เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ไม่คาดฝันขึ้นในแวดวงสื่อมวลชน เมื่อสายโทรศัพท์ที่โทรเข้ามากลางการจัดรายการสดผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ใช่สายจากแฟนรายการทั่วไป แต่เป็นสายตรงจาก "นายฉลอง" ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี (อบจ.) จนเสียชีวิต โดยผู้ก่อเหตุได้โทรศัพท์มารับสารภาพและเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ "เจ๊ปอง-อัญชลี" สื่อมวลชนชื่อดังฟังแบบสด ๆ ท่ามกลางสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด นำมาสู่การเจรจาเกลี้ยกล่อมที่ยาวนานกว่า 7 นาที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมที่เลวร้ายไปกว่าเดิม ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะยอมจำนน วางอาวุธ และเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่สุด
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ล่าสุด "เจ๊ปอง-อัญชลี" ได้โฟนอิน (Phone-in) เข้ามาเปิดเผยเบื้องลึกและสรุปเรื่องราวระทึกขวัญทั้งหมดให้ฟังกันอย่างละเอียดอีกครั้ง ในรายการ "แนวหน้าข่าวค่ำ" โดยมี ปรเมษฐ์ ภู่โต และ นันทิญา จิตตโสภาวดี เป็นผู้ดำเนินรายการ

สายเรียกเข้ามรณะกลางรายการสด
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในเวลาประมาณ 11:20 น. ขณะที่เจ๊ปองกำลังจัดรายการสดซึ่งเป็นรายการเกี่ยวกับการแต่งหน้าและขายเครื่องสำอาง โดยระหว่างที่รายการกำลังดำเนินไป ได้มีสายโทรศัพท์จากนายฉลองโทรเข้ามาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10 ครั้ง ด้วยความที่ผู้ก่อเหตุเป็นแหล่งข่าวที่มักจะโทรศัพท์มาแจ้งข่าวใหญ่ๆ เป็นประจำ และมีนิสัยหากไม่รับสายก็จะโทรซ้ำๆ จนกว่าจะรับ เจ๊ปองจึงตัดสินใจรับสายเพื่อแจ้งว่ากำลังติดจัดรายการและจะโทรกลับ
แต่สิ่งที่ปลายสายตอบกลับมากลับสร้างความตกตะลึง เมื่อนายฉลองกล่าวว่า "พี่เพิ่งยิงนายก อบจ. ตายไปเมื่อกี้นี้เอง" ทันทีที่ทราบเรื่อง เจ๊ปองได้ดึงไมโครโฟนมาจ่อที่โทรศัพท์โดยไม่ได้เปิดลำโพงเพื่อรับฟังสถานการณ์โดยละเอียด และป้องกันไม่ให้เสียงหลุดออกไปในรายการสดจนอาจก่อให้เกิดความแตกตื่น
ปมหนี้แค้น 11 ล้าน สู่การลั่นไก
เมื่อสอบถามถึงสาเหตุ นายฉลองได้ระบายความอัดอั้นและเล่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นให้ฟังว่า ตนได้เดินทางไปทวงเงินจำนวน 11 ล้านบาท ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งจากยอดหนี้ทั้งหมดกว่า 50 ล้านบาท โดยเงินจำนวนนี้มีความสำคัญต่อตัวเขาและลูกหลานเป็นอย่างมาก แต่ผู้ตายกลับมีท่าทีบ่ายเบี่ยง โอ้เอ้ และไม่ยอมเจรจาด้วย ก่อนจะเดินหนีลงมาที่ลานจอดรถและขึ้นไปนั่งบนรถยนต์คู่กับคนขับที่ชื่อ "ยอด"
นายฉลองได้เดินตามไปเคาะกระจกรถเพื่อขอพูดคุย แต่ในจังหวะนั้น เขาอ้างว่านายก อบจ. (ชื่อ "เด") ทำท่าทีเหมือนจะชักอาวุธปืนออกมา ด้วยความตกใจและสัญชาตญาณป้องกันตัว นายฉลองจึงตัดสินใจลั่นไกยิงใส่เดก่อน ทำให้นายยอดเปิดประตูรถวิ่งหนีไป จากนั้นนายฉลองได้กระหน่ำยิงเข้าไปที่ อบจ. อีกประมาณ 5 นัด ก่อนจะเดินหลบหนีออกมาจากจุดเกิดเหตุ เพราะกลัวว่า ‘ยอด’ ที่เดินหนี จะดักซุ่มอยู่ หลังจากนั้นตัดสินใจโทรศัพท์หาเจ๊ปองเพื่อเล่าความจริงจากปากของตนเอง
