วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
โฆษกกรมราชทัณฑ์ เผย หมิงเฉิน ซัน อาตี๋ C4 อาการทรงตัวดีขึ้น ย้ายออกจากห้อง ICU แล้วพร้อมกำลังจนท.ราชทัณฑ์-ตำรวจ ตรึงเข้ม 24 ชม. เพื่อป้องกันความปลอดภัยและการหลบหนี ยังไม่อนุญาตเยี่ยมญาติ
เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2569 นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยอาการล่าสุดโดยรวมของนายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี (สัญชาติจีน) ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี ในความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและวัตถุระเบิด ควบคุมไว้ภายในเรือนจำฯเมื่อวันที่11พ.ค.69และในวันเดียวกัน เวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ส่งตัวนายหมิงเฉิน ซัน ออกไปรักษาพยาบาลฉุกเฉิน ที่รพ.พัทยาปัทมคุณ(โรงพยาบาลบางละมุง) เนื่องจากเกิดอาการชักเกร็งและหมดสติว่า สำหรับการรักษาพยาบาล ทางผู้ต้องขังได้รับการประเมินอนุญาตให้ออกจากหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันนอนพักรักษาตัวเดี่ยวๆ อยู่ที่วอร์ดผู้ป่วย (Ward) ซึ่งค่อนข้างมีความมั่นคงสูง โดยยังคงมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เฝ้าตรวจตราผู้ต้องขังอย่างใกล้ชิด พร้อมกับกำลังสนับ สนุนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมปฏิบัติภารกิจตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่โรงพยาบาลตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนการเยี่ยมของญาติ ยังไม่สามารถอนุญาตได้ เพราะผู้ต้องขังยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล
นายยุทธนา เผยว่า สำหรับอาการล่าสุดดีขึ้น เริ่มรู้สึกตัว เริ่มแข็งแรงขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ที่พบปัญหาว่าผู้ต้องขังยังทานอาหารไม่ได้นั้น แต่หลังจากนี้เชื่อว่าจะเริ่มทานอาหารได้เล็กน้อย ส่วนที่ผู้ต้องขังมีอาการชักเกร็งหมดสติในวันเกิดเหตุ ก็เชื่อว่ามาจากการทานยาประจำตัวเกินขนาด ในระหว่างก่อนที่จะถูกควบคุมตัวมาคุมขังยังเรือนจำฯ ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของการใช้สารเสพติด ทั้งนี้ ผู้ต้องขังเองก็มีประวัติแจ้งว่ารักษาอาการซึมเศร้าอีกด้วย แต่ก็เป็นเรื่องของทางแพทย์ที่จะให้การวินิจฉัยรักษาตามขั้นตอน ส่วนเรื่องผลตรวจเลือดต่าง ๆ อย่างเป็นทางการ จะเป็นในส่วนของแพทย์และเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของสำนวนคดีรับผิดชอบข้อมูล
นายยุทธนา เผยอีกว่า ส่วนในเรื่องของความวิตกกังวลหรือความเครียดสูงผิดปกติของผู้ต้องขังระหว่างการนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ตอนนี้ยังไม่น่าเป็นกังวลมากนัก อย่างไรก็ตาม หากจะต้องนอนพักรักษาตัวที่ รพ. นานเพียงใดนั้น ตามขั้นตอนแล้วก็เป็นดุลพินิจแพทย์ แต่ในทางปฏิบัติอีกมิติหนึ่ง ราชทัณฑ์และตำรวจก็มีหน้าที่ต้องจัดกำลังไปเฝ้าดูติดตาม จึงทำให้อาจมีช่องว่างหรือโอกาสความไม่ปลอดภัย การเสี่ยงหลบหนีได้ จึงต้องพิจารณาเรื่องนี้ประกอบกับทางการรักษาของแพทย์ไปด้วย ทำให้หากราชทัณฑ์จะต้องนำตัวผู้ต้องขังกลับเรือนจำฯ ก็ต้องดูความเห็นของแพทย์ประกอบกับความปลอดภัยของผู้ต้องขังคู่ขนานกัน แต่ในตอนนี้ยังคงต้องนอนพักรักษาตัวที่ รพ.พัทยาปัทมคุณ ไปก่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี