ศาลอาญายกฟ้อง ‘แอม.ไซยาไนด์’ วางยาวิศวกรสาว เหตุหลักฐานอ่อน

ศาลอาญายกฟ้อง ‘แอม.ไซยาไนด์’ วางยาวิศวกรสาว เหตุหลักฐานอ่อน

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ศาลอาญายกฟ้อง
‘แอม.ไซยาไนด์’
วางยาวิศวกรสาว
เหตุหลักฐานอ่อน

ศาลยกฟ้อง “แอม ไซยาไนด์” คดีวางยาฆ่าวิศวกรสาว เผยพยานหลักฐานอ่อน เป็นเหตุให้ศาลยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ด้านทนายพัช เตรียมแนวทางต่อสู้คดีอื่น

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีที่อัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ฟ้อง นางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือแอม ไซยาไนด์ เป็นจำเลย ซึ่งเป็นคดีที่ 3 ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อนฯ โดยโจทก์ ระบุฟ้องความผิดสรุปว่า ระหว่างวันที่ 22-23สิงหาคม 2563 จำเลยได้ใส่ไซยาไนด์ลงในเครื่องดื่ม ให้กับ น.ส.นิตยา แก้วบุปผา หรือนิด อาชีพวิศวกร อายุ 36 ปี ดื่มจนถึงแก่ความตาย เนื่องจากระบบไหลเวียนโลหิตและการหายใจล้มเหลว มีมูลเหตุประสงค์ต่อทรัพย์สินของผู้ตาย เหตุเกิดในพื้นที่ ต.โพรงมะเดื่อ อ.เมือง จ.นครปฐม จำเลยให้การปฏิเสธ


ศาลพิเคราะห์คำเบิกความของโจทก์และจำเลยแล้วเห็นว่า ผู้ตายมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงมาโดยตลอด แต่ผู้ตายมีปัญหาเรื่องหนี้สินจากวงแชร์ พยานเคยเห็นจำเลย มาหาผู้ตาย ที่ทำงานอยู่ที่ไซต์งานก่อสร้าง รพ.ในพื้นที่ จ.นครปฐม และจำเลย ทำตัวมีพิรุธ พยานจึงจดจำใบหน้าของจำเลย ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการที่จำเลย อ้างว่าไม่เคยไปหาผู้ตาย ที่ไซต์งานก่อสร้าง จึงเป็นข้อกล่าวอ้างที่ไม่มีพยานหลักฐาน

สำหรับในคืนเกิดเหตุ มีพยานซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของผู้ตาย ไปหาผู้ตาย ที่หอพักและเห็นว่าจำเลย และผู้ตาย นั่งพูดคุยกันอยู่ที่โถงชั้นล่าง โดยผู้ตายอ้างกับพยาน ว่าได้นำรถยนต์ไปจำนำไว้ในราคา150,000 บาท และจะคืนเงินให้กับพยานในวันถัดไป เพราะจะนำเงินไปฝากที่ธนาคารก่อน โดยที่พยานไม่เห็นเงินจำนวนนั้นว่าอยู่ที่ผู้ตายจริงหรือไม่ขณะเดียวกันผู้ตาย ได้ชักชวนพยานให้ไปกินข้าวเย็นกับจำเลย แต่พยานปฏิเสธไปและมาทราบข่าววันต่อมาว่า ผู้ตายได้เสียชีวิตแล้ว

ขณะที่พยานโจทก์ซึ่งเป็นแพทย์ผ่าพิสูจน์ศพเบิกความว่า ไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าผู้ตายเสียชีวิตจากสารไซยาไนด์หรือไม่ เนื่องจากไม่มีการตรวจหา เพราะขณะนั้นไม่มีข้อสงสัยว่าผู้ตายเกี่ยวข้องกับสารไซยาไนด์ โดยแพทย์ รพ.ศิริราช ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการตรวจหาสารพิษในร่างกาย ให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน ว่าดูจากภาพถ่ายการเสียชีวิต และผลการชันสูตรของแพทย์นิติเวช มีร่องรอยการขาดออกซิเจน คล้ายกับอาการที่เกิดจากสารไซยาไนด์ ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นถูกต้องตามหลักวิชาการ สัมพันธ์กับแพทย์นิติเวชที่ผ่าพิสูจน์ศพ สอดคล้องกับพยาน
ที่เบิกความยืนยันว่าผู้ตายมีร่างกายแข็งแรงมาตลอด จึงเชื่อว่าสาเหตุการเสียชีวิตไม่ได้เกิดจากอาการเจ็บป่วย ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ไม่ว่าผู้เสียชีวิตได้รับสารไซยาไนด์จริง

ส่วนที่จำเลยมีความประสงค์ต่อทรัพย์ผู้ตายหรือไม่ เมื่อพิจารณาประกอบพฤติการณ์ที่อาจเป็นผู้ตายเองที่นำรถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ จำนำไว้กับจำเลย ผู้ตายจึงอาจจำนำรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ไว้กับจำเลยอีกคันหนึ่งก็เป็นได้ เพราะหากจำเลยมีเจตนาเอารถยนต์คันดังกล่าวของผู้ตายไปโดยทุจริต จำเลย ก็ไม่จำต้องแจ้งให้นายภาคภูมิ สามีผู้ตายทราบ เพื่อให้นายภาคภูมินำเงินมาไถ่รถยนต์คันดังกล่าวคืนแต่อย่างใด

