นักวิชาการฉงนข้อมูลหน่วยงานรัฐ อ้างสถานการณ์ปนเปื้อนสารพิษแม่น้ำกกดีขึ้น

นักวิชาการฉงนข้อมูลหน่วยงานรัฐ อ้างสถานการณ์ปนเปื้อนสารพิษแม่น้ำกกดีขึ้น

วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 21.11 น.

“ผศ.สิตางศุ์” ฉงนข้อมูลหน่วยงานรัฐ-สถานการณ์ปนเปื้อนสารพิษแม่น้ำกกดีขึ้นทั้งที่ยังไม่ได้จัดการต้นเหตุปัญหา-ชี้เข้าสู่ห่วงโซ่อาหารอาจกระจายไกลถึงกทม. คนขับเรือ-แม่ค้าโอดขาดรายได้-ไร้ช่องทางทำกินใหม่

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ผศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า อาจารย์ภาควิชาวิศกรรมทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้โพสต์เฟสบุคระบุว่า ได้รับเชิญจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)เข้าร่วมประชุมเรื่องการจัดการปัญหาคุณภาพน้ำและผลกระทบต่อสุขอนามัยในพื้นที่วิกฤตเมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา จากข้อมูลหน่วยงาน ช่วงนี้ดูเหมือนสารโลหะหนักจากต้นทางไม่มากนัก (ซึ่งไม่แน่ใจว่า ในส่วนของเหมืองต้นน้ำที่อยู่เมียนมา ลดกิจกรรมการทำเหมือง หรือยังไง?) ค่าสารหนูในน้ำ ไม่เกินค่ามาตรฐานน้ำดิบเพื่อการผลิตประปา ค่าที่วัดอย่างต่อเนื่องในลำน้ำตั้งแต่ปีที่แล้ว ถึงตอนนี้จึงดูเหมือนมีแนวโน้มลดลง


แต่มันน่ากังวลตรงที่หน่วยงานรัฐที่เชียงราย สื่อสารราวกับว่า เรามาถูกทางแล้ว ทั้งๆ ที่ เราไม่ได้ทำอะไรที่เป็นมาตรการลดการปนเปื้อนที่แหล่งกำเนิดเลย แทบทุกหน่วยงาน คือ ตรวจวัด เพื่อ 'เฝ้าระวัง'  ที่ค่ามันน้อยลง คือ โชค คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ คือ ถ้าวันไหน ชั่วโมงไหน นาทีไหน detect ว่าโลหะหนัก สารหนู แคดเมียม หรือ ธาตุอันตรายที่รัฐยังไม่เคยตรวจ เช่น พัลเลเดียม มันพุ่งปรี๊ดขึ้นอย่างน่าตกใจ หน่วยงานรัฐทั้งหลายจะทำยังไง เพื่อรับมืออย่างทันท่วงที”ผศ.ดร.สิตางศุ์ ระบุ

นักวิชาการผู้นี้ กล่าวด้วยว่า การทำงานของกระทรวงการต่างประเทศ ก็ยังไม่มี Protocol/timeline (ระเบียบปฎิบัติ/ช่วงเวลา) ที่จะมีความหวังว่าจะลดการปนเปื้อนที่แหล่งกำเนิดในเมียนมาได้ ภาระงานจึงมาอยู่กับหน่วยงานต่างๆ ซึ่งทำได้แค่ตั้งรับ และความซวยตกกับประชาชนโดยแท้

“อยู่กรุงเทพ หรือ จังหวัดอื่น อย่าคิดว่ารอด การปนเปื้อนที่มากับห่วงโซ่อาหาร ไปได้ไกลกว่าที่คิด  โลหะหนักในน้ำ อาหาร ข้าว พืชเศรษฐกิจ สัตว์น้ำ พวกนี้ ไม่ว่าจะเป็นสารหนู แคดเมียม รวมทั้งพัลเลเดียม ไม่ได้ทำให้คนกินตายทันที แต่มะเร็งไม่เลือกเพศ ไม่เลือกอาชีพ ไม่เลือกชนชาติ เป็นความเท่าเทียมที่พวกเราไม่รู้ตัว ข้อมูลที่หน่วยงานนำเสนอในที่ประชุม ทำไมมันดูน่าสบายใจ แต่ข้อมูลเชิงลึกที่เราได้มาจากการนั่งหัวโต๊ะประชุม และติดตามด้วยตัวเอง มันน่ากลัวกว่าที่คนทั่วไปรู้”ผศ.ดร.สิตางศุ์ กล่าว

