วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569
ศบก.ชี้ ปะทะตะวันออกกลางยังระอุ เผย กต.ช่วยคนไทยพ้นพื้นที่เสี่ยงแล้ว 322 ราย เตรียมรับอีก 23 ราย กลับจากเตหะรานพรุ่งนี้ ด้าน รองปลัดแรงงานเผย แรงงานประสงค์ขอกลับไทย 941 ราย ย้ำสมาชิกกองทุนช่วยเหลือฯ ได้เงินสงเคราะห์จากภาวะสงคราม รายละ 15,000 บาท
9 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 18.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทยว่า โดยรวมยังมีความรุนแรง มีการแลกเปลี่ยนโจมตีด้วยขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง ทั้งในอิหร่าน อิสราเอล คูเวต และเลบานอน โดยยังไม่มีทีท่าว่าทั้งสองฝ่ายจะกลับเข้าสู่การเจรจา ดังนั้นต้องมีการจับตาดูต่อไป โดยเฉพาะการโจมตีพื้นที่สำคัญที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน
สำหรับการเปิดปิดน่านฟ้า สายการบินการ์ตาเริ่มให้บริการเส้นทางการบินฉุกเฉิน เพื่อขนส่งสินค้าและอพยพผู้โดยสารที่ตกค้าง ซึ่งเมื่อวานนี้ (9 มี.ค.) ได้มีการทำการบิน เส้นทาง กรุงเทพ-โดฮา ครั้งแรก เพื่ออพยพผู้โดยสารตกค้าง ต้องติดตามต่อไปว่า จะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเปิดเส้นทาง โดฮา-กรุงเทพ เพื่อนำผู้โดยสารตกค้างกลับมายังประเทศไทย
นายปาณิดล กล่าวว่า ขณะนี้ยังได้รับรายงานว่ามีคนไทยบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่สถานการณ์ยังไม่แน่นอน ดังนั้นขอให้คนไทยพิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงเร็วที่สุด และแจ้งข้อมูลที่อยู่ติดต่อ ให้กับสถานเอกอัครราชทูตที่อยู่ในความรับผิดชอบ
นายปาณิดล กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าในการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่อิหร่าน คนไทยกลุ่มแรกแรกจากเตหะราน 29 คน เดินทางกลับถึงไทย เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ผ่านมา และจะมีคนไทยชุดเดียวกัน เดินทางกลับมาเพิ่มเติมในวันพรุ่งนี้ (10 มี.ค.) ช่วงเช้า จำนวน 23 คน นอกจากนี้ จะมีคนไทยกลุ่มถัดไป ที่เดินทางออกจากอิหร่านมายังตุรกี ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกเดินทางกลับประเทศไทยต่อไป
ซึ่งโดยรวมขณะนี้ มีคนไทยที่ติดค้างอยู่ในตะวันออกกลาง ที่ได้รับความช่วยเหลือออกจากพื้นที่เรียบร้อย ทั้งหมด 322 คน
นายปาณิดล กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศ ขอความร่วมมือให้ประชาชน หลีกเลี่ยงการชุมนุมในสถานที่เสี่ยงที่เกิดความขัดแย้ง ยํ้าว่ากระทรวงการต่างประเทศ ให้ความเคารพการแสดงความคิดเห็นทุกภาคส่วน แต่ขอให้อยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงความปลอดภัยของคนไทยที่ตกค้างอยู่
ขณะที่ นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงมาตรการในการดูแลแรงงานไทยว่า ปัจจุบันนี้มีแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานและพำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง 67,043 คน จำนวนแรงงานที่ไปทำงานดังกล่าวมีแรงงานที่แจ้งความประสงค์ผ่านสถานเอกอัครราชทูตเพื่อเดินทางกลับประเทศไทย 941 คน ซึ่งแรงงานที่กลับมาถึงประเทศไทยแล้วมีเพียง 1 คน เดินทางกลับมาวันที่ 6 มีนาคม ทั้งนี้แรงงานไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับที่ลงทะเบียนไว้ 41 คนจากประเทศอิหร่าน ซึ่งมีกำหนดการเดินทางกลับในวันที่ 10 มีนาคม และจากซาอุดิอาระเบีย 205 คน จากอิสราเอล 23 คนยังรอกำหนดการเดินทาง
นายสันติ กล่าวว่า สำหรับมาตรการภายหลังจากที่แรงงานไทยเดินทางกลับถึงประเทศไทยกระทรวงแรงงานได้กำหนดมาตรการไว้ในการดูแล 1.การอำนวยความสะดวกและรับแจ้งความประสงค์และความต้องการความช่วยเหลือของแรงงาน โดยจะจัดเจ้าหน้าที่ไปรอรับในสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเดินทางมาถึงจะมีแบบลงทะเบียนและ QR Code ให้กรอกข้อมูลแจ้งความประสงค์ เช่น จะหางานทำในประเทศไทย หรือมีความประสงค์เมื่อสถานการณ์คลี่คลายแล้วต้องการกลับไปทำงานอีก หรือแจ้งความประสงค์ต้องการฝึกอาชีพ ทักษะต่างๆ เมื่อทราบวัตถุประสงค์ของแรงงานแต่ละท่านจะมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการ
นายสันติ กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการด้านสิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ หากประเทศที่แรงงานทำงานอยู่ประกาศภาวะสงคราม แรงงานผู้ที่เป็นสมาชิกกองทุนฯมีสิทธิ์ได้รับเงินสงเคราะห์ดังนี้ 1.กรณีเดินทางกลับประเทศเนื่องจากภาวะสงคราม ได้รับเงินสงเคราะห์ รายละ 15,000 บาท กรณีทุพพลภาพได้รับเงินสงเคราะห์ 30,000 บาทกรณีเสียชีวิตทายาทจะได้รับเงินสงเคราะห์ 40,000 บาท กรณีการจัดการศพในต่างประเทศทายาทจะได้รับค่าจัดการศพตามค่าใช้จ่ายจริงรายละไม่เกิน 40,000 บาท ทั้งนี้แรงงานที่กลับมาจากภาวะสงครามสามารถติดต่อ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ
นายสันติ กล่าวว่า อีกมาตรการคือการดูแลครอบครัวสร้างการรับรู้สร้างความเข้าใจให้กับครอบครัวแรงงานไทยที่อยู่ในประเทศไทย ที่ญาติเดินทางไปทำงานในตะวันออกกลาง กระทรวงแรงงานได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานให้ข้อมูลข่าวสารว่าขณะนี้สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นอย่างไร นอกจากนี้เรายังมีแอพพลิเคชั่น Smart TOEA อำนวยความสะดวกแรงงานสามารถส่งข้อความทางแอพพลิเคชั่นดังกล่าวได้ด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี