เผยสถิติน่าตกใจ เด็ก-เยาวชนเชียงราย เผชิญภาวะทุพโภชนาการเสี่ยงป่วย

เผยสถิติน่าตกใจ เด็ก-เยาวชนเชียงราย เผชิญภาวะทุพโภชนาการเสี่ยงป่วย

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.59 น.

เผยเด็ก-เยาวชนเชียงรายกำลังเผชิญภาวะทุพโภชนาการ ผู้เชี่ยวชาญเผยสถิติน่าตกใจ-เสี่ยงป่วย พชภ.จับมือเครือข่ายสนับสนุนโครงการ"เด็กกายดี" ส่งเสริมการละเล่นภูมิปัญญาดั้งเดิม- ชูอาหารท้องถิ่นปลอดภัย

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมเวียงอินน์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดการประชุมระดมสมอง "การสร้างเสริมวิถีสุขภาวะเด็กและเยาวชนชาติพันธุ์ต้นน้ำจังหวัดเชียงราย” ภายใต้โครงการ เด็กกายดี โดยมีเป้าหมายขับเคลื่อนให้เด็กและเยาวชนให้มีสุขภาพกาย-ใจที่ดีใน 34 โรงเรียน 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเวียงแก่น แม่จัน แม่ฟ้าหลวง เชียงของ แม่สรวย และอำเภอเมือง โดยมีผู้อำนวยการและผู้แทนโรงเรียน  คณาจารย์ สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบล และเทศบาลตำบล นักโภชนาการ เภสัชกร เข้าร่วมรับฟังแลกเปลี่ยนความคิดเห็น


นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการผู้ก่อตั้งมูลนิธิ พชภ. และอดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงราย กล่าวเปิดงานว่า ปัจจุบันวิถีชีวิตชุมชนเปลี่ยนไป ความเจริญและร้านสะดวกซื้อกระจายไปถึงบนดอยสูง ทำให้พฤติกรรมการบริโภคของเยาวชนชาตพันธุ์เปลี่ยนไป จึงเสนอแนวคิดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดเก็บภาษีอาหารที่ไม่มีประโยชน์และพลาสติกที่ไม่ย่อยสลาย พร้อมส่งเสริมความรู้แบบองค์รวมเรื่องการบริโภคที่ถูกสุขลักษณะ เพื่อให้เด็กมีสุขภาพกายและจิตที่ดี ลดภาระการรักษาของกระทรวงสาธารณสุข

นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว กรรมการมูลนิธิ พชภ. และประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือวิกฤตสุขภาพเด็กยุคนี้เผชิญโรคเบาหวานและโรคอ้วนตั้งแต่อายุน้อย เพราะถูกดึงดูดด้วยอาหารที่ทำลายสุขภาพจากความสะดวกสบายทดแทนอาหารท้องถิ่น จึงต้องเร่งส่งเสริมให้เด็กกลับมาเห็นคุณค่าของอาหารพื้นบ้านที่ปลอดภัย

นางสาวจุฑามาศ ราชประสิทธิ์ เจ้าหน้าที่อาวุโส มูลนิธิ พชภ. กล่าวว่า พชภ. ขับเคลื่อนเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2558 ผ่านโครงการ "เด็กดอยกินดี" ซึ่งพบว่าเด็ก 18% มีปัญหาโภชนาการ และเมื่อเผชิญสถานการณ์โควิด-19 (ปี 2563-2566) การเรียนออนไลน์ทำให้เด็กเริ่มมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary Behavior) ติดหน้าจอสมาร์ตโฟนสูงขึ้น จึงต่อยอดมาสู่โครงการ "เด็กกายดี" เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวทางกาย โดยมีแนวทางการขับเคลื่อนที่สำคัญ คือ 1. การส่งเสริมผ่านอัตลักษณ์และพื้นที่โดยร่วมกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปรับสภาพแวดล้อมในพื้นที่ให้เอื้อต่อการออกกำลังกาย

นางสาวจุฑามาศกล่าวว่า 2. การส่งเสริมผ่านภูมิปัญญาท้องถิ่น นำศิลปวัฒนธรรมและการละเล่นของกลุ่มชาติพันธุ์มาประยุกต์ใช้ เช่น การตบมะผาบ ฟ้อนนกกินกะลา และการละเล่นของชาวอาข่า เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม 3. การเดินศึกษาระบบนิเวศชุมชน จัดกิจกรรมเดินสำรวจป่า เพื่อลดการติดหน้าจอ 4. การสร้างกลไกนโยบายท้องถิ่น บูรณาการความร่วมมือระหว่างโรงเรียน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสาธารณสุข รวมถึงกิจกรรม "นักสืบกายดี" ที่ประสบความสำเร็จในการดึงนักเรียนให้หันมาเคลื่อนไหวร่างกายเพิ่มขึ้นจาก 45 คน เป็น 500 คน โดยโครงการมีแผนจะเข้าร่วมลงพื้นที่ อปท.พื้นที่ 6 อำเภอเป้าหมายในการออกแบบกิจกรรมร่วมกัน และเปิดเทอมจะเริ่มกิจกรรมนักสืบกายดีในโรงเรียนเป้าหมาย

ในช่วงเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นายเอกราช ลือชา อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนและที่ปรึกษาโครงการ เสนอว่า การเชื่อมโยงการละเล่นชาติพันธุ์เข้ากับการออกกำลังกายจะช่วยสร้างแรงจูงใจและความสนุกสนาน แต่ต้องทำควบคู่ไปกับการคัดสรรวัตถุดิบอาหารที่ปลอดภัย ปราศจากสารพิษ เพราะหากออกกำลังกายแต่อาหารไม่ได้คุณภาพก็ไร้ประโยชน์

ขณะที่ นายจักรพรรณ ชื่นโชคชัย ข้าราชการบำนาญและตัวแทนผู้สูงอายุ กล่าว ว่าบทบาทของผู้ปกครองเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดในการเป็นแบบอย่าง ทั้งการพาลูกหลานออกกำลังกาย เช่น การเดินหมื่นก้าว หรือการเล่นกีฬาครอบครัว รวมถึงการตระหนักถึงแหล่งที่มาของอาหาร โดยสนับสนุนให้ครอบครัวและโรงเรียนหันมาปลูกผักสวนครัว เพื่อลดการพึ่งพาพืชผักจากต่างถิ่นที่อาจมีสารตกค้าง

น.ส.พรพรรณ เจริญปัญญากิจ นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ สสจ.เชียงราย กล่าวว่า สถานการณ์ภาวะสุขภาพและพฤติกรรมของเด็กวัยเรียนวัยรุ่น พฤติกรรมที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยมีพฤติกรรมเนือยนิ่งมาก จึงตั้งเป้าหมายคือต้องควบคุมให้เด็กมีพฤติกรรมนี้ ไม่เกิน 13 ชั่วโมงต่อวัน และตั้งเป้าให้มีกิจกรรมที่เพียงพออยู่ในระดับร้อยละ 40 ส่วนแนวโน้มภาวะโภชนาการเด็กอายุ 6-14 ปี ย้อนหลัง 5 ปี (ปี 2563-2567) ภาวะสูงดีสมส่วน มีแนวโน้ม "ลดลง" จากร้อยละ 63.5 ในปี 2563 เหลือเพียง ร้อยละ 56.0 ในปี 2567 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์เป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าต้องได้มากกว่าร้อยละ 59

น.ส.พรพรรณ กล่าวว่า ภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน มีแนวโน้ม "ทรงตัวในระดับสูง" โดยในปี 2568 อยู่ที่ ร้อยละ 14.9  ภาวะเตี้ย ในปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 10.9 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์เป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าต้องไม่เกินร้อยละ 10 สถานการณ์ โรค NCDs เด็ก 6-14 ปี จ.เชียงราย ย้อนหลัง 3 ปีคือ 2566-2568 มีข้อมูลที่น่าตกใจ เพราะแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเด็กเชียงรายป่วยเป็นโรคติดต่อไม่เรื้อรัง  และแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โรคเบาหวาน ตัวเลขขยับสูงขึ้นทุกปี จาก 169 คน ปี 2566 จำนวน 173 คน ปี 2567 พุ่งสูงถึง 198 คน ในปี 2568 โรคความดันโลหิตสูง ตัวเลขพุ่งสูงขึ้นเช่นกัน จาก 177 คน ปี 2566 จำนวน 186 คน (ปี 2567) ทะลุถึง 204 คน ในปี 2568

นายอินชัย อุ่นหน้อย รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ข้อมูลที่นักวิชาการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เชียงราย นำเสนอ สะท้อนให้เห็นว่าสถานะทางสุขภาพของเด็กไทย รวมถึงเด็กเชียงรายใน 6 อำเภอเป้าหมาย กำลังเผชิญภาวะทุพโภชนาการ ทั้งผอม เตี้ย อ้วน และเสี่ยงเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขชี้ให้เห็นว่า รัฐต้องจัดหางบประมาณมหาศาลเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพและซื้อยาให้กับเด็ก ดังนั้น หากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ทั้งเด็ก เยาวชน และคณะครู ข้อมูลสถิติเหล่านี้ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับลูกหลานต่อไป

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top