ขณะที่ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวชายขอบ ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลริมแม่น้ำกก จ.เชียงราย พบว่าตลอดเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำกก ยังไม่เคยได้รับการเยียวยาใดๆจากภาครัฐเลย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อย เช่น คนขับเรือ ร้านค้าตามจุดบริการนักท่องเที่ยว

นายสงกรานต์ วัย 63 ปีคนขับเรือแม่น้ำกก กล่าวว่า ทุกวันนี้นั่งซ่อมเครื่องยนต์ไปวันๆ วันไหนมีลูกค้า แต่วนไม่ถึงคิวเราก็ต้องทำใจ

“ผมเริ่มทำอาชีพนี้มาตั้งแต่อายุ 18 ปี ก่อนเกิดวิกฤติ มีคนขับเรือในชมรมอยู่ทั้งหมด 34 คน แต่ปัจจุบันนี้เหลืออยู่เพียง 13 คน ที่ยังคงอยู่และวนรับลูกค้าตามคิวกัน ถึงเราบ้างไม่ถึงบ้างแต่ละวัน ร้านค้า-แพริมหาดก็ไม่มีคนไป ลูกค้าที่ต้องไปส่งที่ริมหาดและรอขึ้นเรือเล่นแถวริมหาดก็เงียบหายไปพร้อมกัน”

นายสงกรานต์กล่าวว่า วิกฤติที่เข้ามาเยือนในระยะเวลาเกือบ 1 ปีที่ผ่านมานี้ ได้ทำให้สิ่งต่างๆ ต้องถูกตัดขาดจากกัน ราวกับแม่น้ำที่ถูกบังคับตัดกลางสาย ทั้งที่ยังไหลผ่านอยู่

ขณะที่นางทิน ผู้ประกอบการร้านอาหาร-แพ ริมหาดเชียงราย ที่ทำอาชีพนี้มามากกว่า 20 ปี กล่าวว่าทุกวันนี้เหมือนทำงานทุกวันงกๆ เพื่อมาจ่ายค่าเช่าร้าน โดยร้านอาหาร-แพ ริมหาดแม่น้ำกก ส่วนมากแต่ละร้าน เปิดกิจการมาแล้ว กว่า 20 ปี ก่อนวิกฤตสารพิษในแม่น้ำมีอยู่ทั้งหมด 30 ร้าน  ตอนนี้เหลืออยู่เพียง 19 ร้าน ที่อยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่ไม่อยากไปทำอาชีพอื่น แต่เพราะไม่มีที่ไปแล้ว บางคนก็อยู่ผูกพันที่นี่เหมือนบ้านไปแล้ว ไม่มีที่อยู่อื่นและอาชีพอื่นรองรับแล้ว

ขณะที่นางพร อินต๊ะ แม่ค้าส้มตำริมหาดเชียงราย กล่าวว่า หลังน้ำท่วมดินโคลนถล่ม เมื่อปี 2567  ต้องกู้เงินเพื่อซ่อมแซมร้านที่เสียหายจากโคลนถล่ม แต่ยังไม่ทันฟื้นตัวก็ต้องเผชิญกับวิกฤติสารเรื่องสารพิษในแม่น้ำ ทำให้ลูกค้าหายไปหมด

“ปกติร้านเล็กๆ ของแม่ขายส้มตำ กำไรเดือนละประมาณ 6-7 พันบาท ก็พออยู่ได้ แต่ตั้งแต่มีข่าวเรื่องสารพิษในแม่น้ำ แทบไม่มีลูกค้าเลย เราไม่ได้มีอะไรรองรับ อยู่ที่นี่กันสองเฒ่ามานานแล้ว ก็ไม่รู้จะไปอยู่ไหน ให้ไปทำอาชีพอื่นเค้าก็คงไม่รับเพราะแก่แล้ว” นางพร กล่าว

ขณะที่นางสุวรรณ เจ้าของร้านอาหาร-แพริมแม่น้ำ กล่าวถึงการปรับตัวในการประกอบอาชีพว่า ทุกวันนี้ทำตามที่สาธารณสุขแจ้งไว้ทุกอย่าง เช่น เปลี่ยนจานพลาสติกเป็นจานกระเบื้อง เปลี่ยนแก้วพลาสติกบางส่วนเป็นแก้วใส เด็กๆ ที่ยังลงเล่นน้ำก็เตรียมน้ำสบู่กับยาสระผมไว้ให้ล้างตัวหลังเล่นน้ำทุกครั้ง

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top