ดังนั้น หากผู้ตายจำนำรถยนต์ทั้ง 2 คันดังกล่าวไว้กับจำเลยจริง จำเลยในฐานะผู้รับจำนำย่อมมีสิทธิให้ญาติผู้ตายนำเงิน 150,000 บาท มาไถ่จำนำรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า และมีสิทธิที่จะยึดรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ไว้จนกว่าจะได้รับชำระหนี้หรือมีการไถ่จำนำ

ตามพฤติการณ์จึงยังมีเหตุสงสัยตามสมควรว่า จำเลยไม่มีมูลเหตุจูงใจประสงค์ต่อทรัพย์ของผู้ตายดังที่โจทก์อ้างปรากฏข้อเท็จจริงว่า จำเลยสั่งซื้อและมีสารโพแทสเซียมไซยาไนด์ไว้ในครอบครองเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2565 ภายหลังจากที่ผู้ตายเสียชีวิตแล้ว ส่วนสารโพแทสเซียมไซยาไนด์ ที่โจทก์เชื่อว่าจำเลยใช้ในการก่อเหตุฆ่าผู้ตาย โจทก์ก็มิได้นำสืบให้ปรากฏชัดแจ้ง ว่าจำเลยมีไว้ในครอบครองหรือไม่ หรือจำเลยได้วางแผนตระเตรียมจัดหาหรือสั่งซื้อจากผู้ใดและเมื่อใด

พยานหลักฐานอื่นของโจทก์ล้วนไม่หนักแน่นเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่า จำเลยเป็นผู้ก่อเหตุฆ่าผู้ตาย ส่วนที่ปรากฏว่าจำเลยถูกกล่าวหาว่าฆ่าผู้ตายรายอื่นหลายราย โดยจำเลยมีพฤติการณ์ใส่ไซยาไนด์ ลงในอาหาร เครื่องดื่ม เหมือนคดีนี้ และศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยแล้วในบางคดีนั้น เนื่องจากการพิจารณาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิด หรือไม่ ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐาน เป็นเรื่องๆ ไป การที่จำเลยกระทำความผิดและศาลมีคำพิพากษาลงโทษในคดีอื่น ย่อมไม่อาจนำมารับฟังให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยได้

แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้ตายอยู่กับจำเลยที่ร้านอาหารในคืนก่อนที่ผู้ตายจะเสียชีวิต แต่เมื่อพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบยังมีความสงสัย ว่าจำเลยได้ใช้ไซยาไนด์ ใส่ในอาหาร หรือเครื่องดื่มให้ผู้ตาย โดยมีมูลเหตุจูงใจประสงค์ต่อทรัพย์ของผู้ตายหรือไม่ จึงให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยพยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยในประเด็นอื่น เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง และเมื่อจำเลยไม่มีความผิดตามฟ้อง การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ร้องทั้ง 3 จำเลยจึงไม่จำต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ร้องทั้ง 3 พิพากษายกฟ้องและยกคำร้องของผู้ร้องทั้ง 3 แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์

น.ส.ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ หรือทนายพัช ทนายความของแอม เปิดเผยว่า คดีนี้ศาลเห็นว่าพยานหลักฐาน ของฝ่ายโจทก์ยังไม่เพียงพอ และไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจำเลยครอบครองสารไซยาไนด์ในช่วงปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้ตายเสียชีวิตอีกทั้งศาลเห็นว่าการรับจำนำรถเป็นสิทธิ์ที่จำเลยทำได้ตามปกติ และหลังจากผู้ตายเสียชีวิต จำเลยได้แจ้งบุคคลใกล้ชิดของผู้ตาย รวมถึงให้ญาติมาไถ่ถอนรถกลับไป จึงไม่พบพฤติการณ์ที่ชี้ชัดว่าเป็นการชิงทรัพย์ และโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้กับจำเลยและแม้ว่าศาลจะมีคำพิพากษายกฟ้อง แต่คดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต ศาลยังให้ควบคุมตัวจำเลยไว้ระหว่างการอุทธรณ์ได้ โดยฝ่ายโจทก์ยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์

ส่วนแนวทางการต่อสู้คดีอื่นๆที่ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณา ทนายความระบุว่า คดีทั้งหมดสามารถแบ่งออกเป็น2 ช่วง คือคดีที่เกิดก่อนเหตุวันที่ 9 สิงหาคม2565 ซึ่งเป็นช่วงก่อนพบข้อมูลการสั่งซื้อไซยาไนด์ และคดีที่เกิดหลังจากนั้น ซึ่งรายละเอียดจะขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานในแต่ละคดีที่ศาลจะพิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ศาลอาญา มีคำพิพากษาคดีความผิดของ แอม ไซยาไนด์ มาแล้ว 2 คดี โดยคดีแรก ใส่สารไซยาไนด์ เพื่อเจตนาฆ่า น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือก้อย อายุ 33 ปี จนถึงแก่ความตาย คดีนี้ศาลอาญา พิพากษาประหารชีวิตสถานเดียว ส่วนคดีที่ 2 ศาลอาญา พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต หลังใส่สารไซยาไนด์ในอาหาร ให้ทาง พ.ต.ต.หญิงนิภา แสนจันทร์ หรือสารวัตรปู อายุ 38 ปี จนถึงแก่ความตาย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top