7 นาทีระทึก เจรจาหยุดความสูญเสีย
หลังจากก่อเหตุ นายฉลองได้โทรศัพท์หา "สจ.ตึ๋ง" เพื่อนสนิทเป็นสายแรก แต่ลูกสาวของ สจ.ตึ๋ง เป็นคนรับสายแทน เขาจึงวางสายและโทรหาเจ๊ปองเป็นสายที่สอง เมื่อเจ๊ปองทราบว่าเขายังมีอาวุธปืนและกระสุนหลงเหลืออยู่ รวมถึงทราบพิกัดว่าเขากำลังเดินหลบหนีไปทางบริเวณใกล้โรงเรียนเทคนิค เจ๊ปองประเมินทันทีว่าสถานการณ์อาจบานปลาย เนื่องจากบริเวณด้านหลัง อบจ. และโรงเรียนมีประชาชนพลุกพล่าน และผู้ก่อเหตุอาจตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง (ฆ่าตัวตาย) ตามที่เพื่อนสนิทได้ตั้งข้อสังเกตไว้
เพื่อควบคุมสถานการณ์ เจ๊ปองได้สั่งให้ทีมงานในสตูอิโอหรี่เสียงและปิดเสียงการถ่ายทอดสด (Mute) เป็นเวลา 7 นาทีเต็ม เพื่อปกปิดพิกัดของผู้ก่อเหตุไม่ให้บุคคลภายนอกทราบ พร้อมกับประสานงานให้พนักงานโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที ในระหว่างนั้น เจ๊ปองได้ใช้ทักษะการเจรจาเกลี้ยกล่อมอย่างมีสติ โดยบอกให้นายฉลองใจเย็นๆ ถอยห่างจากพื้นที่ชุมชน นั่งลงกับพื้น นำอาวุธปืนออกจากตัววางไว้ข้างๆ และห้ามทำร้ายใครรวมถึงตัวเองโดยเด็ดขาด

วินาทีมอบตัว และคำรับสารภาพ
การพูดคุยดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเพื่อดึงสติผู้ก่อเหตุ จนกระทั่งได้ยินเสียงไซเรนของรถตำรวจดังเข้ามาใกล้ เจ๊ปองได้เน้นย้ำคำสั่งสุดท้ายว่า "พอตำรวจมาถึง ขอให้พี่ยกมือขึ้นชูสองมือเหนือหัว ไม่ทำร้ายใครแล้ว เอาปืนให้เขาไปให้หมด" ซึ่งนายฉลองก็รับปากและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัว เจ๊ปองได้ขอคุยสายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อยืนยันตัวตน แจ้งยศและชื่อของเจ้าหน้าที่ พร้อมอธิบายว่าผู้ก่อเหตุได้โทรศัพท์มาหาตนตั้งแต่เวลา 11:20 น. และตนได้เป็นผู้เกลี้ยกล่อมให้เขาวางอาวุธ เมื่อยืนยันข้อมูลเบื้องต้นครบถ้วนและมั่นใจว่าสถานการณ์ปลอดภัยแล้ว เธอจึงวางสายและยุติการถ่ายทอดสดทันที
แหล่งข่าวเก่าและความไว้วางใจ
หลังเกิดเหตุ เจ๊ปองได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ เพื่อเข้าให้ปากคำและพบกับนายฉลองที่ห้องสืบสวนชั้น 3 ทันทีที่พบหน้ากัน และได้เข้าไปโอบบ่าและสอบถามด้วยความเป็นห่วงตามประสาคนที่รู้จักกันมานานกว่า 10 ปี ตั้งแต่สมัยที่นายฉลองยังเป็นแหล่งข่าวมายาวนานตั้งแต่เป็น "สส.งูเห่า" และถามไถ่ถึงการรับประทานอาหารและการกินยาประจำตัวตามวัย 70 ปี
ในระหว่างที่นั่งพักรอการสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดเผยกับเจ๊ปองว่า นายฉลองได้กล่าวกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมว่า "ถ้าผมไม่ได้ปอง เรื่องมันคงเลวร้ายกว่านี้ เพราะไม่เหลืออะไรแล้ว" ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของนายฉลองที่โทรศัพท์หานักข่าวที่ตนไว้ใจ เพื่อต้องการชี้แจงความจริงในมุมของตน และการตัดสินใจอย่างมีสติของสื่อมวลชนในครั้งนี้ ก็ได้ช่วยหยุดยั้งเหตุการณ์ความรุนแรงไม่ให้ลุกลามไปมากกว่าที่เป็นอยู่ ปิดฉากคดีสะเทือนขวัญที่เริ่มต้นจากปมหนี้สิน และจบลงด้วยการมอบตัวผ่านสายโทรศัพท์กลางรายการสดอย่างระทึกใจ.
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี