วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569
ปปช.ฟัน‘ชัยทิพย์’
ผิดจริยธรรม-เล่นไพ่ในสภา
ดีเอสไอออกหมายเรียก “สส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” และครอบครัว-บริษัทแป้งมัน เข้ารับทราบข้อหาบุกรุกขุดบ่อน้ำที่ดินสาธารณประโยชน์ กองทัพสื่อรอเก้อ “สส.บอล กาฬสินธุ์” ดอดให้ปากคำ-รับทราบข้อหาปมเอี่ยวเว็บพนันก่อนวันนัด เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อหา ขณะที่ สจ.เปียว-สจ.เนย์ พร้อมเมีย-สมุน พาเหรดมอบตัว รับทราบข้อหา หลังหนีตั้งหลักไกลถึงลาว ป.ป.ช.ฟัน ‘สฤษฎ์พงษ์’อดีตส.ส.กระบี่เขต 3 ภท. กรณีทำประโยชน์ที่ดินภบท. 5 ในเขตปฏิรูปที่ดิน จ.กระบี่กว่า 578ไร่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด’ชัยทิพย์’ อดีต สส. ราชบุรี พปชร.ผิดจริยธรรมร้ายแรง ปมเล่นไพ่ในสภา
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 20 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากแหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงยุติธรรม กรณีความคืบหน้าในคดีพิเศษที่ 119/2566 นายทุนบุกรุกที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ “หาดสวนยา” อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ซึ่งมีพฤติการณ์บุกรุกขุดบ่อน้ำสาธารณประโยชน์ จำนวน 3 บ่อ มีเนื้อที่ประมาณ 16-1-58.4 ไร่ เพื่อใช้ประโยชน์ในโรงงานแป้งมัน เนื่องจากที่ดินดังกล่าวติดแม่น้ำลำคลอง จึงมีการดึงน้ำใช้
ล่าสุดคณะพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียก 3 ผู้ต้องหา และ 1 นิติบุคคล ประกอบด้วย 1. นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หรือ กำนันป้อ อดีต รมช.คมนาคมและกระทรวงพาณิชย์ 2. นางยลดา หวังศุภกิจโกศล หรือ เจ๊หน่อย นายก อบจ.นครราชสีมา ภรรยาของนายวีรศักดิ์ 3. น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รักษาการ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และ 4. บริษัทแป้งมันเอี่ยมอีสาน จำกัด โดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาฐานความผิด ร่วมกันบุกรุกเข้าไปยึดถือ ครอบครองและทำประโยชน์โดยการขุดบ่อเก็บกักน้ำ ในที่ดินซึ่งตนไม่ได้มีสิทธิ อันเป็นที่ดินของรัฐและที่ดินสาธารณประโยชน์สำหรับประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน และที่ป่า โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 ประกอบ 108 ทวิ วรรคสอง และมาตรา 54 มาตรา 55 ประกอบมาตรา 72 ตรี แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 360 แห่งประมวลกฎหมายอาญาและมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา เข้ารับทราบข้อหาตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ประมวลกฎหมายที่ดินและประมวลกฎหมายอาญา บุกรุก ยึดถือ ครอบครองและทำประโยชน์ในที่สาธารณประโยชน์ ในวันศุกร์ที่ 20 มี.ค. 69 เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์ราชการฯ อาคารบี (B) ชั้น 8 ฝั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวพบว่า นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หรือ กำนันป้อ เดินทางมาพร้อมกับทีมงาน และเปิดเผยสั้น ๆ กับสื่อมวลชนก่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่า ตนยังไม่พร้อมให้ข่าว ส่วนความเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด แต่ก็มาพบพนักงานสอบสวน ส่วนเอกสารการชี้แจง ตนขออนุญาตไม่พูดในตอนนี้ หลังเสร็จสิ้นจึงจะออกมาให้ข่าวแทน
ต่อมา หลังเข้าพบพนักงานสอบสวนเป็นเวลา 3 ชม. นายวีรศักดิ์ ออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนรีบกลับบ้านที่ จ.นครราชสีมา แต่ตนได้ปฏิเสธไปว่าเอกสารมันตรงกับที่หลักความจริงและมันเป็นเรื่องของบริษัทฯ พร้อมยืนยันว่าตนมีโฉนดทุกแปลง
เมื่อถามว่าคดีมีการสอบสวนมาตั้งแต่ปี 2562 แต่กลับเพิ่งมาเป็นประเด็นในปี 2569 มองว่าเป็นเกมการเมืองหรือไม่นั้น นายวีรศักดิ์ แจงว่า ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น (พร้อมหัวเราะแห้ง) แต่มองว่าไม่ได้ถูกกลั่นแกล้งแต่อย่างใด ส่วนจะเป็นประเด็นที่ส่อเป็นการสกัดเก้าอี้รัฐมนตรีหรือไม่ ตนมองว่าไม่ใช่
อย่างไรก็ตาม ทีมงานฝ่ายกฎหมายของนายวีรศักดิ์ บอกเพียงแค่ว่าตอนนี้เข้าสู่กระบวนการแล้ว ขอให้ปล่อยเป็นไปตามกระบวนการแทน และยืนยันว่าได้มีการปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดที่ถูกพนักงานสอบสวนแจ้งดำเนินคดี ทั้งพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 และประมวลกฎหมายที่ดิน และไม่ต้องมาชี้แจงอะไรเพิ่มเติม รวมถึงไม่ต้องมารายงานตัวใดๆอีกแล้ว ก่อนที่ทีมงานฝ่ายกฎหมาย จะยุติการให้สัมภาษณ์ และเดินเข้าห้องกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทันที
มีรายงานว่า ในส่วนของ นางยลดา หวังศุภกิจโกศล ได้ส่งเอกสารขอเลื่อนการรับทราบข้อหา ขณะที่ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เนื่องด้วยอยู่ในช่วงสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร จึงมีเอกสิทธิ สส. คุ้มครอง และยังไม่ได้แจ้งแก่พนักงานสอบสวนว่า จะเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาหรือไม่ ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อสอบถามข้อมูลข้อเท็จจริงจากทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่เจ้าของคดีและฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มเติม แต่ยังไม่มีความคืบหน้า หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป
ผู้สื่อข่าวพยายามโทรติดต่อเพื่อสอบถามกรณีดังกล่าว ซึ่งมีสัญญาณโทรศัพท์ แต่ น.ส.สุดาวรรณไม่ได้รับสายแต่อย่างใด ขณะที่แกนนำพรรคเพื่อไทยปฏิเสธให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยระบุว่าเนื่องจากพรรคเพื่อไทยมีการส่งรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคไปแล้ว และขั้นตอนไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของพรรคแล้ว
ส่วนกรณีชุดสืบสวนเดินหน้าขยายผลเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์เชื่อมโยงนักการเมืองดังในภาคอีสาน ซึ่งได้ดำเนินการสืบสวนเว็บไซต์พนันออนไลน์ www.huaysodplus.com และ “Banhuay98” ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดกาฬสินธุ์ คือ นายปฐนัญ จันดอน หรือ “สจ.เนย์” อายุ 29 ปี นายปฐมพงศ์ ภูเต้าเงิน อายุ 31 ปี หรือ สจ.เปียว และพวกรวม 5 คน นอกจากนี้ได้ออกหมายเรียกนายพลากร พิมพะนิตย์ หรือ สส.บอล นักการเมืองคนดังและนายตำรวจระดับผู้กำกับโรงพักใน จ.มหาสารคาม มาให้ข้อมูลและรับทราบข้อกล่าวหา
ในความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนัน (หวยออนไลน์) ในการเล่นซึ่งได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเป็นการจัดให้มีการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์, ร่วมกันกระทำความผิดฐานฟอกเงิน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน หลังพบว่ามีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับเครือข่ายดังกล่าวในลักษณะของผู้รับผลประโยชน์ร่วมด้วย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ที่ บก.สอท.3 ศูนย์ราชการ กองทัพสื่อมวลชนได้มาปักหลัก เพื่อรอทำข่าว นายพลากร นักการเมืองคนดัง นัดหมายเข้ามาให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหา หลังพนักงานสอบสวน บก.สอท.3 ได้ออกหมายเรียก และเลื่อนมาเป็นวันนี้ กระทั่งเวลาผ่านไปกลับไร้เงาของ สส. คนดังกล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวจึงสอบถามไปยังแหล่งข่าว ได้ความว่า เดิมทีนายพลากร ได้นัดหมายเข้ามาพบพนักงานสอบสวนในวันนี้ แต่ปรากฏว่านายพลากรได้เข้ามาพบพนักงานสอบสวน บก.สอท.3 เป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่วันที่18มี.ค.พร้อมให้การปฏิเสธ พร้อมใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองในฐานะสมาชิกรัฐสภายื่นประกันตัว ทางพนักงานสอบสวนจึงสอบปากคำก่อนปล่อยตัวไป
มีรายงานว่า นายปฐนัญ จันดอน หรือ สจ.เนย์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ และนางสาวปริญญา มุกดาสมุทรสาร ภรรยา ผู้ต้องหาหมายจับที่ 436-437/2569 ในข้อหา ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการหรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนัน ในการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และสมคบฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน หลังมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องในลักษณะของผู้รับผลประโยชน์ของเว็บพนันบ้านหวย 98 นอกจากนี้นายปฐมพงษ์ ภูเต้าเงิน หรือ สจ.เปียว สจ.เขตอำเภอยางตลาด เขต 4, นายธนาวุธ แสงแก่นเพ็ชร์ ผอ.รร.อนุบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดกาฬสินธุ์, นายปฐมพงษ์ ภูเต้าเงิน และนายพัฒน์ธวัช ธนาภัคเรืองสุข ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ 692, 694, 695 ในความผิดเดียวกัน หลังมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องในลักษณะของผู้รับผลประโยชน์ของเว็บพนัน www.huaysodplus.com ก็ต่างพาเหรดเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน บก.สอท.3 แล้วเช่นกัน หลัง สจ.เนย์ และ สจ.เปียว ออกนอกประเทศไป สปป.ลาว ตั้งแต่ 20 มกราคม 2569 ก่อนที่หมายจับจะออก โดยทั้ง 5 รายให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ทางด้าน พ.ต.อ.คัมภีร์ พรมสนธิ รอง ผบก.สอท.3 กล่าวว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ ทางพนักงานสอบสวนจะเร่งสอบสรุปสำนวนส่งฟ้องต่ออัยการให้ทันตามกำหนด ขณะเดียวกันจะทำการขยายผลสืบทรัพย์เครือข่ายเว็บพนันดังกล่าวอย่างละเอียด อย่างไรก็ตามยืนยันการตรวจสอบนั้น เจ้าหน้าที่ทำไปตามพยานหลักฐานที่ได้สืบทราบมา ไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมือง ซึ่งหากพบว่ามีใครเข้าไปเกี่ยวข้องก็จะออกหมายจับเพิ่มเติมต่อไป
วันเดียวกัน นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. .มีมติชี้มูลความผิด นายสฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม อย่างร้ายแรง กรณีถือครองเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ภ.บ.ท.5 ในท้องที่หมู่ที่ 8 ตำบลห้วยยูง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เนื้อที่ประมาณ 578-3-95 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยไม่มีคุณสมบัติที่จะครอบครอง ได้ตามกฎหมาย
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า นายสฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ได้ยึดถือครอบครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 ในท้องที่หมู่ที่ 8 ตำบลห้วยยูง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เนื้อที่ประมาณ 578 - 3 - 95 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขต ป่าสงวนแห่งชาติ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1,093 (พ.ศ. 2527) และเป็นที่ดินประเภทสาธารณะพรุช้างไหว้ โดยได้รับที่ดินดังกล่าวมาจากมารดาของคู่สมรสตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 ต่อมาเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2537 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินบริเวณดังกล่าวให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด กระบี่ ได้ออกประกาศให้เกษตรกรยื่นคำร้องขอเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยไม่ปรากฏว่านายสฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ได้ยื่นคำร้องขอเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) แต่อย่างใด จนกระทั่งนายสฤษฎ์พงษ์ ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่และเข้าปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2562 นายสฤษฎ์พงษ์ ก็ยังคงยึดถือครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวโดยปลูกปาล์มน้ำมันและเก็บเกี่ยวผลผลิตจากปาล์มน้ำมันเรื่อยมา
และได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยแสดงรายการทรัพย์ สินของตนและคู่สมรสเป็นที่ดิน ภ.บ.ท.5 จำนวน 2 แปลงๆละ 100 ไร่ ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริง ที่มีการครอบครองที่ดินทั้งหมดรวมประมาณ 578 - 3 - 95 ไร่ การกระทำของนายสฤษฎ์พงษ์ ซึ่งยึดถือครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ทั้งที่ตนมิใช่ผู้มีคุณสมบัติหรืออยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะมีสิทธิได้รับการ อนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน เนื่องจากไม่ได้เป็นเกษตรกรที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก และมีรายได้ประจำจากเงินเดือนและค่าตอบ แทนเพียงพอแก่การยังชีพอยู่แล้ว และยังเพิกเฉยไม่ส่งมอบพื้นที่ดังกล่าว คืนให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม โดยเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงมิให้ที่ดินที่ตนครอบครองเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อนำไปจัดสรรให้กับเกษตรกรหรือผู้มีสิทธิตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย จึงเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนเองและเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์การดำรง ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของนายสฤษฎ์พงษ์ เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระรวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กร อิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 7 ข้อ 8 และข้อ 17 ประกอบข้อ 3 และข้อ 27 วรรคหนึ่งและวรรคสอง จึงให้เสนอเรื่องการกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามฐานความผิดดังกล่าว ต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 87 ต่อไป
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษ ฎร กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงกรณีเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตภายในห้องทำงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
โดยข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อวันที่ 11 ม.ค.66 ซึ่งเป็นวันที่มีการปฏิบัติราชการของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และเป็นวันที่มีการประชุมของคณะกรรมาธิการศึกษา การจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 120 และมีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 5 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) ณ อาคารรัฐสภา นายชัยทิพย์ ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดราชบุรี และเป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการศึกษา การจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎรได้มาปฏิบัติหน้าที่เข้าร่วมประชุม
จากนั้น ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมดังกล่าวแล้ว ในเวลาประมาณ 13.15 น.-16.00 น. นายชัยทิพย์ ได้ร่วมกันเล่นไพ่สามกองกับบุคคลอื่นหลายคนในห้องทำงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร CA 535 ชั้น 5 อาคารรัฐสภา ซึ่งเป็นสถานที่ราชการในเวลาราชการ โดยมีการใช้ชิปแทนเงินสดและนับแต้มอันมีลักษณะ เป็นการเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน และมีการจัดเตรียมโต๊ะ สี่เหลี่ยมที่ไม่ใช่ทรัพย์สินของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรสำหรับนำมาใช้เล่นการพนัน โดยเฉพาะ การกระทำของนายชัยทิพย์ จึงเป็นการกระทำที่ไม่รักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงเกียรติภูมิ ของสภาผู้แทนราษฎร และไม่ประพฤติตนอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชน ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างร้ายแรง
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของนายชัยทิพย์ เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน ทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่ง ในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กร อิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 12 และข้อ 17 ประกอบข้อ 27 วรรคสองจึงให้เสนอเรื่องการกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามฐานความผิดดังกล่าว ต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ตามพ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 87
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี