วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569
ฟังเสียงจากเด็กนอกระบบ“บ้านและวัดคือพื้นที่ปลอดภัย” ถอดบทเรียนจากโครงการฮักชุมชนสร้าง“พื้นที่ปลอดภัย”ให้เด็กนอกระบบชุมชนร่วมออกแบบการเรียนรู้ใหม่
สมาคมฮักชุมชน ร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ สรุปบทเรียนการดำเนินงานโครงการ “ขับเคลื่อนการเรียนรู้เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยและยืดหยุ่นสำหรับเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาในตำบลศรีดงเย็นและตำบลแม่ทะลบ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยมีภาคีในพื้นที่ทั้งส่วนงานอำเภอไชยปราการ พระสงฆ์ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ ผู้นำชุมชน อสม. องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ทะลบ เทศบาลตำบลศรีดงเย็น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านป่าแดง กลุ่มฮักครอบครัว และจิตอาสา ร่วมกันเป็นกลไกขับเคลื่อนงาน
นางสาวรักชนก จินดาคำ นายกสมาคมฮักชุมชน กล่าวว่า โครงการมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างกลไกการทำงานในพื้นที่ที่เข้าใจบริบทของเด็กและเยาวชนนอกระบบ พร้อมออกแบบการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและยืดหยุ่น เพื่อให้เยาวชนมีโอกาสพัฒนาตนเอง มีวุฒิการศึกษา มีทักษะอาชีพ และสามารถเท่าทันสื่อออนไลน์ บทเรียนการทำงานมีส่วนสำคัญในการออกแบบการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบที่มีความหลากหลายและปัญหาที่ซับซ้อน
การศึกษาสถานการณ์ในพื้นที่พบว่า เยาวชนนอกระบบมีความหลากหลายทั้งด้านชาติพันธุ์และวิถีชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ หลายคนต้องออกจากโรงเรียนเพราะไม่มีค่าเดินทาง เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือมีภาระช่วยครอบครัว หลายคนมีครอบครัวตั้งแต่อายุยังน้อย ขณะที่เยาวชนในหมู่บ้านทั่วไปจำนวนหนึ่งเผชิญปัญหาการขาดแรงจูงใจในการเรียน ติดเกม การพนันออนไลน์ และเยาวชนทั้ง 2 บริบท พบว่ามีปัญหาร่วมในเรื่องความเสี่ยงจากยาเสพติด
อย่างไรก็ตาม ยังมีเยาวชนจำนวนไม่น้อยที่แม้ไม่ได้เรียนในระบบ แต่ยังพยายามเรียนรู้ด้วยตนเอง เพื่ออ่านออกเขียนได้ และพัฒนาตนเองให้สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นใจ
บทเรียนสำคัญจากการทำงานคือ การมีกลไกความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในชุมชน ซึ่งช่วยระดมทรัพยากรทั้งความรู้ บุคลากร และกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของเด็ก พร้อมทั้งลดการตีตรา และสร้างความไว้วางใจระหว่างผู้ใหญ่กับเยาวชน กิจกรรมการเรียนรู้ที่ออกแบบขึ้นจึงเน้นการใช้ชีวิตจริงของเยาวชน เช่น การเรียนรู้ด้านอนามัยเจริญพันธุ์ ความรู้เรื่องยาเสพติดในภาษาลาหู่ การฝึกทักษะอาชีพ เช่น การทำน้ำยาล้างจานเพื่อลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และการทำสเปรย์กันยุงสำหรับใช้เวลาทำไร่หรือเข้าป่า
ขณะเดียวกัน โครงการยังเปิดพื้นที่ให้เยาวชนร่วมสะท้อนความหมายของ “พื้นที่ปลอดภัย” ซึ่งสำหรับพวกเขา หมายถึงคนหรือสถานที่ที่ทำให้รู้สึกสบายใจ ไม่ถูกตำหนิ ไม่ถูกตีตรา บางทีช่วยคลายหิวและสามารถพักใจได้
หมวย หนึ่งในเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมในโครงการ สะท้อนว่า“พื้นที่ปลอดภัยคือคนที่ไว้วางใจได้ ซื่อสัตย์ และใจดี ส่วนพ่อแม่ก็ต้องเป็นคนแรกที่เราไว้ใจได้ พื้นที่ปลอดภัยในใจหนูตอนนี้คือ บ้านและวัด ” ขณะที่ใหม่ เยาวชนอีกคนบอกว่า“สำหรับผม พื้นที่ปลอดภัยคือบ้าน บ้านที่อบอุ่น มีพ่อแม่และครอบครัว ไม่ดุด่าหรือใช้ความรุนแรง”
พระครูวรสุตเขต ดร. เจ้าอาวาสวัดสันทราย หนึ่งในกลไกขับเคลื่อนงาน ให้ความเห็นว่า ในระยะต่อไป โครงการจะเดินหน้าสร้างกลไกการทำงานร่วมกันในชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการมีส่วนร่วมของครอบครัวและการติดตามพัฒนาการของเยาวชน เพื่อให้พื้นที่เรียนรู้ที่ปลอดภัยและยืดหยุ่นเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิดสำคัญของโครงการ“วุฒิต้องได้ ไส้ต้องเต็ม สื่อต้องเป็น เน้น พื้นที่ปลอดภัย”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี