ศาลฎีกายืนยกฟ้อง 3 จำเลย นปช. คดี ‘พลเอกร่มเกล้า’ ฟ้องซ้อน-พยานหลักฐานไม่พอ

ศาลฎีกายืนยกฟ้อง 3 จำเลย นปช. คดี ‘พลเอกร่มเกล้า’ ฟ้องซ้อน-พยานหลักฐานไม่พอ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.49 น.

ฎีกายืนยกฟ้อง  สุขเสก กับพวกแนวร่วมนปช.ยิงM79ฆ่าพล.อ.ร่มเกล้า ศาลระบุ เป็นการฟ้องซ้อนกับคดีนปช.ก่อการร้าย และพยานหลักฐานไม่พอให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนกระทำความผิด

วันที่ 19 มีนาคม 2569ที่ห้องพิจารณา 608 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก  ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีฆ่า พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม อดีตรองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) กับผู้ใต้บังคับบัญชา ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 กับนางนิชา ธุวธรรม ภรรยา ร้วมกันเป็นโจทก์ฟ้อง นายสุขเสก พลตื้อ น.ส.กนกพร ศิริพรรณาภิรัตน์ อดีตผู้ดำเนินรายการทีวีสถานีประชาชน ช่องเอเชียอัพเดต และนายสุรชัย หรือ หรั่ง เทวรัตน์ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงานโดยไตร่ตรองไว้ก่อนมีและใช้เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองกระทำให้ระเบิดเป็นเหตุบุคคลอื่นได้รับอันตรายสาหัสและถึงแก่ความตาย 


อัยการโจทก์ฟ้องระบุพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน 2552 – 20 พฤษภาคม 2553 กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ได้ร่วมกันชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อขับไล่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) ให้ลาออกจากตำแหน่ง จนวันที่ 7 เมษายน 2553 อภิสิทธิ์ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพมหานคร และออกคำสั่งจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เพื่อปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ บริเวณถนนราชดำเนินกลาง ตั้งแต่แยกคอกวัวมุ่งหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

กระทั่งวันที่ 10 เมษายน 2553 จำเลยที่ 1 และ 3 กับพวก ร่วมกันมีลูกระเบิดขว้างชนิดสังหารแบบ M.67 คนละ 3 ลูก ซึ่งมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้สนับสนุนด้านการเงินและจัดหาระเบิดให้ โดยมีเจตนาฆ่าผู้อื่นด้วยการขว้างระเบิดสังหาร 2 ลูก ใส่เจ้าหน้าที่ทหารขณะปฏิบัติหน้าที่บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ถ.ดินสอ เป็นเหตุให้ พ.อ. ร่มเกล้า ธุวธรรม รองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รอ. (ยศขณะนั้น) กับนายทหารรวม 5 นายเสียชีวิต และมีนายทหารอีกหลายนายได้รับบาดเจ็บสาหัส 

พวกจำเลยให้การปฏิเสธ

คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้อง

อัยการโจืก์ยื่นฎีกา

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าคดีเป็นการฟ้องซ้อนกับคดีอาญา อ.2542/2553 ของศาลอาญาหรือไม่โดยคดีนี้ เป็นคดีที่จำเลยที่ 1 และ 3 ร่วมกับแกนนำนปช.ถูกฟ้องในความผิดฐานก่อการร้าย 

ศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำที่อ้างว่าจำเลยที่ 1 และ 3 ได้กระทำความผิด เป็นข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ๆ  อีกทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องทั้งสองคดี เป็นการกระทำครั้งเดียวกันคือการขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ทหารที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ เป็นเหตุให้ พ.อ.ร่มเกล้า และทหารอีก 3 นายถึงแก่ความตายและมีทหารได้รับบาดเจ็บ การกระทำในครั้งเดียวกันดังกล่าวเป็นความผิดต่อชีวิตเกี่ยวกับการก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชน ที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษคดีนี้เป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย และความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน 

การกระทำที่โจทก์อ้างว่าจำเลยที่ 1 แและ 3 ได้ทำความผิดทั้ง 2 คดี เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90  ไม่ใช้ความผิดต่างกรรมต่างวาระตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 แต่อย่างใด เมื่อการกระทำความผิดทั้งสองคดีเป็นความผิดกรรมเดียวกัน โดยฟ้องโจทก์ในคดีนี้ส่วนของจำเลยที่ 1 และ 3 เป็นการฟ้องในคดีเดียวกันของคดีหมายเลข อ2542/2553  เป็นการฟ้องซ้อน ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ในส่วนจำเลยที่ 1 และ 3 เป็นฟ้องซ้อน และพิพากษายืนยกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น 

สำหรับปัญหาที่ว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้สนับสนุนให้จำเลยที่ 1 และ 3กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่เห็นว่าคำฟ้องโจทก์ที่ว่าจำเลยที่ 2 ให้ความช่วยเหลือทางการเงินโดยไม่มีรายละเอียดว่าจำเลยที่ 2 ให้การช่วยเหลือด้านการเงินอย่างไร ที่ไหน เมื่อใด แก่บุคคลใด เป็นคำฟ้องที่ไม่มีข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ๆ

คดีจึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยพยานโจทก์ในส่วนนี้  และข้อเท็จจริงตามคำเบิกความของพยานยังรับฟังไม่ได้ว่า ระเบิดที่อ้างว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ขว้างในสถานที่เกิดเหตุ เป็นลูกระเบิดที่อ้างว่าใส่กระเป๋าของจำเลยที่ 3 นำออกมาจากบ้านจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดหาให้และเป็นผู้สนับสนุนกรระทำความผิด    และจากคำเบิกความของพนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ที่เข้าตรวจค้นบ้านจำเลยที่ 2 พบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับรายชื่อการ์ดของพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล  หรือเสธแดงซึ่งมีชื่อจำเลยที่ 1 ปรากฏอยู่ด้วย ข้อเท็จจริงดังกล่าวรับฟังได้เพียงว่า จำเลยที่ 2 และสามีเป็นผู้มีความคิดเห็นทางการเมืองเดียวกับกลุ่มนปช.ในขณะนั้นเท่านั้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่สนับสนุนให้รับฟังว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดหาลูกระเบิดขว้างชนิดสังหารที่คนร้ายใช้กระทำความผิดเป็นคดีนี้ พยานหลักฐานโจทก์และโจทก์ร่วมรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้กระทำความผิดตามฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องมานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์และโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตนายสุขเสก จำเลยที่1 ที่ยิงเครื่องยิงระเบิด M79 ใส่บ้านพักประชาชน สะสมกำลังพล และอาวุธสงครามร้ายแรงฯในการชุมนุมของกลุ่ม นปช.เมื่อปี 2553เพื่อขับไล่นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ( ขณะนั้น) ส่วนนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ศาลฎีกาสั่งจำคุก 5ปี 4 เดือนไม่รอลงอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนฯการกระทำผิดในคดีเดียวกัน
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top