกัน มีคนได้รับบาดเจ็บ ขณะเข้าให้การช่วยเหลือ ได้สอบถามผู้บาดเจ็บว่ามากับใคร เจ้าตัวระบุว่ามากับเพื่อน 2 คน ตนจึงถามต่อว่าอีกคนไปไหน ผู้บาดเจ็บตอบว่าไม่ทราบ เพราะต่างคนต่างวิ่งหนีกันคนละทิศละทาง

นายบุญเลี้ยง กล่าวอีกว่า ภายหลังจากนำตัวผู้บาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาลแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุพอดี กระทั่งรุ่งเช้า ญาติของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นกำนันจากตำบลไพร อำเภอขุนหาญ ได้มาตามหาตัว แต่พบเพียงผู้บาดเจ็บเพียงคนเดียว ส่วนเพื่อนที่มาด้วยกันอีกคนยังไม่พบตัว ทั้งที่เดินทางมาด้วยกันสองคนโดยใช้รถจักรยานยนต์คันสีเหลือง

ต่อมา ชาวบ้านจึงพากันย้อนกลับไปที่วัด เพื่อตรวจสอบและแกะรอยคราบเลือด กระทั่งพบคราบเลือดติดอยู่ตามใบไม้ จึงช่วยกันเดินตามรอยดังกล่าวไปเรื่อย ๆ จนพบรอยล้อรถจักรยานยนต์ และคราบเลือดเพิ่มเติมเป็นระยะ จนพบถูกฝังอยู่ตรงจุดดังกล่าว ทั้งนี้ จากที่ทราบเบื้องต้น ผู้บาดเจ็บอ้างว่าได้ถูกทำร้ายมาจากที่อื่น อย่างไรก็ตาม ซึ่งพบร่างผู้เสียชีวิต พบว่าถูกนำดินและใบไม้มากลบปกคลุมไว้ มองไม่เห็นใบหน้าแต่อย่างใด

ด้าน นายมณี เบ็ญมาตร กำนันตำบลไพร อำเภอขุนหาญ ซึ่งเป็นตาของผู้ตาย เปิดเผยว่า นายสิทธิศักดิ์ แทนพัน หรือ “น้องมิกซ์” อายุ 19 ปี ผู้ตาย เป็นหลานของตน โดยก่อนหน้านี้ตนได้พาหลานไปสมัครเป็นทหารอาสา และอยู่ระหว่างรอรายงานตัวในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้

ส่วนสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนไม่ทราบว่ามาจากเรื่องใด เนื่องจากเวลาที่อยู่ด้วยกันก็ไม่ค่อยได้พูดคุยกันมากนัก ส่วนใหญ่หลานจะมาขอยืมรถจักรยานยนต์ ตนก็ทำหน้าที่เติมน้ำมันให้ นอกจากนี้ก็จะเป็นการพูดคุยกันในเวลาที่มาขอเงิน ครั้งสุดท้ายที่พบหลานคือเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. ที่บ้าน โดยสังเกตว่าน้องมิกซ์มีอาการลุกลี้ลุกลน คล้ายมีเรื่องกังวลใจบางอย่าง ปกติแล้วเวลาจะให้เงิน ตนจะไม่ให้โดยตรง แต่จะวางไว้ตามจุดต่าง ๆ ภายในบ้าน แล้วให้น้องมิกซ์หยิบไปเอง ซึ่งเมื่อวานนี้ได้วางเงินไว้จำนวน 40 บาท

กระทั่งมาทราบข่าวในวันนี้ว่าหลานเสียชีวิตแล้ว ตนยอมรับว่าไม่มีลางสังหรณ์ใด ๆ มาก่อน และยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจของการก่อเหตุ อีกทั้งยังไม่แน่ใจว่าเป็นการอำพรางคดีหรือไม่ โดยแม่ของผู้บาดเจ็บอีกคนได้ติดต่อให้มาช่วยดูเหตุการณ์ หลังทราบว่าเมื่อคืนมีพลเมืองดีนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลในพื้นที่

กำนันตำบลไพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่อยากฝากถึงผู้ก่อเหตุว่า หากมีปัญหาใด ๆ ควรออกมาพูดคุยกัน พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างไรก็ตาม เมื่อกระทำผิดแล้วก็ต้องยอมรับผลของการกระทำ และอยากให้ผู้ก่อเหตุออกมาขอขมาน้อง เพราะถือเป็นการกระทำที่โหดร้ายอย่างยิ่ง

ขณะที่ นางอุรา ศรีดาชาติ อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 หมู่ 12 ตำบลสำโรงพลัน อำเภอไพรบึง หนึ่งในชาวบ้านที่ให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังนอนหลับอยู่ และไม่ได้เห็นเหตุการณ์ กระทั่งมีผู้บาดเจ็บมาเคาะปลุก พร้อมร้องขอความช่วยเหลือ โดยบอกว่า “ยาย ๆ ช่วยผมหน่อย พาผมไปโรงพยาบาลหน่อย”

ตนจึงตอบไปว่าโทรศัพท์ไม่เป็น ก่อนจะรีบไปตามผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านให้มาช่วยเหลือ เมื่อออกมาดูพบว่าผู้บาดเจ็บมีเลือดไหลอาบเต็มตัว แต่ไม่ทราบว่าไปถูกทำร้ายมาจากที่ใด ทั้งนี้ ตนไม่ได้รู้สึกตกใจมากนัก เพราะในตอนแรกคิดว่าอาจเป็นหลานของตนเอง อย่างไรก็ตาม ผู้บาดเจ็บรายนี้ตนไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน และในหมู่บ้านก็ไม่เคยเกิดเหตุลักษณะเช่นนี้มาก่อน

ต่อมาผู้ใหญ่บ้านได้กำชับไม่ให้ผู้บาดเจ็บดื่มน้ำ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตราย ก่อนจะประสานงานนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษาต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top