กทม.-ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมดันโครงการ ‘ไม่เทรวม’ หนุนแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง

กทม.-ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมดันโครงการ ‘ไม่เทรวม’ หนุนแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.32 น.

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ผนึกตลาดหลักทรัพย์ฯ ดัน "ไม่เทรวม" แยกขยะทั้งเมือง พร้อมเตรียมรับมือความเสี่ยงด้านพลังงาน

 


วันที่ 12 มี.ค.69 เวลา 09.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมงาน Climate Care Talk : รู้ทันมาตรการจัดการขยะ "โครงการไม่เทรวม" ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งกรุงเทพมหานครร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดขึ้น โดยมี นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม. และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร นายรองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกฎหมายและบริหารความเสี่ยงองค์กรตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ฯ สมาชิก Climate Care  และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธี ณ หอประชุมศุภรีย์ แก้วเจริญ ชั้น 3 อาคาร B ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เขตดินแดง

 

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครมุ่งผลักดันให้ประชาชนและทุกภาคส่วนร่วมกันแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เนื่องจากขยะจำนวนมากยังมีคุณค่าและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลได้ แต่เมื่อขยะเปียกปะปนกับขยะประเภทอื่น จะทำให้การนำกลับมาใช้ประโยชน์ทำได้ยาก และสุดท้ายต้องนำไปฝังกลบ ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษและก๊าซเรือนกระจกที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม กทม. จึงส่งเสริมให้ครัวเรือนแยกขยะเป็นประเภทต่าง ๆ เช่น ขยะเปียก ขยะรีไซเคิล และขยะทั่วไป เพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด และลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบให้น้อยลง สำหรับมาตรการจูงใจนั้น ครัวเรือนทั่วไปเดิมเสียค่าธรรมเนียมเก็บขยะเดือนละ 20 บาท ปรับเป็น 60 บาท แต่หากมีการแยกขยะและลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมส่งหลักฐานการแยกขยะทุก 6 เดือน จะยังคงจ่ายในอัตราเดิม 20 บาท เพื่อจูงใจให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่น ห้างร้านหรือธุรกิจต่าง ๆ จะมีการปรับอัตราค่าธรรมเนียมเก็บขยะเพิ่มขึ้นตามปริมาณขยะที่ทิ้ง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจัดการขยะภายในองค์กร เช่น การแยกขยะเปียก การรีไซเคิล หรือการนำไปใช้ประโยชน์ต่อ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนในการจัดการขยะได้อีกด้วย

 

ในส่วนของภาคธุรกิจและบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์  สามารถเริ่มต้นได้จากการจัดการขยะภายในองค์กร เช่น การแยกขยะในสำนักงาน การลดการใช้พลาสติก หรือกำหนดนโยบายลดขยะ เช่น การรณรงค์ให้พนักงานใช้กระติกน้ำส่วนตัวแทนขวดพลาสติก ซึ่งจะช่วยลดขยะได้จำนวนมากในแต่ละปี ทั้งนี้ กทม. ใช้งบประมาณในการจัดการขยะปีละประมาณ 7,000 ล้านบาท แต่มีรายได้จากค่าธรรมเนียมเพียงประมาณ 600 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องลดปริมาณขยะและเพิ่มการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ เพื่อให้ระบบการจัดการขยะของเมืองมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น

 

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้กล่าวถึงความกังวลด้านพลังงาน ว่า กทม. ได้ประเมินความเสี่ยงในกรณีที่อาจเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันจากสถานการณ์โลก เนื่องจากภารกิจสำคัญของเมืองต้องใช้รถจำนวนมาก โดยเฉพาะรถเก็บขยะกว่า 2,000 คันที่ต้องปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงรถพยาบาล รถดับเพลิง และรถบรรทุกน้ำ กทม. จึงได้ประสานผู้จำหน่ายน้ำมันเพื่อเตรียมแหล่งสำรองรองรับภารกิจสำคัญของเมือง พร้อมประเมินปริมาณการใช้น้ำมันในแต่ละวัน และวางแผนบริหารจัดการการใช้งานให้เหมาะสม โดยในระยะยาวยังมีแนวทางทยอยปรับเปลี่ยนรถเก็บขยะบางส่วนเป็นรถไฟฟ้า เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานเชื้อเพลิงและกระจายความเสี่ยงด้านพลังงาน

 

“การจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพต้องเริ่มจากความร่วมมือของทุกคน เพราะขยะทุกชิ้นเกิดจากการใช้ชีวิตของพวกเราทุกคน หากช่วยกันแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง จะช่วยลดภาระของเมือง ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และทำให้กรุงเทพมหานครก้าวสู่เมืองที่ยั่งยืนในอนาคต”

 

ด้านนาย รองรักษ์ กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เดินหน้าส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน พัฒนา Climate Care Platform เครื่องมือช่วยองค์กรจัดเก็บข้อมูลและคำนวณการลดก๊าซเรือนกระจกแบบเรียลไทม์ ครอบคลุมการใช้ทรัพยากร เช่น เชื้อเพลิง ไฟฟ้า น้ำ กระดาษ พลาสติก รวมถึงการจัดการขยะและของเสีย ปัจจุบันมีองค์กรเข้าร่วมกว่า 1,000 แห่ง พร้อมกันนี้ยังผลักดันการจัดการขยะภายใต้แนวคิด Zero Waste to Landfill ร่วมกับอาคารสำนักงานและสถานประกอบการ โดยปี 2568 สมาชิกแพลตฟอร์มสามารถคัดแยกและบริหารจัดการขยะได้กว่า 14,077 ตัน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 19,621 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับมาตรการจัดการขยะ “โครงการไม่เทรวม” ของกรุงเทพมหานคร ที่มุ่งลดปริมาณขยะฝังกลบ และส่งเสริมการจัดการขยะอย่างยั่งยืน

036

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top