533.jpg
ประเดิม20ศพ เซ่น7วันสงกรานต์อันตราย

ประเดิม20ศพ เซ่น7วันสงกรานต์อันตราย

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ประเดิม20ศพ
เซ่น7วันสงกรานต์อันตราย

กรุงเทพฯเริ่มโล่ง ประชาชนแห่กลับฉลองสงกรานต์ ตจว.กระหึ่ม ถนนมิตรภาพมุ่งสู่อีสานแน่นเหมือนเดิม ปภ.เผยประเดิม 7 วันสงกรานต์อันตราย ดับแล้ว 20 ศพ เจ็บ 132 คน จยย.แชมป์อุบัติเหตุสูงสุด

เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 11 เมษายน 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 เปิดเผยว่า จากการรวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 10 เม.ย. ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัยลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” พบว่าเกิดอุบัติเหตุรวม 135 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 132 คน และมีผู้เสียชีวิต 20 ราย โดยมี 59 จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต(ตายเป็นศูนย์)


พล.ต.อ.สำราญ ระบุรายละเอียดว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว (ร้อยละ 37.78) และตัดหน้ากระชั้นชิด (ร้อยละ 22.96) ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือรถจักรยานยนต์ (ร้อยละ 70.49) ส่วนใหญ่เกิดบนทางตรง (ร้อยละ 78.52) โดยเป็นถนนกรมทางหลวง (ร้อยละ 48.15) และถนนใน อบต./หมู่บ้าน (ร้อยละ 20.74) ช่วงเวลาที่เกิดเหตุสูงสุดคือ 15.01-18.00 น. ขณะที่กลุ่มผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดคือช่วงอายุ 60-69 ปี

สำหรับสถิติรายจังหวัดพบว่า จ.ตรัง และ จ.สงขลา เกิดอุบัติเหตุสูงสุด(จังหวัดละ 8 ครั้ง) จ.ตรัง มีผู้บาดเจ็บสูงสุด (9 คน) และ จ.ปราจีนบุรี กับจ.สงขลา มีผู้เสียชีวิตสูงสุด (จังหวัดละ2 ราย)

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าในวันที่ 11 เม.ย.ปริมาณรถบนถนนสายหลักจะหนาแน่นทุกเส้นทาง ศปถ.จึงได้ประสานทุกจังหวัด และกทม. อำนวยความสะดวกและบังคับใช้กฎหมายเข้มข้นใน 10 พฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะการขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และการบรรทุกท้ายกระบะ พร้อมตรวจเข้มแอลกอฮอล์พนักงานขับรถขนส่งสาธารณะต้องเป็นศูนย์

ตรวจพฤติกรรมตีนผีเสี่ยง

ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ในฐานะเลขานุการ ศปถ. กล่าวเสริมว่า ศปถ. ได้เน้นย้ำให้จังหวัดใช้กลไกท้องถิ่นผ่านด่านชุมชน และ ด่านครอบครัว เพื่อเฝ้าระวังและตักเตือนบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในพื้นที่ พร้อมใช้มาตรการเคาะประตูบ้าน เพื่อสร้างความเข้าใจ นอกจากนี้ยังกำชับให้บริหารจัดการเส้นทางโดยใช้กรวยจราจรและไฟแจ้งเตือนในจุดเสี่ยงและจุดกลับรถให้ชัดเจน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

นายธีรพัฒน์ ยังกล่าวเตือนถึงสภาพอากาศว่า จากพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนจัดและฟ้าหลัว อาจทำให้ผู้ขับขี่ง่วงนอนและอ่อนเพลียได้ง่าย ขอให้จอดพักรถในที่ปลอดภัย ส่วนภาคใต้ให้ระวังฝนฟ้าคะนอง โดยขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนมีน้ำใจต่อกันและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด หากพบเห็นอุบัติเหตุสามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784, สายด่วน 1669 หรือ Line ID @1784DDPM ตลอด 24 ชั่วโมง

คุมเข้ม 7 วันอันตราย

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้อำนวยการ ศปถ. ได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดบูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายอำนวยความสะดวกประชาชนในการเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มข้น

โดยกระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำให้มีการตั้งจุดบริการอำนวยความสะดวกประชาชนตลอดเส้นทางพร้อมจัดเตรียมน้ำดื่มและสิ่งของจำเป็นเพื่อลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ ขณะเดียวกันในพื้นที่ถนนสายรองและชุมชน ได้สั่งการให้จัดอาสาสมัครประจำด่านชุมชน และด่านครอบครัว เพื่อเฝ้าระวังและตักเตือนผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะกรณีดื่มไม่ขับอย่างใกล้ชิด ผ่านมาตรการเชิงรุกเคาะประตูบ้าน เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในระดับพื้นที่

นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทยยังแสดงความห่วงใยต่อสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงสงกรานต์ปีนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเสี่ยงต่อการเกิดอาการฮีทสโตรก จึงขอให้ประชาชนสังเกตอาการร่างกายและพยายามทำให้ร่างกายเย็นลงหากมีอาการผิดปกติ พร้อมแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนนเรนทร 1669 หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของพี่น้องประชาชนทุกภูมิภาค

ศาลสั่งคุมประพฤติ436ราย

ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยข้อมูลสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติในวันแรกของการรณรงค์ลดอุบัติเหตุสงกรานต์ 2569 (10 เม.ย. 2569) พบว่ามีคดีเข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติแล้วรวม 436 คดี โดยส่วนใหญ่เป็นคดีขับรถในขณะเมาสุราสูงถึง 353 คดี หรือคิดเป็นร้อยละ 81 ของทั้งหมด ตามมาด้วยคดีขับรถเสพสารเสพติด 80 คดี และขับรถประมาทอีก 3 คดี

สำหรับจังหวัดที่มีสถิติเมาแล้วขับสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ 74 คดี ตามมาด้วยจังหวัดสมุทรปราการ 54 คดี และกรุงเทพมหานคร43 คดี ซึ่งทางกรมคุมประพฤติได้วางมาตรการเข้มงวดภายใต้แนวคิด “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” โดยเน้นการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดและสร้างจิตสำนึกความปลอดภัย

ทั้งนี้ สำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศได้ร่วมกับเครือข่าย นำผู้ถูกคุมความประพฤติลงพื้นที่ทำงานบริการสังคม โดยการปรับภูมิทัศน์และทำความสะอาดบริเวณจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง รวมถึงสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ณ ด่านชุมชน 57 จุดทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้กระทำผิดได้ตระหนักถึงความสูญเสีย พร้อมฝากเตือนประชาชนให้ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์ปีนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของทุกครอบครัว

ตำรวจสั่งจับจริงเมาแล้วขับ

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะสาเหตุหลักที่ทำให้เสียชีวิตคือการไม่สวมหมวกนิรภัย การดื่มแล้วขับ และการใช้สารเสพติด ซึ่งจะมีการจับกุมและดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

ในส่วนของการดูแลความปลอดภัยพื้นที่จัดงานสงกรานต์ เช่นถนนข้าวสาร ได้สั่งการให้ตำรวจนครบาลคุมเข้มป้องกันเหตุลวนลามและกลุ่มมิจฉาชีพล้วงกระเป๋า รวมถึงให้ตำรวจท่องเที่ยวดูแลชาวต่างชาติอย่างใกล้ชิด

พร้อมกันนี้ยังแสดงความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของร้านทองและร้านสะดวกซื้อในช่วงวันหยุดยาว โดยสั่งเพิ่มกำลังสายตรวจออกลาดตระเวนให้ถี่ขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชนตลอดเทศกาล

แห่กลับตจว.ฉลองสงกรานต์

ส่วนบรรยากาศวันหยุดแรกเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนแห่เดินทางกลับภูมิลำเนากันอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ถนนพหลโยธินและสายเอเชียขาออกมีปริมาณรถเต็มพื้นที่ โดยที่พระนครศรีอยุธยาเส้นทางสายเหนือและอีสาน ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 55-77 อ.วังน้อย รถหนาแน่นมีชะลอตัวสะสมเป็นช่วงๆ แต่โดยรวมยังเคลื่อนตัวได้ดี เช่นเดียวกับถนนสายเอเชียที่การจราจรยังไหลลื่น

ส่วนเส้นทางสู่อีสานใต้ ถนนทางหลวงหมายเลข 24 ช่วง อ.นางรอง รถเริ่มหนาแน่น เจ้าหน้าที่สั่งปิดจุดกลับรถเสี่ยงอันตรายตลอดเทศกาลเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ขณะที่ประชาชนเผยแม้ค่าน้ำมันจะแพงแต่ยอมสู้เพื่อกลับไปหาครอบครัว คาดช่วงค่ำวันนี้ปริมาณรถจะทวีคูณหนาแน่นขึ้นอีกทุกเส้นทาง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top